ดักแด้ เชิญยิ้ม เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า เพราะครอบครัวยากจนทำให้ไม่ได้เรียนหนังสือ และต้องไปบวชเพื่ออาศัยข้าววัดประทังชีวิต ก่อนที่จะสึกออกมาขับรถสองแถว และเมื่อเห็นว่าไปได้ดี จึงนำเงินเก็บไปซื้อรถใหม่ แต่ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ทำให้สูญเงินไปกว่า 2 แสนบาท จึงหันไปฝึกเล่นมายากล ลงทุนซื้ออุปกรณ์ไปเกือบ 3 หมื่นบาท จากนั้นจึงร่วมเดินสายไปเล่นมายากลและตลกกับวงดนตรีลูกทุ่งเล็กๆ ได้เงินวันละ 150-200 บาท
"ช่วงนั้นลำบากมาก บางวันไม่มีงาน ไม่มีเงินก็ต้องไปขอข้าววัดกิน ก็เลยตัดสินออกเดินหางานไปเรื่อยๆ ไม่มีที่นอนก็ไปนอนที่สนามหลวง จนได้เจอคนใจบุญพาไปกินข้าวที่บ้านและไปฝากงานให้ที่คณะลิเกเล็กๆ แถวเสนานิเวศน์ ตอนนั้นไปเล่นเป็นตัวโจ๊กได้เงินวันละ 5 บาทกินอยู่ที่คณะ จนวันหนึ่งก็มีความคิดว่าอยากจะจัดโชว์พิเศษเข้าไปคุยกับพ่อเจ้าของคณะว่าขอจัดโชว์โปรแกรมพิเศษเป็นการเล่นมายากลประกอบเรื่องพระอภัยมณี ปรากฎว่าคนให้การตอบรับ วันนั้นได้มาลัยคล้องคอถึง 800 บาท พ่อเจ้าของคณะถึงน้ำตาไหล"
และจุดนั้นเองทำให้เขาเริ่มมีแม่ยกและเป็นที่รู้จัก จนได้มีโอกาสเข้ามาเล่นตลกในคณะยาว อยุธยา และโด่งดังจากคาแร็คเตอร์หน้าขาว คิ้วหนา กระโปรงยาว ปากแดง จนกลายมาเป็นที่มาของชื่อ "ดักแด้ เชิญยิ้ม"
แม้ว่าชีวิตจะล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ แต่ ตลกคนดัง บอกว่า ไม่เคยคิดท้อ คิดเพียงมุ่งมั่นทำมาหากิน อาจเพราะในช่วงวัยรุ่นไม่มีครอบครัวให้ต้องห่วง ด้วยคิดเสมอว่ายังไม่มีทางดูแลใครได้ จึงไม่อยากจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน
ปัจจุบันดักแด้มีครอบครัวแล้ว และมีลูกสาว 1 คนทำอาชีพเป็นวิศวกรสาว และไม่คิดเข้าวงการตามพ่อ ในขณะที่ดักแด้หันมาเพาะต้นมะนาวขาย รวมถึงยังรับเชิญเป็นวิทยากรรให้ความรู้ด้านการเกษตรจากที่ในวัยเด็กเคยเป็นลูกชาวสวนย่านพระประแดง พร้อมเน้นย้ำให้ทุกคนเห็นประโยชน์ของการศึกษา ด้วยความที่ตัวเองไม่ได้เรียนหนังสือมาก
ติดตามชมรายการ "บางกอกซิตี้ เลขที่ 36" ทุกวันจันทร์ -ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 รับชมย้อนหลังทาง http://pptv36.tv/rkG และ https://tv.line.me/bangkokcity36
เปิดชีวิต "ชูษี เชิญยิ้ม" หลังมรสุมข่าวฉาวและอนาคตในวงการตลก
เจ็บมาเยอะ!! “เป็ด เชิญยิ้ม” เผยชีวิตที่ ( ไม่ ) “ตลก” เหมือนหน้าเวที
ว่างงาน 5 ปี “เต่า เชิญยิ้ม” พลิกชีวิตเป็นช่างตัดผม
“โย่ง เชิญยิ้ม” ดาวตลก ผู้นำเพลงฉ่อยกลับมาสู่กระแสสังคม