ปล่อยโฮ! “อ๊อฟ ปองศักดิ์” แถลงเลื่อนคอนเสิร์ต หลังคุณแม่ป่วยหนัก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อ๊อฟ – ปองศักดิ์ รัตนพงษ์” และ “ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” แถลงข่าวเลื่อนคอนเสิร์ต “MAGIC NIGHT CONCERT คืนมหัศจรรย์วันของอ๊อฟปองศักดิ์” ออกไป หลังคุณแม่ของนักร้องคนดังป่วยหนัก

นักร้องชื่อดัง อ๊อฟ – ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ กำลังจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ใช่ชื่อว่า  MAGIC NIGHT CONCERT คืนมหัศจรรย์วันของอ๊อฟปองศักดิ์ ในวันที่ 5 – 6 ตุลาคมนี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์แต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อคุณแม่ของ อ๊อฟ ที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งมา 10 ปี ต้องแอดมิทด่วน ทำให้นักร้องคนดังตั้งใจอยากจะทุ่มเวลาดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด เป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการจัดคอนเสิร์ตออกไปก่อน โดยวันนี้ ( 6 ก.ย. 62 ) ฉอด – สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา บิ๊กบอส CHANGEshowbiz ผู้จัดคอนเสิร์ตดังกล่าว และ อ๊อฟ ได้แถลงข่าวประกาศเลื่อนคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการ ณ ชั้น 21 ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

พี่ฉอด : วันนี้ก็รบกวนนิดนึงนะคะที่ชวนทุกคนมาคุยกันนิดหนึ่ง พี่ว่าทุกคนคงทราบกันแล้วในเรื่องที่เราขออนุญาตเลื่อนคอนเสิร์ตของอ๊อฟไปนะคะ ซึ่งความจริงแล้วเราจะบอกในวิธีการอื่นก็ได้ เพียงแต่ว่าด้วยเหตุผลที่มันเป็นเรื่องค่อนข้างเป็นเรื่องเซ็นซิทีฟ และพี่รู้สึกว่าถ้าพี่พูดไปเดี๋ยวน้องๆคงจะมาตามสัมภาษณ์อ๊อฟอยู่ดี เลยคิดว่างั้นมานั่งบอกกันตรงนี้จะได้ทีเดียวไปเลย อ๊อฟเองเขาก็คงไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้บ่อยๆอยู่แล้วนะคะ คือปีนี้ Change Showbit เราได้แถลงข่าวไปตอนต้นปีว่าเราจะมีคอนเสิร์ตทั้งหมด 4 ครั้งด้วยกัน ซึ่งผ่านไปแล้ว3 งาน คือ 4 แยกปากหวานฯ ,เดอะ เรียล ณเดชน์ , และ J ADRENALINE 360°  ทั้ง 3 คอนเสิร์ตก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ปีนี้ก็จะเหลืออีกหนึ่งคอนเสิร์ตในวัน 5 - 6 ตุลาคมนี้ คือ Magic Night Concert คืนมหัศจรรย์วันของ อ๊อฟ ปองศักดิ์ จริงๆเราตั้งใจจะแถลงข่าวกันในวันที่ 12 และมีเปิดขายบัตรไปเมื่อไม่กี่วันมานี้และกำลังเริ่มในเรื่องของการทำงานต่างๆ ก็จะเป็นคอนเสิร์ตที่เราตั้งใจว่าเป็นครั้งหนึ่งที่เราคงจะสนุกกันเต็มที่เพราะอ๊อฟไม่ได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวมา 5 ปีนะคะ ก็มีการเชื้อเชิญแขกรับเชิญตัวพ่อตัวแม่ทั้งหลายของวงการที่คิดว่าจะได้มีสนุกกันเต็มที่ พี่ฮาย ,พี่ตั๊ก , โจ๊ก โซคูล , ปุยฝ้าย เราไปได้น้องมีมี่มาจากเมืองจีน และ นนท์ ธนนท์ เราก็เตรียมสนุกกันเต็มที่นะคะ แต่ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เราได้ทราบตลอดว่าอ๊อฟมีปัญหาเกี่ยวกับคุณแม่ป่วย ก็ได้รับทราบเรื่องนี้มาตลอด เพียงแต่ว่าเรื่องราวอาการของคุณแม่ก็อาจจะเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพี่ให้อ๊อฟเป็นคนเล่าให้ฟังแล้วกันว่าอาการคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง”

