WorldBank2026 WorldBank2026

“วันเดอร์เฟรม” เสียใจร้องเพลงที่แต่งเองไม่ได้ โต้กลับ “วอร์นเนอร์ฯ” ไม่เคยมีสัญญา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักร้องสาว “วันเดอร์เฟรม” แจงไม่เคยเซ็นสัญญาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด “วอร์นเนอร์ มิวสิค ไทยแลนด์” ที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อตกลงเท่านั้น เสียใจอีกฝ่ายร่อนจดหมายไม่ให้ใช้เพลงที่แต่งเอง

เรียกว่าออกมาซัดกันอย่างดุเดือด จากกรณีที่วานนี้ ( 25 ก.ค. 62 ) ค่ายเพลง “วอร์นเนอร์ มิวสิค ไทยแลนด์” ร่อนจดหมายชี้แจงว่านักร้องสาว “เฟรม - ศุภัคชญา สุขใบเย็น” หรือ “วันเดอร์เฟรม” ขอยุติสัญญาเป็นศิลปินและชี้แจงว่าไม่สามารถใช้เพลง 11 ตามที่ระบุไปร้องได้ จากนั้นนักร้องได้ออกมาเคลียร์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวโต้กลับว่าไม่เคยเซ็นสัญญากับทางค่ายแต่อย่างใด ล่าสุดวันนี้ ( 26 ก.ค. 62 ) “วันเดอร์เฟรม” ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวกับสื่อมวลชนดังนี้

ทางวอร์นเนอร์ฯ ต้นสังกัด ร่อนหนังสือออกมา เรื่องราวเป็นยังไง

“พูดตรงๆว่าตกใจมาก ต้องเราให้ฟังก่อนว่าจริงๆ แล้ววันเดอร์เฟรมกับวอร์นเนอร์ฯ ไม่เคยทำสัญญากัน ไม่เคยมีการเซ็นสัญญา แต่เป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นเท่านั้นเองก่อนเซ็นสัญญา ซึ่งข้อตกลงนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2560 ผ่านมาเกือบสองปีแล้วค่ะ และข้อตกลงนั้นเป็นกระดาษสองแผ่น”

รายละเอียดในข้อตกลงเป็นอย่างไรบ้าง

“ตรงนี้บอกไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลทางกฎหมาย ต้องขอโทษพี่ๆทุกคนด้วย ในข้อตกลงนี้ทางทนายของเฟรมแจ้งว่าไม่เป็นผลทางกฎหมาย แต่ว่าอันนี้ขอให้เป็นเรื่องของทนายดีกว่าว่าสรุปแล้วเป็นยังไง”

แล้วที่บอกลาก่อนหน้านี้ได้ส่งทนายไปยกเลิกข้อตกลง นั่นคือยกเลิกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

“ใช่ค่ะ เฟรมได้มอบอำนาจให้ทนายส่งหนังสือไปทางวอร์นเนอร์ฯ เพื่อยกเลิกข้อตกลงนั้น ซึ่งทางวอร์นเนอร์ฯ ได้รับเอกสารวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ส่วนว่ารับรู้หรืออนุมัติแล้วหรือยัง อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปคุยกันในศาล”

สรุปที่ผ่านมาไม่เคยเป็นศิลปินในสังกัดวอร์นเนอร์ฯใช่ไหม

“ไม่เคยเป็นค่ะ ส่วนในหนังสือที่มีการชี้แจงมาแบบนั้น เราก็งงเหมือนกัน เลยอยากให้เป็นทนายคุยกับทนายมากกว่า ว่าสรุปแล้วมันคืออะไร”

สาเหตุที่อยากขอยุติข้อตกลงกับทางวอร์นเนอร์ฯ คืออะไร

“มันเป็นปัญหาเรื่องของการทำงานค่ะ ไม่ได้โทษว่ามีใครถูกหรือผิด ต่างฝ่ายเหมือนต่างทำงานกันแล้วไม่คลิกกัน คิดว่าไม่สามารถทำงานต่อได้แล้วเนอะ เราเลยเลือกที่จะเดินออกมา ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหารวมๆ ที่สะสมมานานมากกว่า แต่เราคงพูดไม่ได้ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง”

ก่อนหน้านี้ได้มีการคุยกับทางวอร์นเนอร์ฯ ก่อนไหม ว่าจะไปในทิศทางไหนดี

“เรามีการเจรจากันหลายรอบมา เพื่อที่จะทำให้ดำเนินไปต่อด้วยกันได้”

ในรายละเอียดที่วอร์นเนอร์ฯ ระบุไว้ คือ “วันเดอร์เฟรม” ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้เพลงตามที่แจ้งมา รวมถึงงานจ้างต่างๆ

“อันนี้เป็นเรื่องที่เสียใจมาก เพราะว่าเพลงทุกเพลงเราเป็นคนแต่งเอง แล้วมาบอกว่าเราไม่สามารถใช้เป็นของตัวเองได้ ทั้งที่ไม่มีสัญญากัน อันนี้จริงๆอยากให้เป็นคำสั่งของศาลมากกว่า ว่าสุดท้ายแล้วลิขสิทธิ์จะเป็นของใคร

ลิขสิทธิ์ไม่ได้จดใช่ไหมว่าเพลงเป็นของใคร

“มันเป็นอะไรที่คลุมเครือมากตอนนี้ ต้องเป็นคำตัดสินของศาลเท่านั้นค่ะ”

มีการยื่นฟ้องศาลกันแล้วหรือยัง

“ตอนนี้ยังไม่มีการยื่นฟ้องค่ะ”

จะมีการเจรจาประนีประนอมกันได้หรือเปล่า

“เอาจริงๆ ไม่มีใครอยากขึ้นศาลนะคะ”

เรามั่นใจในเอกสารแค่ไหน ว่าเราสามารถจะใช้เพลงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงได้

“มั่นใจค่ะ อย่างน้อยเลยหนูมั่นใจในสิทธิของดนตรีกรรม ในฐานะผู้แต่งเนื้อและทำนองหนูมีสิทธิใช้ค่ะ”

ทุกครั้งที่เราแต่งเพลงเสร็จแล้ว เราได้เอาไปให้ วอร์นเนอร์ฯไหม

คุณพ่อ : คือน้องแต่งเสร็จก็จะส่งมาสเตอร์ให้เขา”

เขาได้จ่ายเงินให้ทางเราไหม

คุณพ่อ : จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางเราเบิกเขา ค่าห้องอัด ค่าโปรดิวเซอร์ เป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นครับ”

ในสัญญาของเพลง เขาระบุว่าลิขสิทธิ์ของเพลง “เฟรม” เป็นของใครที่เรารับรู้

“คือไม่มีสัญญา เขาไม่ได้เรียกว่าสัญญา อย่างที่บอกเรียกว่าข้อตกลงเบื้องต้น เพราะฉะนั้นทางกฎหมายไม่เรียกว่าเป็นสัญญา”

ในข้อตกลงบอกไหมว่าเพลงเป็นของใคร

“อันนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางทนายนะคะ ไม่สามารถตอบได้จริงๆค่ะ”

สิ่งที่ทางค่ายยื่นมา กลายเป็นว่าจากเมื่อวานจนถึงวันนี้ “เฟรม” ไม่มีสิทธิที่จะใช้เพลง

“ใช่ค่ะ อันนี้คือสิ่งที่เฟรมจะต้องต่อสู้เหมือนกันว่าเฟรมควรมีสิทธิที่จะต้องใช้เพลงของตัวเอง เพราะเป็นเพลงที่หนูเขียนขึ้นมา”

ตอนนี้เราแก้ปัญหายังไง

“ทุกวันนี้งานยังดำเนินอยู่ปกติค่ะ อันนี้ฝากด้วยนะคะ งานยังดำเนินและยังรับงานปกติค่ะ”

งานเรารับผ่านค่ายหรือรับเอง

“หลังจากที่ได้ตกลงกับค่ายว่าเราไม่อยู่แล้วเราก็เริ่มรับเอง คือเรามีการตกลงกันหลายรอบ เราตกลงก่อนวันที่ 19 พฤษภาคม 2562  เราก็บอกแล้วว่าทางเราไม่แฮปปี้แล้ว เพราะฉะนั้นเราเริ่มรับงานเอง”

ทางค่ายเขาว่ายังไง เขาโอเคไหมที่เรารับงานเอง

“แต่ในข้อตกลงเบื้องต้นอย่างที่บอกคือไม่ได้มีการระบุว่าห้ามรับงานเอง”

เขาตอบกลับมาว่าโอเคอย่างนั้นเหรอ

“อันนี้ไม่ได้พูดกันเรื่องนี้เลย”

แสดงว่าในการตกลงพูดคุยกันไม่ได้ข้อสรุปในจุดนั้นใช่ไหม

“ใช่ค่ะ ไม่ได้ข้อสรุป เหมือนเราจะพยายามประนีประนอมกัน สมมติว่าเราคุยกันยังไม่จบ เราจะรู้สึกว่าเดี๋ยวประนีประนอมไปคุยครั้งหน้า เฟรมพยายามที่สุดแล้วที่อยากจะให้อยู่ด้วยกันได้และดีที่สุด”

เราเชื่อมั่นไหมว่าเราถูกต้องทุกอย่าง

“เชื่อมั่นค่ะ เฟรมไม่เคยทำร้ายใคร หนูเป็นเด็กธรรมดาเองค่ะ จะไปทำร้ายใครได้”

กลัวไหมว่าชั้นศาลค่อนข้างใช้เวลา ถ้าสมมติว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี หรือหากเราแพ้และมีการเก็บค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลังที่เรานำไปใช้ รวมถึงคนที่จ้างเราด้วย เพราะละเมิดพร้อมกัน

“อย่างเรื่องคนที่จ้างเฟรม เฟรมบอกเลยว่าพร้อมรับผิดชอบเองทั้งหมด เขาจะต้องไม่เดือดร้อนเพราะจ้างเฟรมแน่นอน ตัวเฟรมเองพร้อมรับผิดชอบเอง”

“เฟรม” มั่นใจใช่ไหมว่าจะชนะคดีนี้

“เฟรมไม่ได้มั่นใจว่าเฟรมจะชนะคดีนี้ แต่เฟรมมั่นใจว่าเฟรมไม่ได้ทำอะไรผิด”

ก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าเขาจะเอาเพลงไปเป็นลิขสิทธิ์ของเขาใช่ไหม

"ใช่ค่ะ ด้วยความที่ไม่รู้ด้วยแหละ"

คิดไหมว่าถ้าศาลตัดสินแล้วเราอาจจะแพ้ และอาจจะต้องจ่ายลิขสิทธิ์เพลงตัวเอง จะรู้สึกยังไง

"ถ้าหนูจะต้องจ่ายเพลงตัวเอง เพลงที่หนูแต่งเอง เสียใจค่ะ แล้วก็รู้สึกว่า...แต่เอาจริงๆ ถ้ามันถึงจุดนั้นๆ จริงๆ หนูก็พร้อมที่จะเริ่มใหม่ พร้อมแต่งเพลงใหม่ และเริ่มใหม่ ถ้ามันถึงจุดนั้นจริงๆ หนูยอมทิ้ง 11 เพลงนั้นไปเลย"

นอยด์ไหม

"เสียใจมากกว่าค่ะ หนูชอบเปรียบเทียบเพลงเหมือนลูก เขาอยู่ในอกเราแล้ววันนี้มีใครเอาเขาออกไปมันก็เสียใจ"

ทำไมมันถึงปราณีประนอมกันไม่ได้แบบนี้

"ใช่อันนี้ทุกคนก็จะพูดหมดเลยไม่อยากให้มาถึงจุดนี้ รวมทั้งตัวหนูเองด้วยทางวอร์เนอร์ฯเองเขาก็คงไม่อยากให้มาถึงจุดนี้หรอก แต่มันมาถึงจุดที่เราทำงานร่วมกันไม่ได้แล้ว พยายามแก้ไขเราพยายามปรับตัวอย่างแล้วมันยังไม่มีอะไรดีขึ้นเอาเรื่องที่จะเดินออกมา"

การที่เราขอยุติข้อตกลงครั้งนี้เพราะเราเลือกที่จะเป็นอิสระเองหรือเรามีที่อื่นที่เราจะไป

"ไม่มีเลยค่ะ ตอนนี้ก็ออกมาดูแลตัวเองคือหนูทำอย่างไรเป็นศิลปินอิสระ แต่ถ้าอ้างอิงตามเอกสารจริงๆก็คือหนูเป็นศิลปินอิสระมาตลอด"

แต่คนจะมองว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์เรื่องของตัวเงินทำให้ตกลงกันไม่ได้

