วันนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) รับเรื่องร้องเรียน 22 คำร้อง ขอให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ (ผู้ถูกร้อง) ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้
โดยเวลา 09.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษา หารือและลงมติ ในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่องขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษ ฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดแลกคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความลับและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยจะอ่านคำวินิจฉัยในเวลา 14.00 น.
ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย
ทั้งนี้นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลรัฐ ธรรมนูญ แจ้งประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องกำหนดวันเปิดทำการศาลในวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ โดยศาลได้นัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด พร้อมแจ้งเหตุผลจำเป็นที่ศาลต้องเปิดทำการในวันนี้ เนื่องจากได้กำหนดนัดพิจารณาคดีและนัดฟังคำวินิจฉัยเป็นการล่วงหน้าไว้นานแล้ว และเพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนกำหนดการนัดพิจารณาวินิจฉัยคดีอื่นที่กำหนดไว้ตลอดเดือนตุลาคม 2569
บรรยากาศบริเวณโถงสำนักงานศาลรัฐ ธรรมนูญ มีการวางทีวีจอใหญ่ 2 เครื่อง สำหรับการเตรียมถ่ายทอดสดภาพจากห้องพิจารณาคดี มาให้ผู้ที่ติดตามรับฟังการวินิจฉัยวันนี้ในช่วง เวลา 14.00 น. โดยมีการกั้นบริเวณในเขตอำนาจของศาล ซึ่งเป็นมาตรการตามปกติ
ทั้งนี้ ศูนย์ราชการอาคารเอ มีเพียงสำนัก งานศาลรัฐธรรมนูญที่เปิดทำการ ส่วนราชการอื่นปิดทำการ และมีเพียงสื่อมวล ชนที่มาติดตามทำข่าวรับฟังการวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งในวันนี้ ส่วนคู่ความมารับฟังคำวินิจฉัย ซึ่งผู้ถูกร้องมีรายงานว่า กกต. นำโดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. มารับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเอง นอกจากนี้ จะมีผู้ยื่นร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมารับฟังคำวินิจฉัยด้วย
คาดการณ์แนวทางจะออกมาเป็น 3 แนวทาง คือ แนวทางแรกไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยบัตรเลือกตั้งที่มี QR code และ barcode ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ หรือแนวทางที่ 2 ศาลเห็นว่ากระบวนการออกแบบบัตรเลือกตั้งมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยศาลอาจจะมีแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปหรือสุดท้าย ศาลรัฐธรรม นูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักการเลือกโดยตรงและลับ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งก็จะส่งผลต่อทั้งสถานะสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรัฐบาล และต้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายวันนี้ เวลา 14.00 น.
ศาลชี้คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวเกือบ 2 ชั่วโมง โดยสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฎข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าบุคคลใดหรือหน่วยงานนำบัตรเลือกตั้งไปเชื่อมโยงข้อมูลจนสืบทราบได้ว่าประชาชนคนดลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด ดังนั้นจึงวินิจฉัยว่าการมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ! และไม่เป็นการละเมิดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
นอกจากนั้นศาลยังอธิบายตอนหนึ่งว่า โดยความหมายการเลือกตั้งโดยตรงและลับนั้น โดยทั่วไปถือเป็นความลับในระหว่างลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้ง แต่หากภายหลังการเลือกตั้งถ้าสามารถตรวจสอบได้ เพื่อวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ เพื่อแสดงถึงความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งเท่านั้น การตรวจสอบแบบนี้ไม่กระทบต่อการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งหลักการเลือกตั้งโดยลับนั้น ไม่ได้หมายความว่าบัตรเลือกตั้งต้องปราศจากกลไกหรือเครื่องมือในการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด เพราะการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจำเป็นต้องมีมาตรการตรวจสอบความถูกต้อง
เมื่อพิจารณาหลักการเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข คือบัตรเลือกตั้งยังคงรักษาความลับของผู้เลือกตั้งตามปกติ แต่ตัวบัตรเลือกตั้งจะมีรหัส บาร์โค้ด คิวอารืโค้ด หรือเครื่องหมายเฉพาะอื่นใดเพื่อตรวจสอบความถูกต้องป้องกันการปลอมแปลง หรือตรวจสอบความสุจริตของการเลือกตั้ง ภายใต้หลักการนี้ เมื่อบัตรเลือกตั้งถูกหย่อนลงหีบบัตรแล้วบุคคลทั่วไป เจ้าหน้าที่ ผู้สังเกตุการเลือกตั้งจะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นบัตรของใครและลงคะแนนให้ใคร แต่ความลับดังกล่าวไม่ใช่ความลับเฉพาะของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง แต่เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบย้อนกลับ ภายใต้เงื่อนไขพิเศษ เช่นการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้อดีของหลักการเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข