นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วันที่ 22 ตุลาคมนี้ กมธ. จะพิจารณาวาระการเสนอสินบนเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ และการติดตามควบคุมการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลว่า การประชุมครั้งนี้จะเชิญ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามี เข้าชี้แจงแต่ยังไม่ได้รับการติดต่อว่าจะมาชี้แจงหรือไม่
ทั้งนี้ กมธ. ได้เชิญหลายหน่วยงานมา คือ ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งนางสาวสุชาดาถือเป็น สส. ในสภา ติดต่อคงไม่ยาก แต่อยู่ที่ว่าจะมาหรือไม่ เดี๋ยวคงมีคำถามว่าเชิญถูกต้องหรือไม่ มีมติหรือไม่ ถ้าเราใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกก็ต้องใช้มติ แต่การเชิญครั้งนี้เป็นอำนาจของประธาน กมธ. ที่บรรจุเรื่องในระเบียบวาระ เพราะตนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ
และนางสาวสุชาดาพูดมาตลอดว่าต้องการเข้าสู่กระบวนการ เรียกร้องด้วยว่า กมธ. กฎหมายสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ได้ ตนจึงดำเนินการตามความต้องการของนางสาวสุชาดา
"ถ้ายังไงคุณสุชาดาช่วยมาเพื่อชี้แจง ถ้าคุณสุชาดาไม่ชี้แจงก็ยิ่งจะทำให้สังคมสงสัยว่า สิ่งที่คุณสุชาดาเรียกร้องคือพูดไปงั้น ๆ หรือบริสุทธิ์ใจจริง ๆ พร้อมให้หลักฐานและข้อมูล" นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กมธ. ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายรัฐบาล แม้ว่าตนจะเป็นประธานก็ไม่สามารถใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งได้ หากมีคำถามเชื่อว่านายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานน่าจะเชี่ยวชาญในการที่จะถามหรือช่วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับนางสาวสุชาดามากขึ้น ย้ำว่าตนในฐานะฝ่ายค้านไม่สามารถใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งได้แน่นอน เราจะใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา นายศุภชัยพร้อม สส.รัฐบาล ก็ไม่เข้าร่วมประชุมเนื่องจากไม่เห็นด้วยในการทำหน้าที่ของประธาน กังวลว่าสัปดาห์นี้จะเกิดเหตุเช่นนั้นอีกหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนเคารพในความเห็นของนายศุภชัย ท่านเป็นรองประธานคนที่ 2 อดีตก็เคยเป็นประธาน กมธ. ชุดนี้
แนวปฏิบัติที่เราดำเนินการไม่แตกต่างจากยุคอื่น ๆ ตอนที่นายศุภชัยเป็นประธานตนก็เป็นหนึ่งใน กมธ. ชุดนี้ ดังนั้นทุกขั้นตอนเราปฏิบัติแบบที่เคยทำกันมา เพียงแต่นายศุภชัยอาจไม่เห็นด้วย
และมองว่าตนบรรจุเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อฝ่ายรัฐบาลก็ขอน้อมรับในข้อวิจารณ์ ตนในฐานะประธาน กมธ. จะดำเนินการทุกอย่างอย่างมีวุฒิภาวะ แล้วจะทำให้การทำงานใน กมธ. สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าจะเจอแรงเสียดทานเจอการตั้งคำถาม หรือเจอการเสียดสี