"โห ... พี่รับงานยังไม่รู้เลยว่าค่าตัวหนูเท่าไหร่ หนูไม่เคยแคร์เลย ว่าได้เงินเท่าไหร่ หนูแค่อยากทำงานที่หนูรักแค่อยากมีความสุข ความสุขเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะว่าทุกคนก็คงต้องอยากมีความสุข"

คิดว่าเพราะวันนี้เรามีชื่อเสียงขึ้นมามันทำให้ข้อตกลงมันเปลี่ยนไปหรือเปล่า

"หนูไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้น บางคนยังไม่รู้จักหนูเลยด้วยซ้ำ รู้จักแต่เพลงหนู เรื่องนี้มันไม่เกี่ยว"

ในเอกสารระบุว่าเราต้องไปแสดงในงานที่เขารับไว้ให้

"อันนี้ขอปรึกษาทนายก่อนดีกว่าว่าอย่างไรถึงจะเหมาะสม"

แล้วมีส่วนของงานเราที่รับไว้มีเยอะไหม

"เยอะค่ะ จะเคลียร์ให้หมดทุกงานไม่ต้องห่วงว่าจะเดือดร้อนเพราะจ้างหนู หนูพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างเอง"

แล้วเรากลัวจะละเมิดตามสัญญาที่เขา ร่อนจดหมายเมื่อวานไหม

"มันไม่ได้มีสัญญา ทางทนายบอกว่าร้องได้ และหนูยืนยันว่ายังจะร้องเพลงของหนู"

อันนี้จะมีการตกลงหรือขึ้นศาลคุยกันเมื่อไหร่

"ไม่น่าเกินเดือนนี้ ตอนนี้กำลังปรึกษาทนายเพื่อจะทำให้เร็วที่สุดคือไม่อยากปล่อยให้มันเป็นช่วงสูญญากาศนาน มันจะเดือดร้อนในทุกๆฝ่าย"

มีปรึกษารุ่นพี่ที่เขาเจอกรณีแบบนี้บ้างไหม

"ยังเลยค่ะมีใครแนะนำไหม"

มีข่าวว่าเราจะไปอยู่กับค่าย “แกงส้ม ธนทัต”

"อ๋อ ไม่เลยค่ะ คือหนูรู้จักกับผู้จัดการของพี่แกงส้ม ก็คือพี่น้ำ ไม่ได้มีการตกลงว่าจะเป็นผู้จัดการกันเพียงแต่ว่าพี่น้ำมาช่วยดูให้เฉยๆเพราะหนูเหมือนนกปีกหักที่ยังบินไม่ได้ ก็ต้องมีคนช่วยพยุงแค่นั้นเอง"

หลังจากที่ทางวอร์เนอร์ฯ ร่อนหนังสือมีผลกระทบต่องานมีการแคนเซิลงานบ้างไหม

"ยังไม่มีแคนเซิลมีแค่โทรมาเยอะมากเมื่อวานนี้หนูก็บอกอย่างที่บอกกับพวกพี่พี่รู้ว่าหนูพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างถ้าเกิดอะไรขึ้น"

พรุ่งนี้ (27 ก.ค.) เห็นว่าจะมีการแถลงออกมา

"พรุ่งนี้ (27 ก.ค.) จะมีการแถลงการณ์จากทนาย จะเป็นข้อมูลทางกฎหมาย เพราะตัวหนูเองก็ไม่ได้รู้มากหนูกลัวพูดไปแล้วมันจะเละไปกันใหญ่ ก็จะมีการแถลงใน facebook และ IG ของหนูเป็นหนังสือออกมา"

ฝากอะไรถึงแฟนๆ

"ต้องขอบคุณพวกพี่ๆก่อนที่มาหนูเป็นเพียงเด็กธรรมดาที่หนูไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าพวกพี่พี่ไม่มาหนูจะไปพูดที่ไหน จะฝากถึงแฟนๆเพลงทุกคนที่ให้กำลังใจเยอะมากขอบคุณครอบครัวขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ด้วยแล้วขอฝากผลงานเย็นนี้ปล่อยทีเซอร์เพลงใหม่และจะปล่อยเพลงใหม่ 2 สิงหาคมนี้พาฉันเข้า YouTube wonderframe ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงของเราเอง 100%"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