นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ด้วยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และสส.ในพื้นที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์
โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาที่วัดบ้านแก่ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนครสวรรค์ พบปะประชาชนและ มอบถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบภัย/กลุ่มเปราะบางตำบลบ้านแก่ง และตำบลวัดไทรย์ จำนวน 500 ชุด โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ประมาณ 500 หลังคาเรือน
โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้พูดคุยกับชาวบ้านที่มารอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการทำงาน และนายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจชาวบ้านกลับที่ได้ต่อสู้กับน้ำท่วม พร้อมเข้าไปนั่งชันเข่าแล้วไหว้ผู้สูงอายุที่อยู่ในศูนย์พักพิง
นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวให้กำลังใจชาวบ้านผู้ประสบภัยอุทกภัย ว่า กราบสวัสดีพี่น้องทุกท่าน คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงที่พวกเราไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก เนื่องจากมีสถานการณ์อุทกภัย และเป็นภัยที่เกิดจากฝนตกมากกว่าปกติ ซึ่งแทบทุกจังหวัด ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ค่อนข้างที่จะได้รับผลกระทบมากพอสมควร รวมไปถึงกรุงเทพมหานครด้วย ซึ่งกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขังถึงหน้าอก แต่ทางรัฐบาลและพวกเราทุกคนก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ ให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยเร็วที่สุด วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่า มีผู้อาวุโส ผู้สูงวัยของเรามาใช้สถานที่แห่งนี้ไว้เป็นที่พักพิง เพราะต้องการที่ที่เกิดความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคน ในช่วงที่เกิดภัยจากธรรมชาติ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เมื่อเกิดภัยแล้วเราลุยเข้าไปช่วยท่านออกมา หากทำเช่นนั้นจะยากลำบากกว่าเยอะ และความรวดเร็วในการดูแลพวกท่านทั้งหลายก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นการที่ประชาชนได้พาผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่ดูแลตัวเองไม่ได้มาอยู่ที่นี่ก็ทำให้พวกเราในฐานะลูกหลานได้คลายความกังวลลงไปในระดับหนึ่ง
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ทางจังหวัดนครนครสวรรค์ก็จะดูแลอย่างเต็มที่ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการขจัดภัยพิบัติทั้งหลายให้กับพวกให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบายน้ำ การจัดการน้ำ ให้พ้นจากบริเวณบ้านเรือนของพวกท่าน แต่บางครั้งก็จะมีน้ำบางช่วงที่ระบายออกจากอ่าวไทยนั้นเกิดน้ำทะเลหนุนสูง กรุงเทพมหานครก็ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ดังนั้นการที่จะเร่งระบายน้ำออกเพื่อเอาใจประชาชน หากไปสูบผิดเวลาออกไปเท่าไหร่ก็กลับเข้ามาเท่านั้น ดังนั้น เราจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งเราได้ทำมาโดยตลอด รัฐบาลไม่มีวันทอดทิ้งอยู่แล้ว ซึ่งตนได้แบ่งภารกิจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและท่านนายกนายกเทศมนตรี นายกอบต.กำนัน ผู้ใหญ่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ วันนี้พวกเราทุกคนมาด้วยความห่วงใย อยากจะเห็นสภาพหน้างานว่ามันเป็นอย่างไร ตนมาดูว่าตรงไหนที่ยังขาดตกบกพร่อง ตอนนี้ก็เร่งสั่งการให้ดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ให้เกิดความพร้อมมากที่สุด พวกเราทุกคนจะได้ไม่ต้องมากังวลหรือวิตกกับสถานการณ์จนเกินไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำอีกว่า เราเข้าใจดีว่าทุกคนมีความเดือดร้อน น้ำท่วมขังก็เดือดร้อนอยู่แล้ว และยิ่งมีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ยิ่งทำให้ความกังวลและสิ่งที่เราจะต้องแบกรับอยู่นั้นเพิ่มมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่เราจะต้องเร่งตั้งศูนย์พักพิงให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อที่ให้ประชาชนมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย
