90 วัน "ศุภจี" ลั่นทำครบ 100% ทุกนโยบาย เดินหน้าต่อ ปี 70
90 วัน "ศุภจี" ลั่นทำครบ 100% ทุกนโยบาย ลดค่าครองชีพ ดันสินค้าเกษตร ปลุก SMEs ลุยส่งออก
“ศุภจี” ประเมินผลงาน 90 วัน พอใจ เดินหน้านโยบายได้ครบ 100% พร้อมเร่งเครื่องต่อทั้งลดค่าครองชีพ แก้ปัญหาสินค้าเกษตร ปราบนอมินี ดัน SMEs และเจรจาการค้า ขณะที่เป้าหมายใหญ่คือรักษาการส่งออกไทยให้โต 2 หลัก
กระทรวงพาณิชย์เผชิญโจทย์เศรษฐกิจ 4 ด้าน ทั้ง ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ ติดกับดักรายได้ปานกลาง และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จึงวางนโยบายทั้งการแก้ปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว
1. “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพ–สร้างรายได้
หนึ่งในผลงานที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง คือโครงการ “ไทยช่วยไทย” ตั้งแต่เดือนเมษายน ทั้งการลดราคาสินค้าเฮาส์แบรนด์ในห้างทั่วประเทศ ลดราคาระดับอำเภอกว่า 800 แห่ง รวมถึงรถพุ่มพวงในพื้นที่ห่างไกล และแฟรนไชส์เพื่อสร้างอาชีพ
ผลจากโครงการช่วยลดค่าครองชีพประชาชนไปแล้วกว่า 818 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,900 ล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อช่วยทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
2. สินค้าเกษตร ต้องแก้ทั้งห่วงโซ่
โจทย์สินค้าเกษตรไม่ได้มองแค่ “ราคาหน้าสวน” แต่ปรับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ตั้งแต่การทำปฏิทินเกษตร วางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด การแปรรูปและขนส่ง ไปจนถึงการตลาดและอีคอมเมิร์ซ พร้อมเข้มงวดการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและล้งเถื่อน
ตัวเลขราคาสินค้าหลายรายการเริ่มสะท้อนผล เช่น มะพร้าว ที่ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10.00-11.50 บาทต่อลูก จากช่วงที่เคยตกต่ำเหลือเพียง 3-5 บาท
ส่วนทุเรียนแม้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 33% แต่การส่งออกยังทำสถิติทะลุ 1.168 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 28% และราคาทุเรียนในประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะทุเรียนลูกเล็กจากภาคตะวันออก เฉลี่ย 75 บาทต่อกิโลกรัม
ขณะที่การส่งออกข้าวช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 3.9 ล้านตัน และราคาส่งออกข้าวปรับตัวสูงขึ้นทุกชนิด
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ยังต้องติดตาม โดยเฉพาะ มะพร้าวแกงและลองกอง ที่ราคายังลดลง
3. SMEs ต้องโตด้วย “ทรัพย์สินทางปัญญา–ทักษะ–เศรษฐกิจสร้างสรรค์”
อีกโจทย์สำคัญคือการเพิ่มศักยภาพ SMEs ผ่านการลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจ
คำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP ในช่วง 7 เดือน เพิ่มขึ้น 7.48% ขณะที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์สร้างมูลค่าการค้ากว่า 15,382 ล้านบาท
พร้อมเดินหน้า Upskill–Reskill เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้าสูงถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี
4. ส่งออกโตแรง แต่โจทย์ใหม่คือ “สมดุลการค้า”
ช่วงครึ่งปีแรก การส่งออกไทยขยายตัวสูงถึง 17.6% ขณะที่กิจกรรมส่งเสริมการค้าสร้างมูลค่ากว่า 145,393 ล้านบาท
กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าขยายตลาดใหม่ ผ่านการเจรจา FTA และการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมตั้งเป้ารักษาการส่งออกปี 2569 ให้เติบโต 2 หลัก
แต่ด้านที่ต้องจับตาคือ การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นและการขาดดุลการค้า โดยเฉพาะกับจีน ซึ่งไทยขาดดุลสูงถึงประมาณ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 30% ของมูลค่าการนำเข้ารวม
โจทย์ต่อไปจึงไม่ใช่แค่ “ส่งออกให้โต” แต่ต้องทำให้ โครงสร้างการค้าเกิดความสมดุลมากขึ้น
5. ปี 2570 ลุยต่อ “การค้า–เกษตร–SMEs–นอมินี”
สำหรับช่วงต่อจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมเร่งเจรจาการค้า โดยเฉพาะ FTA และมาตรา 301 รวมถึงการเจรจากับสหรัฐฯ
ทีมเจรจาทางเทคนิคเตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ ระหว่าง 27 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 เพื่อเร่งสรุปการเจรจา ART โดยย้ำหลักการเจรจาที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของไทย
ขณะเดียวกัน ยังต้องเดินหน้ารักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เข้มงวดการแก้ปัญหา นอมินี ปลดล็อกอุปสรรคทางธุรกิจ และเดินหน้า “ไทยช่วยไทย” ต่อจนสิ้นปี
90 วันแรกอาจครบ 100% แต่โจทย์ใหญ่ยังไม่จบ
“ศุภจี” ระบุว่าพอใจกับผลงาน 90 วันที่ผ่านมา เพราะสามารถเดินหน้างานได้ครบ 100% แม้หลายปัญหายังไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมด แต่ได้พยายามรับมือด้วยแนวทางใหม่ และตัวเลขหลายด้านออกมาสูงกว่าเป้าหมาย
จากนี้โจทย์ของกระทรวงพาณิชย์จึงไม่ใช่เพียง “ทำตามนโยบายให้ครบ” แต่คือการทำให้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง ทั้งค่าครองชีพที่ลดลง รายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น SMEs แข่งขันได้ และการส่งออกที่เติบโตอย่างสมดุล
เพราะ 90 วันแรกคือการตั้งเครื่องยนต์ แต่โจทย์ต่อไปคือทำอย่างไรให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจเดินหน้าได้แรงและต่อเนื่อง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB