หลังจากคนใกล้ชิดออกมายืนยันว่า ตุ้ย – ธีรภัทร์ สัจจกุล และ แอนนา นาตาชา ( แอนนา เปลี่ยนวิถี ) ได้ตัดสินใจหย่าร้างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดวันนี้ (1ก.ย.62) ตุ้ย เดินทางมาร่วมงานที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ และเปิดใจครั้งแรกถึงสาเหตุการตัดสินใจปิดฉากชีวิตคู่ 11 ปี ดังนี้
“เป็นความจริงครับ ก่อนหน้านั้นก็แยกกันอยู่สักพักใหญ่ คือเตียงไม่หักนะ แต่ก็คงจะเหมือนชีวิตคู่หลายๆคน ที่มีทั้งราบรื่น มีปัญหาบ้าง เป็นช่วงที่พยายามปรับตัวเข้าหากัน พยายามทำให้ดีขึ้น แต่คงมาถึงจุดที่ทั้งสองคนเห็นตรงกัน ตัดสินใจกันด้วยเหตุและผลที่จะเปลี่ยนสถานะ สาเหตุหลักๆของการเลิกเป็นเรื่องของทัศนคติ มุมมองในการใช้ชีวิต ที่ไม่สอดคล้องกัน เรื่องอายุที่ห่าง 5 ปี ไม่เกี่ยวเลย ผมไม่เชื่อว่าในมุมของอายุจะมีผล แต่ผมเชื่อว่าคงเป็นที่ความคิด มุมมองของการใช้ชีวิตมากกว่า”
ตกลงเรื่องลูกกันยังไง
“ลูกหลักๆอยู่ที่แอนนา แต่ก็อยู่ไม่ไกลกันหรอกครับ”
มีข่าวโยงว่าเกี่ยวกับมือที่สาม
“ไม่มีแน่ๆ ที่ผ่านมาผมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นที่มีผลทั้งสิ้น สำหรับเรื่องทัศนคติที่รู้สึกว่าไปด้วยกันไม่ได้ มีมาเป้นระยะๆ ผมว่าคงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่บางทีเรามีความคิดเห็น มุมมองการมองเรื่องต่างๆ ก็ใช้เวลาปรับตัวในดำเนอนต่อให้สมูทที่สุด แต่ในที่สุดมาถึงจุดที่เราตัดสินใจตรงกัน”
วันที่ต้องตัดสินใจแยกทางกัน ลำบากใจมากน้อยแค่ไหน
“แน่นอนว่ามันต้องเป็นความเสียใจ ผิดหวัง จุดเริ่มต้นเกิดจากความตั้งใจที่ดี ความรู้สึกที่ดี แต่มันถึงช่วงชีวิตนึงของเส้นทางที่มันไปต่อไม่ได้ ก็ต้องยอมรับคงวามจริงและคุยกันว่าเราจะตัดสินใจเปลี่ยนสถานะเป็นพ่อและแม่ที่จะดูลูกที่น่ารักต่อไป คือไม่มีใครเริ่มต้นการตัดสินใจ มันไม่มีจุดเริ่มต้น เพราะมันไม่ใช่ฉากหนัง ดังนั้นมันจะผ่านการพูดคุยกัน ยอมรับในธรรมชาติกันและกันมากกว่า”
ลูกชายเข้าใจเรื่องนี้ไหม เราต้องอธิบายยังไง
“อันนี้ผมไม่ทราบว่าจะเข้าใจหรือเปล่า เพราะในมุมมองเราคิดว่าเขาเข้าใจสักวันนึง ซึ่งเราไม่ต้องเตรียมคำตอบใดๆให้ลูก ผมเชื่อว่าลูกผมมีสัญชาติในการปรับตัวและเข้าใจด้วยเซ้นต์ของเขา ผมเชื่อว่าความรักระหว่างความเป็นพ่อแม่ก็ยังเหมือนเดิม เชื่อว่าเขารับรู้ได้ แต่จะลูกแบบไหน ลักษณะไหน อันนี้ผมคงตอบไมได้ ผมแค่เชื่อว่าด้วยความรักของเราทั้งสองคนที่พร้อมจะดูแลเขาต่อ เขาน่าจะมีพลังในความรักจากพ่อแม่ในการที่จะเติบโตไปในโลกที่หมุนและปรับเปลี่ยนเร็วมากได้อย่างแข็งแรง”
