นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุมเรื่องการจัดการอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า
วันนี้ในที่ประชุมได้เชิญนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เพื่อร่วมกันถกประเด็นปัญหาในการรับมืออุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
ตั้งแต่เรื่องก่อนเกิดเหตุปัญหาที่ติดขัดและแผนการเผชิญเหตุ เช่น ปัญหาความล่าช้าในการตั้งศูนย์สั่งการส่วนหน้าของ กทม. และการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มี สส.กทม. เข้าร่วมสะท้อนข้อคิดเห็นด้วย
รวมถึงการฟื้นฟูและการเยียวยาที่ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องเครื่องจักรชิ้นใหญ่ในการขนขยะ คนทำงานไม่พอ ที่ต้องทำงานเยอะกว่ากำลังมนุษย์จะรับไหว จำเป็นที่ทาง กทม. ต้องใช้งบฉุกเฉินในการเพิ่มคนและเครื่องจักรในการจัดการขยะ เพราะหากยังทำแบบนี้อีก 1 เดือนก็ยังไม่เสร็จ
นายภัทรพงษ์ ยังกล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ยังจะพูดถึงเรื่องการเยียวยา ที่อธิบดี ปภ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดไม่ตรงกันเรื่องการเยียวยาน้ำท่วมแฟลตคลองจั่นในเกณฑ์น้ำล้อมบ้านที่วันนี้ต้องถกให้เคลียร์
เมื่อถามว่ายังมีข้อกังวลว่าอาจเยียวยาไม่ทั่วถึงในพื้นที่ กทม. เช่นที่พักอาศัยแบบตึกสูง นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาให้เคลียร์ เพราะว่าต่อให้น้ำไม่ได้เข้าบ้านแต่น้ำล้อมบ้านประชาชนก็เสียสิทธิ์ไม่สามารถออกไปได้ เปรียบเสมือนคนถูกน้ำท่วม
"ประชาชนไม่ควรต้องมาลุ้นว่าอยากให้น้ำท่วมบ้านฉันแค่นิดเดียวพอ จะได้ 9,000 บาทเหมือนกัน มันไม่ควรที่จะต้องมาคำนึงถึงตรงนั้น ผมว่าความเท่าเทียมต้องเกิดขึ้น การเยียวยาคือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้ แน่นอนว่าเงินเยียวยาไม่พอกับความเสียหายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ควรมาคำนึงถึงเรื่องนี้" นายภัทรพงษ์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์หลังจากนี้ กทม. ยังน่าเป็นห่วงหรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่าฝนจะไปตกที่ภาคใต้ ภาคตะวันตก นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติซึ่งเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ
การที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนพื้นที่ กทม. ในสัปดาห์หน้ากรณีที่เลวร้ายที่สุด ฝนอาจจะอยู่ที่ 100 มิลลิเมตรของพื้นที่ หากเกิดปัญหาเดิมและถ้าขยะไม่เคลียร์และไปขวางทางน้ำ ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังได้อีก ดังนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมรับ คือประชาชนต้องได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด จึงจะเป็นการจัดการภัยพิบัติได้ดีที่สุด