นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และแกนนำ จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา เสพเมถุนและถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมในข้อหายักยอกเงินว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์หลาย ๆ รูปก่อนหน้านี้เป็นที่ศรัทธา อย่างเช่น พระครูภัทรกิจโสภณ หรือหลวงปู่หวล เป็นที่ศรัทธาของชาวพระนครศรีอยุธยา อีกทั้งวัดนี้ยังมีประวัติศาสตร์
มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ของกรุงศรีอยุธยา มีพระนอนไสยาสน์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตนคิดว่าเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัด เชื่อว่านักท่องเที่ยวและชาวพระนครศรีอยุธยายังคงศรัทธา
แต่เรื่องของตัวบุคคลที่มีเรื่อง เชื่อว่าคนแยกออกว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ว่าจะนำพระพุทธศาสนาไปทำในเรื่องไม่ดีอย่างไร แต่ศาสนาไม่เคยสอนให้ทำเช่นนี้ ย้ำว่าวัดพุทไธศวรรย์ยังเป็นวัดที่สำคัญ แต่วันนี้ตนคิดว่าคนยังคงมานมัสการพระนอนไสยาสน์ศักดิ์สิทธิ์และมาท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่กลายเป็นวิกฤตศรัทธาจนทำให้ภาคการท่องเที่ยวโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ข่าววงการพระไม่ใช่เพิ่งมีครั้งแรก มีมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์ ส่วนใหญ่ไม่ได้มากราบคนที่มีปัญหา มีเพียงกลุ่มหนึ่งที่เชื่อและศรัทธาในของขลัง
แต่ส่วนมากคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์มาไหว้พระนอนไสยาสน์ในวิหาร และคนที่ทำผิดไม่ได้เกี่ยวกับหลวงพ่อพระประธาน เชื่อว่าอย่างไรคนยังมาเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา และไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดอยู่ดี