นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าว ถึงกรณีพรรคกล้าธรรมมีการแสดงความจำนงจะขอถอนตัวจากคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิปฝ่ายค้าน และมีรายงานว่าการแสดงความจำนงขอพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ เพื่อเตรียมเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ
นายพริษฐ์ กล่าวว่า จาก 2 เหตุการณ์ที่มีการคุยกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม
เรื่องแรกคือเรื่องการลงมติใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ซึ่งเป็นวาระสำคัญทางการเมืองที่ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดของท่าทีแต่ละพรรคว่าทำงานในฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน
ตนเข้าใจหลักคิดที่ว่าต้องการให้ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ผ่าน แต่ก็สามารถเลือกที่จะงดออกเสียงได้ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ก็ผ่านอยู่ดี เช่นพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติไม่เห็นชอบ ที่อาจไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรของรัฐบาลเท่านั้น
ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความคาดหวังว่าพรรคที่ทำงานในซีกฝ่ายค้าน คือการมาร่วมยื่นลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อไม่ได้รับสัญญาณชัดเจนจากพรรคกล้าธรรมว่าจะร่วมยื่นหรือไม่ หรือหากมีการเปิดอภิปรายแล้วจะลงมติอย่างไร ก็อาจสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์ที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องการทำหน้าที่ในซีกฝ่านค้านชัดเจน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในการทำงานโดยทั่วไปถือเป็นสิทธิ์ของสมาชิกอยู่แล้ว ตราบใดที่เป็นพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาฯ ก็สามารถทำงานผ่านกลไกสภาฯ ได้
ส่วนประเด็นลงมติเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณฯ นายพริษฐ์ มองว่า เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าคุณเห็นด้วยหรือไม่กับทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาล แม้มีข้อกังวลว่าต้องการให้งบประมาณฯ ผ่านไปได้ ไม่อยากให้สะดุด หรือการบริหารราชการแผ่นดินมีปัญหา ก็สามารถงดออกเสียงได้
ที่ผ่านมาวิปฝ่ายค้านให้พื้นที่ควมยืดหยุ่นตรงนี้ ตั้งแต่วาระ 1 ถึงวาระ 3 พร้อมย้ำว่า มติวิปฝ่ายค้านไม่ได้เป็นการกำหนดว่าทุกพรรคในซีกฝ่ายค้านต้องไม่เห็นชอบ และหากตนจำไม่ผิด ในวาระ 1 ทั้งพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ต่างงดออกเสียง
เมื่อถามว่า ยืนยันได้เลยหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคฝ่ายค้านแล้ว นายพริษฐ์ ระบุว่า ต้องสอบถามเจตนารมย์ของพรรคกล้าธรรมด้วย จากที่ตนหารือกับตัวแทนวิปของพรรคกล้าธรรมแล้ว จากท่าทีต่าง ๆ ตนก็มองว่าอาจสมเหตุสมผลกว่าที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้อยู่ภายใต้องค์ประกอบการทำงานของวิปฝ่ายค้าน
เมื่อถามว่าหากพรรคกล้าธรรมออกไปแล้ว จะทำให้เสียงของพรรคฝ่ายค้านอ่อนแอลงหรือไม่ นายพริษฐ์ มองว่า ในทางกลับกัน เราอาจมองว่าหากพรรคกล้าธรรมไม่ได้มีท่าทีชัดเจน การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านเพื่อเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจต้องจำกัดอยู่กับพรรคการเมืองที่พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านในเวลานี้
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ กล่าวว่า สัญญาณที่ได้รับในตอนนี้ยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะร่วมยื่นญัติไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือจะลงมติอย่างไร คำถามคือสุดท้ายแล้วการอภิปรายจะไปในท่วงทำนองไหนหากลงมติไว้วางใจ
นายพริษฐ์ ทิ้งท้ายว่า ตนเคารพสิทธิ์ของแต่ละพรรคในการตัดสินใจ เพราะการมาเป็นฝ่ายค้านร่วมกันไม่ใช่ว่าจับมือกันมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ประกอบด้วยพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล เหมือนเช่นที่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำงานด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน และตรงไปตรงมา แต่เมื่อมี 2 เหตุการณ์ที่กล่าวไป ตนมองว่าทางออกที่หารือกันก็เป็นทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุด
ส่วนพรรคกล้าธรรมไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในวิปฝ่ายค้าน ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าพรรคกล้าธรรมจะลงมติอย่างไร และหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลหรือไม่