นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมถอนตัวจากฝ่ายค้าน ส่งสัญญาณจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนไม่ทราบ แต่เมื่อวาน (20 ก.ย.) ได้เห็นข่าวเหมือนกันว่ามีการประชุมวิปฝ่ายค้าน โดยเอาในส่วนของพรรคกล้าธรรมออกจากวิปฯ ซึ่งตนยังไม่ได้สอบถามนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ตนขอไม่พูดดีกว่า เพราะไม่อยากไปก้าวก่าย
ทั้งนี้ ตามหลักการ พรรคใดที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลต้องอยู่ฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติ เพราะไม่ได้มีการตกลงกันเหมือนเวลาตกลงร่วมรัฐบาล ซึ่งไม่มีการตกลงร่วมฝ่ายค้าน ตนถึงบอกว่าการไปตัดความเป็นฝ่ายค้าน ใช้สิทธิ์อะไรไปตัดสิทธิ์คนอื่น การลงมติใด ๆ ที่ไม่เหมือนกับวิปฝ่ายค้านก็เป็นเอกสิทธิ์ สส. ที่ทำได้ ตนไม่ได้แก้ตัวให้พรรคกล้าธรรม
แต่จะเห็นว่ามีบางอันพรรคกล้าธรรมลงมติตรงข้ามกับรัฐบาล บางเรื่องพรรคกล้าธรรมงดออกเสียง และบางเรื่องลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกับรัฐบาล ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะมองเรื่องต่าง ๆ ว่าจะลงมติอย่างไร
เมื่อถามว่า เรื่องของเวลาและเรื่องสิทธิ์ในการอภิปรายต่อไปจะเป็นรูปแบบอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า ต้องเป็นสัดส่วนของสมาชิกทั้งสภา เพราะสภาไม่ได้เป็นของฝ่ายค้านหรือเป็นของฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นของสมาชิกทั้ง 500 คน ทุกคนมีสิทธิ์ในการอภิปรายอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมต้องขอเวลาการอภิปรายจากใคร นายภราดร กล่าวว่า ต้องเจรจาพูดคุยกัน จะให้มากินเวลาในส่วนของรัฐบาล ตนคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ คงต้องแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจนกันใหม่ เมื่อมีฝ่ายค้านอิสระขึ้นมาอีกหนึ่งกลุ่ม 50 - 60 คน ถ้าจะให้แฟร์ก็ต้องไปหารสัดส่วนเวลา และแบ่งเวลากันให้ชัด
เมื่อถามว่า 300 เสียงของรัฐบาลในขณะนี้ มองว่าต้องเพิ่มจำนวนเสียง สส. หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทุกวันนี้รัฐบาลดำเนินงานภายใต้เสียง 300 เสียง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า 300 เสียงพอแล้วใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็บริหารกันอยู่ที่ 300 เสียง
ส่วนขณะนี้มีโอกาสที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และยังไม่ได้คุยกับนายอรรถกร และยังไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและหัวหน้าพรรคกล้าธรรมมีการเจรจาตกลงหรือพูดคุยใด ๆ หรือไม่
โพสต์เฟซบุ๊กระบุเป็นนัย ไม่รู้ว่าหมายถึงกระแสข่าวการเตรียมย้ายฝั่งของพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ว่า “หยุดสาดก่อนสมาชิก”