นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมีคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังมีปริมาณเยอะอยู่ เราก็ต้องมาเร่งผลักดันน้ำออกไป ซึ่งในช่วงนี้ก็ยังถือว่ายังสามารถที่จะระบายออกไปทางแม่น้ำท่าจีนได้
แต่ก็ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะมีอุปสรรคอื่น ๆ เช่น จำนวนผักตบชวา จำนวนผักบุ้งที่ถูกปลูกไว้แล้วมันก็ไหลมากีดขวางทางน้ำ เราก็ต้องเร่งกำจัดผักตบชวาที่มีจำนวนมหาศาลควบคู่การระบายน้ำ
นายอนุทิน กล่าวว่า "วันนี้ได้มาเห็นถึงปัญหาที่มันสั่งสมมา ซึ่งจริง ๆ มันเป็นแบบนี้ทุกปี สิ่งที่เราควรจะต้องทำก็คือ เพิ่มช่องทางให้น้ำไหลออกไปในแหล่งน้ำที่ใหญ่กว่าให้เร็วที่สุด อย่างเช่นกรณีที่อำเภอสองพี่น้อง ได้รับยืนยันจากอธิบดีกรมชลประทานในการขยายช่องทางประตูน้ำเพิ่มมากขึ้น ด้วยการทำการเปิดความกว้างของคลองระบายน้ำให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้น้ำระบายออกไปถึงแม่น้ำท่าจีนซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กม."
"แต่ต้องจัดระบบให้ดีเพราะมีบางช่วงเวลาที่แม่น้ำท่าจีนระดับสูงกว่า แต่เราก็ต้องมีประตูน้ำคอยปิดกันไม่ให้น้ำไหลกลับเข้ามา" นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่ตนพูดในคณะรัฐมนตรีตลอดว่าโครงการแต่ละโครงการกว่าจะอนุมัติ ก็มีบางความเห็นบอกว่า สิ้นเปลืองงบประมาณ ทำโครงการชลประทานใช้เงินจำนวนมาก แต่จริง ๆ แล้วที่สิ้นเปลืองจริง ๆ ก็คือ การสูญเสียทรัพยากรจากการแก้ปัญหาระยะสั้น คือ การเร่งสูบน้ำระบายน้ำ ทั้งสิ้นเปลืองไฟฟ้า น้ำมัน และทรัพยากรมหาศาล การขนย้ายระดมเครื่องสูบน้ำมาจากจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ติดตั้งท่อระบายน้ำ
แม้ว่าจะเอามารวมเครื่องมือกับกรมชลประทานก็ไม่พอ และเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น แล้วยังต้องไปใข้เงินเยียวยาประชาชน ซึ่งรวม ๆ แล้วก็ต้องเสียเงินปีนึง 40,000-50,000 ล้านบาท ในการไปเยียวยา แต่ไม่ได้ถาวรวัตถุหรืออะไรที่เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า "วันนี้เรามาดูข้อเท็จจริง เราจะช่วยกันทำให้งบประมาณเหล่านี้เข้าไปเพื่อที่จะช่วยกันลดความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญมาโดยตลอดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องความเดือดร้อน เป็นเรื่องฉุกเฉิน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้กับพี่น้องประชาชน และเราจะแก้ไขปัญหาในระยะยาว"
"โดย ครม. ชุดนี้ ได้อนุมัติเห็นชอบโครงการระบายน้ำ อย่างน้อยโครงการภาพรวมใหญ่ คือ ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทย ต้องเกิดขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใช้เวลา 7 ปี ถึงจะแล้วเสร็จ เพราะหากเราไม่ทำวันนี้ ความสำเร็จของโครงการระยะยาวก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น ซึ่งจะได้กำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน บริหารจัดการด้วยความเข้มงวดใกล้ชิดว่าจะต้องไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ มาทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า"
"ต้องเร่งทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้มันเกิดขึ้นให้เร็วที่สุดให้ได้ ทั้งการเวนคืนที่ต้องเร็วที่สุด งบประมาณเวนคืนก็ต้องเร่งจ่ายให้กับประชาชน รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิด เราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่า พี่น้องประชาชนต้องลดความเดือดร้อน" นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง มักจะพบกับสภาพปัญหาจำนวนผักตบชวาที่ส่งผลต่อการระบายน้ำ รวมถึงมีประตูระบายน้ำเพียง 3 บาน จึงส่งผลให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่งริมคลองจากแม่น้ำท่าจีน และคลองสายต่าง ๆ ไหลเข้าพื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหายหนัก
พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข คือ การทำการระเบิดคอขวดตรงประตูเภาทะลาย คลอง ร.4 ขวา และประตูน้ำบางสาม คลองสองพี่น้อง เพิ่มจาก 3 บาน เป็น 5 บาน เพื่อช่วยผลักดันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนให้เร็วที่สุด อันจะช่วยบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้ง และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก
เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงฝ่ายค้านไหม นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวให้ประชาชนเห็นถึงสิ่งที่รัฐบาลจะทำ ต้องเรียนตรงๆเราต้องมาดูสถานการณ์ในพื้นที่ ให้มาเห็นกับตาตัวเอง เพราะถ้าฟังก็ฟังอยู่แต่ในกระทรวง ในทำเนียบรัฐบาลรัฐบาล ก็ไม่เห็นภาพ พอจะทำอะไรก็บอกเดี๋ยวมีโครงการโน้นโครงการนี้ สำคัญกว่า แต่พอมาเห็นวันนี้เราก็เริ่มทำให้ได้เห็นแล้ว
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่ในสังกัดของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ครม. ชุดนี้ก็เห็นชอบโครงการระบายน้ำ โครงการภาพรวมใหญ่ชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทยต้องเกิดขึ้นในปี 70 เป็นต้นไป ทำวันนี้อีก 7-8 ปีกว่าจะเสร็จเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะมีเหตุ ต่อสัญญาอะไรอีกหรือไม่ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่มีวันที่มันจะเกิดขึ้น
ตนก็จะกำชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทานต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ ทำให้ความล่าช้ามักเกิดขึ้นอีก รัฐบาลชุดนี้จะติดตามอย่างใกล้ชิดเราไม่มีคำว่าพรรค มีแต่คำว่าพี่น้องประชาชน ต้องลดผลกระทบความเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้มีความแตกต่าง จากรัฐบาลอื่น
นายอนุทิน กล่าวว่า "นี่คือเหตุผลที่พวกเราออกมารัฐมนตรี ออกมาเพื่อให้เห็นว่าเราช่วยกัน เราให้สำนักงบประมาณบรรจุโครงการเช่นนี้เข้าไป เพื่อลดความเดือดร้อนชาวบ้าน ครม. ก็จะได้ช่วยกัน พูดได้อย่างเต็มที่เวลาเข้า เข้าสภาผู้แทนราษฎรแล้วบอกว่ามิสเตอร์ โปรเจ็กต์หรือเปล่า จะทิ้งทวนจะสร้างเพื่อผลประโยชน์ เก็บเปอร์เซ็นต์ ฮั้วผู้รับเหมาหรือเปล่า ก็มาดูคนที่ที่พูดกับคนที่เจอของจริง รับรู้รับทราบสิ่งที่ชาวบ้านเดือดร้อนหรือเปล่า"
"นี่คือสิ่งที่รัฐบาลของผมต้องทำ ผมไม่แคร์ด้วย ถ้าทำแบบนี้เสร็จแล้วชาวบ้าน ไม่เลือกกลับเข้ามาเราก็มาเล่นเจ็ตสกีแถวนี้ก็ได้ แล้วบอกว่าตรงนี้เราทำมา น้ำไม่ท่วมแล้ว เราทุ่มเทในการทำงานเราทุ่มเทใช้แรงและสมองไม่ใช้ปากทำงานเหมือนคนบางคน" นายอนุทิน กล่าว
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่าไม่ได้เตรียมไว้นั้นว่า การเกิดอุทกภัยฉุกเฉินโดยปกติจะไม่อยู่ในระบบงบประมาณประจำ แต่รัฐบาลจะมีงบกลาง(สำรอง)เอาไว้ใช้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
สำหรับปีนี้ งบที่ใช้เกิดจากความห่วงใยของรัฐบาลนายกฯอนุทิน ให้งบประมาณก้อนสุดท้ายของปีงบประมาณ 69 โดยอนุมัติให้มา 4,700 ล้านบาท เพื่อให้เร่งจ่ายดูแลพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งภัยยังไม่สิ้นสุด
นายนายนิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในยามปกติปีที่ผ่านมา ต้องรอให้ภัยสิ้นสุดก่อน เพื่อคำนวณความเสียหายเพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้า จึงไปของบกลางมาเยียวยา ดังนั้นถือว่าใช้เวลา แต่ในปีนี้ถือว่ารวดเร็ว และยืนยันว่าไม่ตกหล่น เป็นการคำนวณจำนวนครัวเรือนที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานเข้ามา ณ วันที่ 29 ก.ย. 69 มีกี่ครัวเรือน คูณด้วยตัวเลขที่จะต้องได้รับการเยียวยา
เราขอไปตามข้อเท็จจริง และถ้าเลยไปจากนั้นแล้ว มีตัวเลขมากขึ้น ก็จะเสนอเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพื่อของบประมาณเพื่อมาเยียวยาต่อไป พร้อมยืนยันว่าไม่ได้คำนวณผิดพลาด