“จูน กษมา” เล่านาทีชีวิต ลูกชายขับเจ็ทสกีติดพายุ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“จูน – กษมา ศิลาชัย” ภรรยา “เปิ้ล – นาคร ศิลาชัย” เล่านาทีชีวิต หลังลูกชายขี่เจ็ทสกีติดพายุ ลั่นอยากให้เลิกขับแล้ว

ทำเอาคนเป็นแม่หัวใจหายใจคว่ำ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำเอาหัวใจหล่นไปตาตุ่ม สำหรับ จูน – กษมา ศิลาชัย ภรรยา เปิ้ล – นาคร ศิลาชัย หลังยกครอบครัวไปเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แต่เจอพายุโหมกระหน่ำ จนหลงอยู่กลางเขื่อน โชคดีลูกชายคนกลาง ออก้า ขับเจ็ทสกีผ่านไปได้ แต่ลูกชายคนเล็ก ออกู๊ด ตกใจมาก ซึ่งแม่จูนเล่าเหตุการณ์ระทึกใจวันนั้นให้ฟังว่า

ถามเรื่องนาทีชีวิตที่ลูกๆติดพายุที่กาญจนบุรีหน่อย
“เราไปกาญจนบุรีบ่อยมาก แต่ไม่เคยรู้ว่ามันจะมีพายุ พอดีช่วงนั้นพายุเข้า เราก็ไม่ได้เช็คสภาพอากาศด้วย คิดว่ามันไม่มี ปรากฎว่าเราก็ไปกัน 20 กว่าลำ ออกไปพร้อมกันแต่มีเรท3ลำนี่แหละที่ติดอยู่ พายุมาพอดี เราเห็นแล้วมีพายุข้างหน้า ทุกคนรับขับไปเพื่อให้ผ่านก้อนเมฆก้อนนี้แต่เราไม่ทัน ซึ่งในนั้นมีออกู๊ดอยู่ด้วย น้องเลยร้องไห้หนักมาก อย่างที่เห็นคลื่นมันเหมือนทะเลเลย แต่จริงๆแล้วมันเป็นเขื่อน น้ำก็ซัดเข้าหาเขาด้วย แล้วเขาใส่แว่น เขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรแต่เขาตกใจ จริงๆถ้าเมื่อก่อนมีแค่เราสองคนจูน พี่เปิ้ลก็จะไม่กลัวขนาดนี้ พอดีมีลูก มีเด็กเล็ก เพราะในระยะ50-100เมตร เรามองไม่เห็นเลย จูนกับเพื่อนอีก2ลำวนอยู่ตรงนั้น เราไม่เห็นทั้งต้นไม้ ไม่เห็นอะไรเลย ทุกอย่างมันคือขาวมาก ก็วนอยู่อย่างนั้น40กว่านาที ก็ค่อยๆคลำกันไปเรื่อยๆ ก็ไปเห็นแพเล็กๆ มีแปะอยู่ว่าตกปลา ก็เลยขับไปหาเขา ให้เขาช่วยดูออกู๊ด หาผ้าอะไรมาเช็ดน้อง เรือเสียด้วย ก็ซ่อมเรือกัน รอจนกว่าพายุจะสงบ แล้วก็เปิด GPS ว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว หาทางกลับ แต่ทีนี่มันมีออก้าด้วย คือออก้าเขามาพร้อมเรา แต่ว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นกับเรา เขาไปกับพวกผู้ใหญ่ที่ขับไปแล้ว แล้วเราติดต่อเขาไม่ได้ เราก็ไม่รู้เลยว่าออก้าจะไปติดอยู่ตรงไหนหรือเปล่า หรือคิดอีกแง่นึงคือเขาไปแล้ว แต่เวลานั้นเราก็ต้องคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน มันจะยังไง ก็รีบกลับไปถึงที่พักให้ได้เร็วที่สุด สุดท้ายก็เจอเขาเล่นน้ำอยู่ เขากลับไปพร้อมผู้ใหญ่ คือเขาเร่งไปกันเพื่อให้ผ่านพายุลูกนั้นไปให้ได้”

ใจหายเลยไหม

“ใจหายนะ...อย่างที่บอกว่าถ้าติดกับพี่เปิ้ล2คนไม่เป็นไร คงสนุกเหมือนไปเล่นน้ำฝนกัน แต่พอมีออกู๊ด เขา3ขวบเอง แล้วร้องไห้เก่ง จะบอกว่ามันอันตรายมากนะ นาทีนั้นเราสามารถที่จะตกเรือได้ตลอดเวลา”
เห็นเราลงว่า “ออก้า” ขับเจ็ทสกีกลับคนเดียว
“เขากลับคนเดียว เราก็คิดสองใจว่าขอให้ผู้ใหญ่พาเขาไปให้ถึง ถ้าคิดร้ายก็คือมันจะยังไงลูกฉันขับไปคนเดียว ถ้ามาเจอสถานการณ์แบบที่จูนเจออยู่เด็กมันจะไหวได้ยังไง”
มองว่าลูกเราเด็กไปไหมกับการขับเจ็ทสกี
“ยังเด็กมาก ก็คือเราเลือกเองแล้ว เราก็เลยกลับมาคุยกันว่ามันไม่ได้แล้วนะ จะทำยังไงดี เราจะปล่อยแบบนี้ไม่เอาแล้วนะ มันอันตราย พี่เปิ้ลเขาอารมณ์ผู้ชาย โอ้ย...ไม่เป็นไร ไม่มีแล้ว แต่เราก็แบบรับผิดชอบหน่อยสิ คือเราก็ทำอะไรไม่ได้ ครั้งต่อไปก็ต้องระวังให้มากขึ้น ก็ต้องมองดินฟ้าอากาศให้มันละเอียดมากขึ้น”

ได้ถามลูกๆไหมว่าไปเจอสถานการณ์แบบนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง
“ปรากฎว่าเขาไม่เจออะไรแบบที่จูนเจอเลย เขาน้ำเงียบมาก แต่เราเจอหนัก ส่วนออกู๊ดเขาร้องไห้เพราะเขาตกใจ เขาไม่ชอบอะไรที่มาเข้าตาเพราะเขามีปัญหากับการใส่แว่น มันดูยากไม่เหมือนเราที่ไม่ได้ใส่แว่น แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังเจอพายุ พอเขาไปอยู่ตรงที่เราพักซ่อมเรือเขาก็กระโดดลงเล่นน้ำ เขาลืมง่ายแต่เราจำไปแล้วว่ามันไม่ดีเลย ส่วนเขาไม่ได้ขวัญเสียอะไร”
ปกติเขาเล่นกีฬาทางน้ำก็อยู่ในสายตาเราตลอด
 “ใช่ค่ะ คือจูนกับพี่เปิ้ลมีปัญหาเรื่องนี้กันมานานแล้ว จูนไม่อยากให้ลูกขับเจ็ทสกีเล่น แต่เราก็โดนล้างสมองไปว่าก็ต้องให้ลูกขับเพราะว่าพี่เปิ้ลเลือกแล้ว เราก็เพียงแค่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังว่าฉันจะไปเฝ้า อยากจะทำอะไรก็ทำ มันก็ดีแล้วแหละเป็นกีฬาพ่อลูก พอมาเจอแบบนี้มันก็จิตตกนะ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเรื่องใหญ่ เราก็คงไม่ได้ให้เกิดขึ้นอีกแล้วแหละ พายุคงไม่มาทุกครั้ง เราก็บอกพี่เปิ้ล เห็นไหม! ก็แค่นี้ เขาก็เฉยๆ”