“การเยียวยานั้น หากเรามีเหตุจากภัยธรรมชาติเช่นนี้รัฐบาลให้การเยียวยาพี่น้องประชาชนเป็นรายครอบครัวอยู่แล้ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เกิดความมั่นใจ ทั้งความเสียหายของบ้านเรือนด้วย และการเยียวยาเป็น 100 ครอบครัว ด้วยเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้นำสิ่งที่ได้ปัจจัยที่ได้จากการเยียวยาไปซื้อข้าวซื้อของใช้ในสิ่งที่ขาดไปในช่วงที่น้ำมารบกวนพ่อแม่พี่น้องและเพื่อให้เกิดความครอบคลุมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รัฐบาลได้ตัดสินใจซื้อประกันภัยรายครอบครัวให้กับพ่อแม่พี่น้องทั้งหมดในเขตที่เสี่ยงภัยนั้นท่วมทั้งหมด 30 ล้านครัวเรือนเป็นที่เรียบร้อยแล้วครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนเหตุที่เกิดก่อนหน้านี้ รัฐบาลก็จะดูแลด้วยตัวรัฐบาลเอง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหากหากเกิดภัยพิบัติจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ครอบคลุมภัยทั้งหมด ซึ่งตรงนี้เป็นเงินเยียวยาค่าซ่อมไฟบ้านเรือน แต่ไม่อยากให้ได้นะ แต่ถ้าหากมันเกิดขึ้นมีผู้เสียชีวิตที่เกิดจากภัยต่างๆการเยียวยาก็จะชดเชยให้ทันที ได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้ง นี่คือจุดที่ดีที่เราไปซื้อประกันไว้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลนั้นต่อครั้งต่อไปปี แต่ข้อดีของการมีประกันภัยหากมีภัยเมื่อไหร่ก็จะเยียวยาเราทุกครั้ง" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องของการซ่อมแซมบ้าน จะมีการสำรวจความเสียหายและจะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยน้ำท่วมที่กำหนดไว้ ก็จะมีคนมาสำรวจแล้วจ่ายค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของพวกท่านไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน ซึ่งจะมีกรมโยธาธิการและผังเมืองมาช่วยประเมินความเสียหาย ร่วมกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เพราะหากเป็นบริษัทประกัน ก็จะประเมินต่ำไว้ก่อน พอหากเราไม่ตั้งมาคุมไว้ด้วย ก็จะไม่มีข้อตกลงที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องพึงพอใจได้
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้แนะนำสส. จังหวัดนครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย และแนะนำ นายสัญญา นิลสุพรรณ สส. เขต 3 จากพรรคกล้าธรรม โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้ท่านจะไม่ได้อยู่เขตนี้ แต่ประชาชนก็สามารถเรียกใช้งานได้ สส. นครสวรรค์ทุกคนไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ที่ไหน ประชาชนเรียกใช้ได้หมด เพราะเป็นผู้แทนของชาวนครสวรรค์ ไม่ได้เป็นผู้แทนของอำเภอ หรือของตำบลเท่านั้น พร้อมชี้ไปทางนายสัญญา และกล่าวว่า
“นี่ก็หนุ่มน้อยหน้ามล ชื่อสัญญา คนนี้ไม่ใช่ลูกพรรคผม คนนี้เป็นลูกพรรคของผู้กองธรรมนัส พรรคกล้าธรรม แต่เมื่อหากพี่น้องเดือดร้อนเมื่อไหร่ มันไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพวกเดียวกัน เป็นสส.ของประชาชน มาดูแลประชาชนร่วมกัน"
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขอบคุณสำหรับความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีให้กับตน เพราะพ่อแม่พี่น้องทุกคนส่งผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็ทำงานอย่างเต็มที่ และนครสวรรค์ก็มีสส.ที่เป็นพวกเดียวกัน พร้อมชี้ไปทางนายสัญญา สส.พรรคกล้าธรรมอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า "ถามว่าสัญญานี่ เป็นพวกเดียวกันไหม ก็พวกเดียวกันอยู่แล้ว เขาเห็นผมเป็นพวกพี่น้อง เขาไม่ได้เห็นผมเป็นศัตรูอยู่แล้ว" พร้อมชี้ไปอีกครั้งแล้วถามว่า "กล้าไหม" และนายสัญญาตอบพร้อมรอยยิ้มว่า "ไม่กล้า" นายกรัฐมนตรีจึงชี้ไปที่ประชาชนที่นั่งอยู่ และบอกว่าก็นับดูแล้วกันว่ากี่เท้า เดินออกจากตรงนี้ไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันทำงาน อย่างเต็มที่ ฝ่ายข้าราชการประจำก็พร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่าง
นายกรัฐมนตรี ย้ำอีกว่า ขอมั่นใจว่ารัฐบาลบริหารสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ขอให้ปลอดภัยและสุขภาพร่างกายแข็งแรง และขอให้สภาวะกลับคืนสู่ปกติโดยเร็วที่สุด