นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.อว. และในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เพื่อติดตามการดำเนินงานของกรมชลประทาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการเร่งบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ รองนายกฯ ได้ให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก โดยสถานีสูบน้ำแห่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ
ที่ส่งผลสัมฤทธิ์โดยตรงต่อการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
พื้นที่จังหวัดปทุมธานี - ซึ่งสถานีฯ จะช่วยเร่งระบายน้ำครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง ทั้งในอำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอลำลูกกา รวมถึงพื้นที่ตำบลหลักหก
พื้นที่กรุงเทพมหานคร - ทำหน้าที่สำคัญในการช่วยตัดยอดน้ำและระบายน้ำจากคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นเขตรอยต่อสำคัญระหว่างตำบลหลักหกและเขตดอนเมือง ทำให้สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเขตปทุมธานีและพื้นที่ตอนเหนือของ กทม.
สำหรับกลไกการทำงานของสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต จะทำหน้าที่รับน้ำจากคลองซอยที่ 1 ถึง 7-8 เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ทั้งหมด และสูบผ่านประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ในส่วนของศักยภาพและสถานะการทำงาน ปัจจุบันสถานีฯ มีเครื่องสูบน้ำขนาด 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง กำลังการสูบรวมสูงสุด 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขณะนี้ได้เดินเครื่องระบายน้ำอยู่ที่ 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นปริมาณน้ำราว 6-8 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ผันแปรตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยา)
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการเครื่องจักรอย่างรัดกุม โดยกำหนดศักยภาพการระบายน้ำสูงสุดไว้ที่ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะเดินเครื่องสูบน้ำพร้อมกันประมาณ 14-15 เครื่อง (70-75% ของกำลังทั้งหมด) เพื่อสำรองเครื่องสูบน้ำที่เหลือไว้สำหรับการสลับสับเปลี่ยนและพักเครื่อง ป้องกันความเสียหายจากการใช้งานหนัก
ด้านความพร้อมและแผนเผชิญเหตุ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานีฯ ยืนยันว่าได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังตลอดเวลา พร้อมจัดเตรียมทีมช่างเทคนิค Standby ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องสูบน้ำสะดุด หรือระบบขัดข้อง ทีมช่างจะสามารถเข้าแก้ไขและกู้เครื่องสูบน้ำให้กลับมาใช้งานได้ทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำในภาพรวม
ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ ศ.ดร.ยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และการดูแลเกษตรกร รวมถึงกำกับบางหน่วยงานที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการน้ำ ได้มีข้อสั่งการด่วนไปยังกระทรวงและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลทั้งหมด โดยเฉพาะหน่วยงานด้านการชลประทาน ให้เร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชนอย่างเป็นระบบในทุกมิติ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันและส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ นายยศชนัน ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้งภาคเหนือ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานในภาคเหนือเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะเวลา 1-2 วันนี้