นายศักดิ์ชัย จันทร์แสงวัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีของ นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ หรือ สส. ไอเดียร์ และคู่สมรส หลังฝ่ายตรวจสอบทรัพย์สินตรวจพบพฤติการณ์สงสัยเข้าข่ายความผิดปกติทางบัญชีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปิดเผยถึงรายละเอียดการตรวจเปเปอร์และเอกสารหลักฐานเบื้องต้นว่า
คณะทำงานได้ลงพื้นที่สแกนเอกสารประกอบการยื่นบัญชีอย่างละเอียดทุกรายการ พบว่าทรัพย์สินที่แจ้งไว้มีความไม่สอดคล้องกับฐานรายได้จริง
นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยเรื่องการยื่นเอกสารไม่ตรงตามความเป็นจริง การไม่ระบุรายการทรัพย์สินบางส่วน ตลอดจนการปกปิดข้อเท็จจริงในบัญชีทรัพย์สินของทั้งตัว สส. และคู่สมรส ซึ่งถือเป็นเหตุอันควรสงสัยตามข้อกฎหมายที่ต้องดำเนินการตรวจสอบเชิงลึก
ด้าน นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้กล่าวชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินคดีและกรอบเวลาตามกฎหมายว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นของฝ่ายสืบสวน ซึ่งตามระเบียบขั้นตอนปฏิบัติ ป.ป.ช. จะใช้กรอบระยะเวลาการตรวจสอบเบื้องต้น 60 วัน
และหากพบว่าเอกสารพยานหลักฐานมีความซับซ้อน หรือต้องรอการประสานข้อมูลจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติม จะสามารถดำเนินการขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้อีก 30 วัน รวมเป็นระยะเวลาดำเนินงานในชั้นต้น 90 วัน
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อจากนี้ หลังจากฝ่ายตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน สัญญาการทำนิติกรรม บัญชีธนาคาร และรายการทรัพย์สินทั้งหมดครบถ้วนแล้ว จะทำการสรุปสำนวนพร้อมความเห็นเสนอต่อนายเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาและนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่
หากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางยื่นบัญชีเท็จ ปกปิดทรัพย์สิน หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติจริง จะมีการตั้งคณะทำงานไต่สวนข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกตรวจสอบเพื่อเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าเงินที่มาจากแหล่งที่เป็นเว็บพนันออนไลน์ในต่างประเทศ เป็นเงินที่ได้มาก่อนหรือหลังการดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยต้องนำมาพิจารณาทั้งหมด หากเป็นช่วงก่อนดำรงตำแหน่งถือว่าไม่มีความผิด แต่หากเกิดขึ้นหลังจากดำรงตำแหน่งถือว่ามีความผิด และเป็นการกระทำความผิดทางกฎหมายจากการไม่ยื่นทรัพย์สินหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