วันนี้ “แอนนา” ทราบไหม ว่าเราจะมาให้สัมภาษณ์
“ทราบครับ เพราะเราคุยกันว่าในแนวทางนี้ว่าคงต้องถึงจุดที่ต้องชี้แจง ถามว่าเสียดายเวลา 11 ปีไหม เสียดายครับ แต่เราต้องเดินต่อ เอาตรงๆตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไรทั้งสิ้น เพราะเราอยู่และทำกับปัจจุบันให้ดีที่สุด หายใจลึกๆแล้วฮึบเดินต่อไป ในส่วนงานบันเทิงก็ยังมีครับ”
นอกจากเรื่องมือที่สามแล้ว ยังมีกระแสว่าที่หย่ากันเพราะเรื่องธุรกิจว่าล้มละลาย
“คือเรื่องธุรกิจมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน แต่ถ้าถามว่าเกี่ยวไหม ไม่เกี่ยวครับ มันเป็นเรื่องของทัศนคติที่ไม่สอดคล้องกันมากกว่า”
ยังรัก “แอนนา” ไหม
" ก็รักในฐานะของความเป็นเพื่อนที่ดี ทีมเวิร์กที่ดี แชร์ความรักของเราไปให้ลูกได้ดีที่สุด สภาพจิตใจ แอนนา ตอนนี้ ต่างคนต่างผ่านระยะเวลาที่เสียใจ แต่คงเป็นระยะเวลาที่เราต้องปรับตัวและเดินต่อไปในทิศทางที่เราคิดว่าเหมาะสมที่สุด ส่วนเรื่องสินสมรส ขออนุญาตไม่ชี้แจงครับ”
คุณพ่อของ “ตุ้ย” บอกว่าไม่ทรายว่ามีการหย่าเกิดขึ้น
“ท่านอยู่อีกที่นึง นานๆจะนัดทานข้าวกันที ท่านอายุมากแล้วก็ไม่อยากเอาเรื่องไม่สบายใจไปรบกวนใจท่าน พอท่านทราบก็บอกว่า เหรอ...ท่านก็ให้กำลังใจตลอด ในเรื่องการใช้ชีวิต บอกเป็นเรื่องของธรรมชาติมนุษย์ มันคงไม่มีอะไรเรียบเสมอ ร้ายเสมอ ไม่สุขหรือทุกข์อย่างเดียว มันปนๆกันไป เราแค่มีสติที่ดีและดำเนินชีวิตไปให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ทำได้"
ได้มาพูดแล้ว โล่งอกขึ้นไหม เพราะข่าวลือเยอะมาก
“มันไม่เกี่ยวว่าทำให้โล่งหรือสบาย แต่มันคงเป็นอีกจุดนึงที่เรามองเห็นแล้วว่า ถึงวันนึงก็คงจะชี้แจง เพียงแต่ว่าให้ถึงเวลานั้น และเวลานั้นก็คือวันนี้ ส่วนใหญ่ตอนนี้ผมก็อยู่ในกองถ่าย เพิ่งปิดกล้องไป ก็ยังทำงานได้ และมีสติกับทุกๆการตัดสินใจ เดี๋ยวก็คงมองเห็นทางที่จะเดินต่อไป”
เห็นกระแสวิจารณ์ที่ออกมาไหม
“เอาตรงๆว่ายังไมได้อ่าน เพิ่งปิดกล้องเมื่อคืน เรื่องมือที่สามไม่มีแน่ๆ”
ที่บอกว่าจะมูฟออน ถ้ามีคนใหม่เข้ามาในอนาคตต้องระวังมากขึ้นไหม
"เรามองว่าอยู่ที่มุมมองธรรมชาติเราเป็นยังไงมากกว่า แน่นอนว่าแรงกดดันต้องมีเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ในการทำงานมาเกือบ 20 ปี ก็มีทั้งเรื่องราวที่สุ่มเสี่ยงบ้าง น่ายินดีบ้าง หรือไม่น่ายินดีบ้าง มันก็ปะปนกันไปถามว่ามันจะกระทบกับการตัดสินใจของเรามากน้อยแค่ไหน คิดว่านที่สุดมันอยู่ที่ตัวเราและใจ สำหรับกับ แอนนา ก็ยังพูดคุยกันได้ ไม่ได้อยู่ห่างกันมาก มีความห่วงใยให้กันและกันตลอดเวลา ยังไงก็ตามแล้วเราก็ยังอยากสื่อสารความสุขกับลุกของเราอยู่ ผมเชื่อว่าตรงนี้ยังเป็นส่วนสำคัญอยู่ เพียงแต่อาจจะต้องเปลี่ยนชุดความคิดนิดนึง ดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นทื่สุด การเป็นพ่อแม่หลังจากนี้ก็ไม่ต้องวางแผนครับ เพราะมันคงดำเนอนไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ในฐานะพ่อแม่ไม่มีทางเปลี่ยนและจะไม่มีวันเปลี่ยนด้วยครับ”
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มองชีวิตคู่เปลี่ยนไปไหม
“ถ้ากับตัวเองก็คงต้องกลับมาทำความเข้าใจกับตัวเองบ้าง เพราะวิกฤตครั้งนี้ทำให้เราต้องมองตัวเองเหมือนกันว่าในการเดินต่อไปเราบกพร่องตรงไหน จะแก้ไขมันยังไง แล้วจะทำให้เรากลับมาเดินต่อกับงานต่างๆ มีพลังต่อได้อย่างไร ก็ต้องกลับมามองตัวเองเช่นกัน”
ที่ผ่านมาทำงานเยอะ เวลาเป็นส่วนของเรื่องนี้ด้วยไหม
“เรื่องเวลายอมรับว่ามีผลกระทบ อาจจะโดยธรรมชาติของเรานักกีฬา เวลาลงสนามก็เต็มที่ แต่ถามว่าจะเปลี่ยนธรรมชาติการทำงานของเราได้ไหม ก็ต้องคิดอีกที ก็ยากพอสมควร ที่ผ่านมาก็ยอมรับว่าเวลาเป็นเรื่องที่เคยมีปัญหากัน เราก็พยายามที่จะปรับจูนเรื่องตรงนี้มาตลอด เป็นหนึ่งปัจจัยที่ไม่ราบรื่นนัก อาชีพเป็นเรื่องนึง แต่ด้วยธรรมชาติการทำงานเราเป็นแบบนั้น”
มองว่าการหย่าครั้งนี้เป็นคอตอบที่ดีที่สุดแล้วใช่ไหม
“ไม่ได้มองครับ แต่ว่าเป็นเรื่องของการพูดคุยกัน เป็นการคุยด้วยเหตุผลและสติ เอาอารมณ์วางไว้ข้างๆ ก็คงเป็นทางเลือกที่เห็นร่วมกันแล้วว่าน่าจะเหมาะที่สุด มันไม่ใช่การไม่มีความสุขแล้วเดินต่อไปไม่ได้ มันเพียงแต่ว่าถ้าไม่เปลี่ยนมันก็จะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก ตอนนี้เราก็แยกกันอยู่ แต่ก็ไม่ไกลกันมากครับ ยังมีโอกาสได้เจอกันเรื่อยๆ จากนี้ก็ทำหน้าที่พ่อและแม่กับลูกให้เต็มที่ ที่หลายคนมองว่า 11 ปี ไม่สามารถยื้อได้เหรอ คือผมไม่ได้มองในเรื่องของตัวเลข เวลา หรืออะไรก็ตาม เพราะมองว่ามันไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้เรามาพิจารณาในแนวนั้น ผมมองในมุมของทัศนคติ มุมมองการใช้ชีวิตต่างๆมันไม่สอดคล้องกันเท่านั้นเอง”
อัพเดทข่าวบันเทิงได้ใน รายการ POP NEWS DAILY ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 09.15 น. , รายการเข้มบันเทิง ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 20.00 น. และรายการ POP NEWS วันอาทิตย์เวลา 18.20 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 หรืออ่านข่าวประเด็นฮอตวงการบันเทิงได้ทาง //www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง