“ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” หยิบยกสิ่งเหล่านี้ มาเป็นพลังบวกในการเดินทางบนถนนสาย ‘บันเทิง’ ที่ก้าวเข้ามาแล้ว ต้องไปต่อให้ ‘สุด’
ไม่มีอาชีพอะไรต้องปรับตัวเท่าอาชีพนี้แล้ว เพราะว่าเราอยู่กับคนต่อวัน 50 ชีวิตขึ้นไป เราต้องเจอตั้งแต่พี่ๆทีมงานฝ่ายต่างๆ คือทุกๆการพูดการสื่อสารของเรา ต้องประยุกต์ใช้ให้เข้ากับทุกคนเสมอๆ เหมือนบางทีคำพูดของเราเวลาเราพูดในบ้านเราพูดอะไรก็ได้ เพราะว่าพ่อกับแม่เราเขารักเราอยู่แล้วเพราะว่าเขารู้จักเรา แต่ว่าทุกครั้งที่เราต้องไปทำงานกับคนที่เขาไม่รู้จักเรา เราจะใช้คำพูดแบบไหนที่เราสามารถเข้าได้กับทุกคน เราจะทำงานวางตัวแบบไหนที่ให้ทุกคนเข้าใจในแบบที่เราเป็นจริงๆนะ ในเมื่อคนรอบข้างบอกว่าเราเป็นคนที่ดีนะ เราจะแสดงออกไปยังไง
บางทีการสัมภาษณ์เพื่อนเรารู้จักเรา แต่คนที่เขาไม่รู้จักเราเขาก็ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไงให้คนหกสิบล้านคนที่ดูข่าวเราเขาเข้าใจเรา แต่ก็เป็นเราที่ไม่ได้โกหก ไม่ได้เสแสร้ง เป็นตัวเราในแบบที่คนคาดหวัง คือหนูว่าเหมือนกับเราอยู่กับความรักของประชาชน เราอยู่ตรงนี้เราได้สิ่งดีๆหลายอย่าง จากการที่ประชาชนรักเราเวลาไปไหนมีแต่คนรักคนเอ็นดู เพราะฉะนั้นถามว่าแรกๆเราอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องปรับเปลี่ยนตัวเองมากมาย แต่พอเรารู้ว่าตลอดเวลา 9 ปี ที่เราได้รับความรักจากประชาชนทำให้รู้ว่ามันคุ้มค่าจริงๆ หนูเข้าใจว่าการที่จะทำให้คนอื่นยิ้มและมีความสุขจากคำพูดของเรามันไม่ได้ยาก มันก็เป็นตัวเราได้ แต่แค่ว่าอย่าไปเอาชนะ คือแรกๆมันจะเป็นความรู้สึกที่ว่าเราอยากให้คนหกสิบล้านคนเข้าใจธรรมชาติของเรา แต่จริงๆแล้วธรรมชาติของเรามันเปลี่ยนได้
ตัวตน ‘ปุ๊กลุก’ เป็นคนที่ถ้าในพาร์ทของการใช้ชีวิตปกติจะเรียบง่าย แล้วก็เป็นคนที่จริงๆถึงวันนี้รู้สึกว่าไม่ได้ชอบความเด่นดัง จะมีพาร์ทที่แบบว่าไม่อยากไปไหนแล้วทุกคนต้องทักทายเราเสมอแบบนี้ คือเด็กๆเราจะชอบทำกิจกรรมเวลาคนเห็นว่าเราดีนะ สวยนะ เหมือนว่าเราอยากได้สิ่งที่คนมองแล้วชื่นชมเรา
แต่พอมาถึงวันนี้ รู้สึกว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป แล้วก็ไม่ได้อยากได้สิทธิพิเศษเสมอไป การเป็นคนธรรมดามันก็มีมุมที่มีความสุข เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรามีในชีวิตทุกวันนี้คือการที่ใช้ชีวิตปกติ
ในพาร์ทของการทำงาน หนูค่อนข้างที่จะซีเรียสกับมัน ก่อนหน้านี้มีคนมาถามคนใกล้ตัวหนูว่า รู้จักปุ๊กลุกไหมอยากทำงานด้วย แต่ว่ามีคนบอกว่าเหมือนปุ๊กลุกเป็นคนที่แบบว่าเรื่องเยอะจริงหรือเปล่า หนูสงสัยมากเลยนะคะว่าเรื่องเยอะคือยังไง แล้วเพื่อนที่อยู่ใกล้ตัวหนูเขาก็ถามกลับไปว่าเรื่องเยอะคืออะไร ถ้าถามว่าเขาเป็นคนที่ลงรายละเอียดกับงานเขาทุกจุดจริง เป็นคนที่ทำงานเป๊ะแล้วก็ไม่ปล่อยผ่านเลยคือจริง
หนูรู้สึกว่าคำว่า ‘เยอะ’ มันมาจากการที่มาตรฐานของเรากับคนๆนึงไม่ตรงกัน แต่ถามว่าหนูยอมได้นะ หมายถึงยอมว่าให้คนรู้สึกว่าเราเป็นคนที่สติ๊กกับงานได้ แต่ถามว่าถ้าจะใช้คำว่าเยอะ หนูว่าหนูเป็นคนลงดีเทลกับงานทุกจุด แม้แต่ฉากหรือคำพูดทุกๆคำพูดในบทละครหนูไม่เคยปล่อยผ่าน แต่หนูก็ไม่รู้ว่าทุกคนจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า แล้วเขาจะมองว่า เห้ย!!แกเยอะหรือเปล่า แต่...หนูจะไม่ลดมาตรฐานของตัวเองเพราะคำครหาของคนที่บอกว่าเราเยอะ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเรา แต่ว่าเราก็ไม่รู้ว่ามันจะดีสำหรับทุกคนหรือเปล่า ถ้าคนเขาไม่ได้มาตรฐานเหมือนเรา เราจะไปทำให้เขามาตรฐานเท่าเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคนจะพูดถึงหนูในแบบไหน
ก็ยังยืนยันว่า ในพาร์ทของการทำงานหนูจะไม่ปล่อยผ่านเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะหนูเชื่อว่าอาจจะมีแค่คนสิบคนที่บอกว่าเราทำงานแบบนี้ แต่มีคนอีกหกสิบล้านคนที่เขารอดูผลงานเรา แล้วเขาคาดหวังปีนึงหนูเล่นได้แค่สองเรื่อง แล้วในอนาคตปีนึงหนูอาจจะเล่นได้แค่เรื่องเดียว เขารอเรามาตั้งกี่วันที่จะได้ดูผลงานเรา หนูจะไม่ปล่อยผ่านเลยแม้แต่ในไดอะล็อกเดียวที่หนูต้องแสดงความรู้สึกนั้นออกไป
บางทีถ้าในวันข้างหน้าหนูอาจจะต้องมาเจอรุ่นพี่ๆรุ่นใหญ่หรือว่าใครก็ตามที่บอกว่า ปุ๊กทำไมปุ๊กไม่ทำอย่างนี้ล่ะ แต่ถ้าสุดท้ายมันเป็นผลลัพธ์คือผลงานหนูจะดีขึ้น หนูก็จะยอมทำ คือมันไม่ใช่ว่าอีโก้ว่าแบบฉันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย หนูทำได้ทุกอย่างเพื่อผลลัพธ์ที่มันดีที่สุดสำหรับผลงานของเรา หนูรู้สึกว่าหนูไม่อยากดูถูกคนดู การทำงานหนักขึ้นหนูได้เงินเท่าเดิม แต่ทำไมหนูถึงต้องลงลึกกับมันเพราะหนูรู้สึกว่าอาชีพทุกอาชีพมีจรรยาบรรณอยู่ แล้วเราจะไม่ดูถูกคนที่เขาซัพพอร์ตรอดูผลงานของเรา
9 ปีที่ผ่านมาไม่เคยหยุดเลย คือถ้าเราหยุด มันก็เหมือนเราอยู่ที่เดิม อยู่ที่เดิมก็เหมือนถอยหลังด้วยซ้ำ เพราะว่าโลกทุกวันนี้มันค่อนข้างไกล เพราะหนูไม่ได้นั่งศึกษาแค่งานอย่างเดียว อย่างเล่นละครแนวที่มันเป็นกุ๊กกิ๊ก ก็ต้องไปศึกษาซีรีย์เกาหลีทั้งๆที่ปกติไม่ได้ดู ดูจนตอนหลังก็เป็นติ่งเกาหลีไปแล้ว ( หัวเราะ ) สมมุติถ้าวันนึงต้องไปเล่นหนังที่เป็นหนังฝรั่ง ก็คงต้องไปดูสเต็ปของหนังฝรั่งว่าเป็นอย่างนี้นะ คือเหมือนเราต้องทำการบ้านกับมันจริงๆ ถึงแม้จะไม่มีใครมาเคี่ยวเข็ญ แต่ว่ามันเป็นผลงานของเรา ที่วันหนึ่งมันคงถึงช่วงเวลาที่เราอาจจะไม่ได้ทำมัน แต่ว่าผลงานของเราที่มันอยู่”
โกอินเตอร์ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็เป็นช่วงที่เราอาจจะยังไม่ได้เปิดกล้องมันก็เลยเป็นช่วงที่เราสามารถที่จะไปได้ ก็โตขึ้นเยอะเลย หนูเป็นคนที่กลัวมากกับการที่เราต้องทำอะไรอยู่คนเดียว แต่พอวันนึงมันถึงจุดที่เราเหมือนต้องกระโดดลงไปใส่งานที่มันไม่สามารถมีใครไปได้นอกจากเราคนเดียว มันเหมือนเราเอาชนะสิ่งที่เรา เวลาเราไปต่างประเทศไปกับกลุ่มเพื่อนก็จะมีเพื่อนคอยคุยให้ เวลาทำงานในประเทศไทยก็จะมีผู้จัดการคอยต่อรองให้ คือทุกอย่างเราเหมือนมีคนเมเนจให้หมด แต่พอวันนึงไปต่างประเทศทุกอย่างคือคนเดียวหมดเลย โห!!นั่งร้องไห้ตั้งแต่ขาไปเลยจ้า....( ลากเสียงยาว )
คือหนูกลัวการอยู่เดียว ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาที่มันเกิดขึ้นข้างหน้าได้ดีแค่ไหน เหมือนบางทีมันมีปัญหาขึ้นมาข้างหน้า เวลามีคนอยู่ข้างๆก็จะช่วยคิด แต่อันนี้เราต้องคิดคนเดียวก็เลยรู้สึกว่า ถ้าเราตัดสินใจออกมาได้ไม่ดีล่ะจะทำยังไง ใครจะคอยบอกเราที่แบบให้เราอุ่นใจ
แต่งานตรงนั้นมันเหมือนเพิ่งเริ่มต้น จะเอาทีมไปเยอะก็ไม่ได้ มันเหมือนการที่เราไปทำงานต่างประเทศมันทำให้เราโตขึ้น นิ่งขึ้น รู้สึกว่าเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น งานประเทศไทยสำหรับเรามันเป็นงานที่นับหนึ่ง แต่งานนับหนึ่งที่ต่างประเทศมันเป็นเหมือนนับอีกสเต็ปหนึ่งของประเทศไทย มันยากที่เรานับหนึ่งที่นั่น แต่มันก็ยากกว่าที่เราต้องรักษามาตรฐานของเราในประเทศไทย คนเขามองมาเห็นผลงานของเราผ่านการที่เราไปทำงานที่นั่นด้วย”
“ปุ๊กลุก ฝนทิพย์” ร่วมงานปาร์ตี้วันเกิด “ปารีส ฮิลตัน”
เรื่องงานเป๊ะ เรื่องหัวใจยิ่งเป๊ะกว่า ( หัวเราะ ) โสดอยู่ค่ะ โสดยาว หนูไม่ได้รู้สึกว่า มันเหมือนอยู่แบบนี้มันก็แฮปปี้ดี จริงๆเราก็คุยหลายๆคนนะ คุยเป็นเหมือนเพื่อนมากกว่า ไม่ได้จะต้องแบบว่าเป็นแฟนกันเถอะ ก่อนหน้านี้ก็มีพี่ๆแนะนำให้บ้างว่า น้องคนนี้ไหม คนนั้นไหม แต่เราก็รู้สึกว่าเป็นพี่เป็นเพื่อนดีกว่า ความสัมพันธ์แบบพี่น้องมันยาวนานกว่า เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นเราจะได้ช่วยเหลือเยียวยา ถ้าเป็นแฟนกันเลิกกันเขาก็ไม่ช่วยเหลือเราอยู่ดี ด้วยอายุยังรู้สึกว่าได้อยู่นะ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องรีบ
คนในวงการ “ถ้าจริงๆก็รู้สึกว่าถ้ามันเข้ากันได้จริงๆ เขาไปในแนวทางเดียวกับเรา ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องปิดกั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเลือกคนนอกวงการ แต่ก็ยังไม่มีใครที่รู้สึกว่าต้องเซย์เยสเป็นแฟน!!!
“ปุ๊กลุก ฝนทิพย์” เจ้าแม่แฟชั่น สวยแซ่บหลักล้าน
สำหรับแฟนๆที่รอละครของ “ปุ๊ก” รอติดตาม “ปาฏิหาริย์รัก” ทาง พีพีทีวี นะคะ อ่านบทแล้วชอบมากๆ หนูอยากเล่นละครแนวนี้ที่เหมือนจะเบาสมอง แต่ก็มีช่วงที่ไม่เบาสมอง ( หัวเราะ ) คือถ้าเอาเบาสมองทั้งเรื่องหนูก็รู้สึกว่าเสียดายสิ่งที่เราสามารถที่จะทำได้ เลยมีสักช่วงที่มันมีความดราม่าใส่ลงไป ละครเรื่องนี้มีครบทุกอารมณ์ คือรักโรแมนติกที่มีความดราม่า เป็นอะไรที่คิดว่าคนดูต้องสนุกและเอ็นจอยกับมันแน่นอน เรื่องนี้มีพระเอก 2 คน มันมีจุดที่ว่าทำไมถึงต้องมีพระเอก 2 คน สำหรับพระเอกก็ยังลุ้นอยู่ว่าเป็นใคร ( ยิ้ม )
“ปุ๊กลุก ฝนทิพย์” เปิดใจสาเหตุเซ็นสัญญาช่อง PPTV
ประเดิมคนแรก “ปุ๊กลุก – ฝนทิพย์” เปิดตัวเซ็นสัญญาเข้าสังกัดพีพีทีวี
“ปุ๊กลุก ฝนทิพย์” เผยเคล็ดลับหุ่นสวย