เห็นในรายการในยูทูปมีแบบน้องไม่อยากแข่งเจ็ทสกีในบ้างแมชต์
“จริงๆแล้วที่เขาไม่อยากขับเพราะมันไม่ใช่เรือของเขา เขาเลยงอแง ก็บอกเขาว่าถ้าไม่อยากขับก็ไม่ต้อง เราไม่ฝืน แต่สุดท้ายเขาก็ไปแข่ง คือเราไม่ได้ไปใส่ในมายด์เซทเขาว่าเขาจะต้องไปแข่งขัน เขาจะต้องชนะนะ มันไม่มีใส่ในหัวออก้า เราอยากให้เขาไปสนุก เขาไม่อยากก็ไม่ต้อง”
“ออกู๊ด” จะตามรอยพี่ชายไหม

 “ยังก่อน เอา ออก้า คนเดียวก่อน”

ขอบคุณภาพจาก Manager Online

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

เรื่องมีอยู่ว่า เราโดนพายุกระหน่ำและหลงอยู่กลางเขื่อนศรีนครินทร์กันอยู่นานมาก ทำไงดี ทำไงดี ฟ้าปิด เมฆปกคลุมหมด มองทางไม่เห็น หลงทิศไปหมด รอบข้างขาวไปหมด คลื่นสูงประมาณ1-2เมตรเราขับเจ็ตหลงกันอยู่3 ลำ ในนั้นมี ออกู๊ดดอยู่ด้วย ฝนก็ตกหนักขึ้นคลื่นสูงมากขึ้น ทำไงดี ส่วนออก้าก็หายไปกลางพายุที่บดบังการมองเห็น ไม่สามารถมองเห็นกันในระยะ10เมตร ตอนแรกกู๊ดดสนุกดีใจได้เล่นน้ำฝน สักพักมาล๊ะ มาล๊ะออกู๊ดเริ่มร้องไห้ ร้องไห้ เพราะคลื่นเริ่มกระเซ็นเข้าหน้าหนักขึ้น เรื่อกระแทกกับคลื่นตลอดเวลา พวกเราก็ช่วยกันมองหาริมเขื่อนพอจะมีที่ให้เราไปพักได้ก่อนไม๊ ก็ขับๆไปสักพัก เจอเกาะกลางเขื่อนมีแพอยู่อันนึงแปะอยู่ข้างเกาะเรารีบขับเข้าไปหา ขอความช่วยเหลือ แล้วเราก็เจอพี่ๆ3คน รีบมาช่วยพวกเราเอาเด็กขึ้นแพ เอาผ้าเช็ดตัวมาให้ออกู๊ดห่อตัวไว้ เอาน้ำมาให้ ฝนก็ยังตกหนักอยู่ ทางแม่นี่ใจไม่ดีล๊ะ ออก้าจะเป็นยังงัยจู๊ดดต้องป่วยแน่ๆ แต่ทางจู๊ดเอง จู๊ดเริ่มอยากจะสนุกอีกครั้ง จู๊ดไม่ยอมอยู่บนแพจู๊ดจะลงไปเล่นน้ำฝนท่าเดียวเลย เราอยู่ตรงนั้นติดพายุกันเกือบชั่วโมงกว่าๆ ฝนเริ่มสงบๆ จู๊ดดลงไปเล่นน้ำกะป๊ากลางฝนพรำ ..สักพักก็มีเรือใหญ่ออกมาตามหาพวกเราจนเจอ ขอบคุณพี่ๆทั้ง3คนบนแพนะคะ ส่วนออก้าพอเรากลับไปถึงรักน้ำรีสอร์ทที่เราพักก็พบว่าออก้ากำลังเล่นสไลด์เดอร์อย่างมีความสุขเพราะขี่เร็วฝ่าพายุไปกับอีกกลุ่มถึงที่พักไปก่อนนานละ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ธรรมชาติสวยมาก แล้วเราจะกลับไปกาญจนบุรีอีก ..ส่วนออกู๊ดดหนะเหรอ วันนี้อาบนำไปโรงเรียนเรียบร้อย ###ออกู๊ดดด ดช. นครินทร์ เป็นเพื่อนกับเขื่อนศรีนครินทร์

โพสต์ที่แชร์โดย MADAME4ออ (@june_kasama) เมื่อ

 

 

TOP ข่าวบันเทิง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