วันที่ 27 พ.ค. ทางการเกาหลีใต้ได้จับกุมยูทูบเบอร์ “คิม เซอี” เจ้าของช่องยูทูบ Hover Lab จากกรณีถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับนักแสดงชื่อดัง “คิม ซู-ฮยอน” จนเกิดเรื่องอื้อฉาวที่ส่งผลกระทบต่อการงานอาชีพของนักแสดงหนุ่ม
ตำรวจและอัยการกล่าวหาว่า คิม เซอี ได้บิดเบือนหลักฐานเพื่อกล่าวอ้างเท็จว่า คิม ซู-ฮยอน เคยคบหากับนักแสดงหญิงผู้ล่วงลับ คิม แซ-รน ขณะที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ซึ่ง คิม ซู-ฮยอน ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาโดยตลอด
ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้ออกหมายจับยูทูบเบอร์รายนี้เมื่อวันที่ 26 พ.ค. โดยอ้างถึงความกังวลว่าเขาอาจทำลายหลักฐานหรือหลบหนี
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ต้นสังกัดของ คิม ซู-ฮยอน กล่าวว่า “ความจริงได้ถูกพิสูจน์แล้ว การสอบสวนยืนยันว่าข้อสงสัยและหลักฐานทั้งหมดที่ Hover Lab นำมาใช้กล่าวหา คิม ซู-ฮยอน นั้นไม่มีมูลความจริง” พร้อมทั้งขอบคุณผู้สนับสนุนที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างนักแสดงหนุ่ม
ก่อนที่ศาลจะออกหมายจับ ยูทูบเบอร์ คิม เซอี ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาและกล่าวว่าไม่มีการเรียบเรียงข้อเท็จจริงพื้นฐานอย่างถูกต้องด้วยซ้ำ
คิม เซอี กล่าวว่า เขาจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อตำรวจและอัยการที่ร้องขอให้จับกุมตัวเขา
ข้อกล่าวหาต่อ คิม ซู-ฮยอน กลายเป็นกระแสเมื่อปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากที่ คิม แซ-รน จบชีวิตตัวเองด้วยอายุเพียง 24 ปี
หลายเดือนหลังจากที่เธอเสียชีวิต ช่องยูทูบเบอร์ Hover Lab ซึ่งมีผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคน ได้โพสต์คลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นเสียงของนักแสดงหญิงพูดว่าเธอคบกับ คิม ซู-ฮยอน มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้น
ตำรวจอ้างว่า คลิปเสียงนั้นสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ และยังกล่าวหาว่ายูทูบเบอร์ได้ดัดแปลงภาพหน้าจอข้อความที่ส่งจากโทรศัพท์ของนักแสดงหญิงเพื่อให้ดูเหมือนว่าเธอกำลังส่งข้อความหา คิม ซู-ฮยอน
ตำรวจยังกล่าวอีกว่า คิม ซู-ฮยอน ยังคงเข้ารับการรักษาทางจิตเวช หลังคำกล่าวอ้างจาก Hover Lab ของ คิม เซอี ได้ทำลายรากฐานทางสังคมและทางเศรษฐกิจของ คิม ซู-ฮยอน อย่างสิ้นเชิง และทำลายหน้าที่การงานของเขา
คิม ซู-ฮยอน ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการอีกเลยนับตั้งแต่การแถลงข่าวที่เต็มไปด้วยน้ำตาในเดือน มี.ค. 2025 ซึ่งเขากล่าวว่าเขาเคยคบกับ คิม แซ-รน เป็นเวลา 1 ปี แต่หลังจากที่เธอบรรลุนิติภาวะแล้ว โดยกล่าวในเวลานั้นว่า “ผมไม่สามารถยอมรับในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ”
ในเดือนนั้น เขาได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาต่อยูทูบเบอร์และครอบครัวของนักแสดงหญิงในข้อหาใส่ร้ายป้ายสี
เรียบเรียงจาก BBC