เมื่อกว่า 25 ปีก่อน ณ ช่วงที่วงการบันเทิงไทยกำลังถูกครอบครองความนิยมด้วยกลุ่มนักแสดงรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่เป็นลูกครึ่งตามเทรนด์ของยุคนั้น แต่ “เปิ้ล-ชไมพร” คือหนึ่งในนักแสดงหน้าใหม่ที่มาแรงในวันนั้น ก่อนหน้าที่จะค่อยๆ ขยับจากการเป็นทีนไอดอลมาสู่การเป็นนางเอกละครอย่างเต็มตัว ซึ่งมองย้อนกลับไปนักแสดงสาวร่างเล็กคนนี้ก็เผยว่า ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายด้วย
“เรารู้สึกว่าการเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นเรื่องยาก ต้องผ่านมาจากการเป็นตัวประกอบก่อน เดินไปเดินมาวันละ 200 ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.3 จากนั้นจึงมาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา” เปิ้ล ชไมพร รำลึก
“เสร็จแล้วเราไปสะดุดตาผู้กำกับ อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ก็ให้ไปแคสต์เรื่อง “ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด “ ขณะที่ก็มีถ่ายละครตามมา เรารู้จักแต่ตื่นมาแล้วไปทำงาน ชีวิตช่วงเด็กจะหายไป ไม่มีคำว่าไปเที่ยวกับเพื่อน ส่วนการเรียนก็เปลี่ยนโรงเรียนไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จบ กศน. เพื่อรับงานแสดงได้ หากเปรียบเทียบกับเด็กสมัยนี้การเข้าสู่วงการดูจะง่ายมากเลย”
หลังจากที่อธิบายรายละเอียดความสมบุกสมบันของเส้นทางทีนไอดอลในวันนั้นกับ 2 พิธีกรสาวประจำรายการคือ “อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์” กับ “กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” แล้ว ในวันนี้ นักแสดงสาวร่างเล็กยังได้กล่าวถึงความทรงจำสีจางของเธอต่อไปว่า
“ความประทับใจยุคนั้นมีในทุกๆ อย่างเลย เมื่อก่อนจะตามไปทำงานต้องใช้แพคลิงค์และโทรกลับ ส่วนเวลาไปกองถ่ายก็ใช้แผนที่แฟกซ์มา หลงไม่หลงก็ว่ากันอีกที”
หลังจากที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงได้ราว 10 ปี ชื่อของ “เปิ้ล ชไมพร” ก็ค่อยๆ ห่ายหายไปจากหน้าจอไปทีละน้อย จากปัญหาสุขภาพ และปัจจุบันอดีตนางเอกสาวได้ผันตัวไปทำธุรกิจความงามเป็นหลัก ขณะที่ยังพอมีผลงานละครให้ได้ติดตามกันอยู่บ้าง รวมทั้งเคยทำพิธีกรช่องดาวเทียมในช่วงหลายปีหลังมานี้ให้แฟนๆ ได้คลายความคิดถึงกันเป็นระยะๆ
พบกับบทสัมภาษณ์ดีๆ จากบุคคลที่น่าสนใจเช่นนี้ได้ในรายการ “บางกอกซิตี้เลขที่ 36” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.20 น. ทางช่อง PPTV HD 36 และรับชมย้อนหลังทาง www.pptvhd36.com และ LINE TV
ศิลปิน-ดารา แจ้งเกิดจากโลกโซเชียล