อ๊อฟ : จริงๆแล้วตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นวันเดียวกันกับที่เราจะไลฟ์ขายบัตรในวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งในวันนั้นตอนเช้าคุณแม่เกิดสโตรกขึ้นมา เหมือนอยู่ดีๆก็น็อกไปเลย และเราก็ทำใจลำบากเหมือนกันกับการที่เราจะมาไลฟ์ มีความสุข แฮปปี้ในการที่เราจะพูดถึงคอนเสิร์ต แต่ว่าคือในใจอ๊อฟ The Shoe must go on  แล้วตัวอ๊อฟเองก็คุยกับพี่ฉอด พี่ฉอดเขาก็ทราบว่าคุณแม่เข้าโรงพยาบาลเมื่อเช้า พี่ฉอดก็บอกอ๊อฟว่าถ้าไม่ไหวเรื่องงานไม่ต้องห่วงนะ เอาเรื่องสภาพจิตใจตัวเองให้แข็งแรงก่อน แต่ว่าตอนนั้นอ๊อฟรู้สึกว่าตัวเราเองน่าจะยังไหว เลยดำเนินทุกอย่างตามปกติของการทำคอนเสิร์ตมาเรื่อยๆ แต่ด้วยอาการของคุณแม่ที่มันมีแต่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น อ๊อฟเลยคิดกับตัวเองว่าเราจะเอายังไงดีนะ ในขณะที่สภาพจิตใจครึ่งหนึ่งของเรา เราต้องห่วงคุณแม่ เราต้องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เพราะว่าด้วยอาการคุณแม่คือซีกขวาทั้งหมดไม่สามารถขยับได้ กลืนเองไม่ได้ พูดไม่ได้ สมองส่วนที่รับรู้ก็ทำงานได้ไม่ดี มันเลยทำให้เราต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เรามีตอนนี้ไปในการดูแลเขาอย่างดีที่สุด อ๊อฟเลยขอพี่ฉอดว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นไปได้ไหมที่เราจะเลื่อนออกไป พี่ฉอดก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น เพราะว่าพี่ว่าการที่เราขึ้นไปแบกรับความรับผิดชอบ การสร้างความสุขในขณะที่ตัวเราเองไม่ได้มีความสุขแบบร้อยเปอร์เซ็นต์มันก็ไม่แฟร์สำหรับคนดูที่เขาซื้อบัตรคอนเสิร์ตของเราไปแล้ว อ๊อฟเลยขอพี่ฉอด พี่ฉอดก็โอเค และมีการมาบอกกล่าวกับพี่ๆนักข่าวในวันนี้ เพราะตอนที่เราตั้งใจจะจัดคอนเสิร์ตนี้ เราก็บอกด้วยความจริงใจและเต็มใจว่าเราจะทำคอนเสิร์ตนี้ ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์ที่พวกเราเองรวมถึงทุกคนที่ทำงานและตัวอ๊อฟเอง อ๊อฟก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องมาบอกพี่ๆนักข่าวและฝากบอกทุกๆคนที่ซื้อบัตรไปแล้วด้วยครับ

จริงๆคุณแม่เป็นมะเร็งมาอยู่ประมาณ 10 ปีแล้ว ก็สู้มาตลอด คุณแม่เป็นมะเร็งตั้งแต่ที่มดลูก ดีขึ้น และมาเป็นที่ปอด ตับอ่อน และตอนนี้ที่ปอดมันติดกับซี่โครง มันเลยเข้ากระดูก และมีที่สมอง ซึ่งตอนแรกเราทำทุกอย่างหมดแล้วครับ เรารักษาด้วยการทำคีโม รอบหนึ่งจะอยู่ที่ประมาณสิบกว่าเข็ม เราทำประมาณ 3 รอบครับ และมันก็อย่างที่เห็นมันไม่ได้ดีขึ้น ฉายแสงแล้วตรงส่วนบริเวณสมอง มันก็ดีขึ้น ซึ่งก่อนวันที่ 15 สิงหาคม เราเช็คอัพล่าสุด 2 เดือนกว่าๆที่ผ่านมา คุณหมอบอกว่าโอเค ไม่ต้องห่วงที่สมองแล้ว เราก็ไปให้ความสำคัญที่บริเวณอื่นแทน แต่ว่าพอวันที่ 15 สิงหาคม มันกิดเหตุการณ์นั้น ก็คิดว่าเส้นเลือดในสมองแม่ตีบฉับพลันหรือเปล่า แต่พอเช็คไปเช็คมาและดูทุกอย่างแล้ว คุณหมอบอกว่าที่บริเวณสมองเนี่ย สาเหตุที่ซีกขวาและกระบวนการรับรู้ของเขาน้อยลง รวมถึงการกิน การพูดของเขาที่ไม่สามารถทำเองได้ มันเกิดจากก้อนมะเร็งที่อยู่ที่สมอง ที่เราเพิ่งเช็คกันเมื่อประมาณ 2 เดือนกว่ามันโตขึ้นอย่างเร็วมาก เลยทำให้ไปเบียดเส้นเลือดบริเวณสมองซีกซ้ายที่เป็นส่วนบังคับซีกขวา ถ้าจะเรียกว่าตายก็บอกไม่ถูกครับ บอกไม่ได้ว่ามันตายหรือเปล่า แต่มันเป็นเหมือนเลือดมันไปเลี้ยงไม่ได้ มันบวมและมันไปเบียดทับเส้นเลือดบริเวณต่างๆของสมอง ก็ที่อ๊อฟเห็นในฟิล์มเอ็กซเรย์มันประมาณนี้ แต่คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากลูกก้อนมะเร็งที่อยู่ตรงนี้ ทำให้บริเวณรอบๆที่เห็นในฟิล์มเอ็กซเรย์เหมือนเป็นเนื้อสมองที่ไม่มีเลือดไปเลี้ยง”

ตอนนี้การรับรู้ของคุณแม่เป็นยังไงบ้าง

อ๊อฟ : รับรู้ได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ พูดได้แบบใช่ , เจ็บ, โอ้ย พูดเป็นประโยคที่เราเข้าใจไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่สามารถคอนโทรลปากระบบลิ้นหรือระบบพูดของเขา"

ตอนนี้ต้องดูแลคุณแม่ยังไงบ้าง

อ๊อฟ : ตอนนี้นอกหนือจากเวลางานที่รับไว้แล้วทั้งหมด ก็จะทุ่มอยู่กับคุณแม่ แล้วก็คุณแม่อยู่โรงพยาบาลเพราะว่าถ้าเกิดเขาไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล กลับไปที่บ้านวิธีการดูแลใครจะมาฟีดข้าวให้ ในเรื่องของความสะอาดด้วยรวมถึงเวลาสถานที่ต่างๆ ที่บ้านเราไม่ได้พร้อมขนาดนั้นเลยคิดว่าอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้กับหมอดีที่สุด เพราะฉะนั้นวิธีการรักษาตอนนี้ที่คุยกับคุณหมอก็คือรักษาตามอาการ ปวดก็ให้มอร์ฟีน แต่ตอนนี้คุณแม่รับมอร์ฟีนทุกๆ 3 ชั่วโมง พร้อมกับแปะแผ่นมอร์ฟีน เพื่อให้อาการปวดมันดีขึ้น แต่ก็จะปวดขึ้นมาเป็นระยะๆ ช่วงแรกๆอ๊อฟทำอะไรไม่ได้เลย ทำงานก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมีพาร์ทนึงในใจว่าการที่เราขึ้นมายืนร้องเพลงบนเวทีกำลังสร้างความสุขจริงๆแล้วมีความสุขจริงๆเหรอที่ทำแบบนี้"

แล้วงานโชว์ตัวต้องแคนเซิลไหม

 อ๊อฟ : งานโชว์ตัวเป็นงานที่แคนเซิลยาก เพราะมันเป็นอะไรที่มีสัญญาอยู่แล้ว เราต้องเข้าใจระบบของคนจ้างก่อนว่าถ้าเกิดว่ามีคนที่สามารถขึ้นมาโชว์ในแบบที่เขาต้องการ และคาดหวังว่ามาแทนอ๊อฟได้เขาก็ยินดีที่จะเปลี่ยน แต่ในสายตาคนจ้างส่วนใหญ่เขาไม่ได้คิดว่าจะมีใครที่สามารถโชว์ได้แบบอ๊อฟ งานที่อ๊อฟเคยรับไว้ก็จะต้องดำเนินตามความรับผิดชอบต่อไป"

แล้วงานหลังจากวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมาล่ะ

อ๊อฟ : ก็อย่างที่อ๊อฟบอกทุกๆวินาทีที่ตั้งแต่วันที่ 15 ที่ผ่านมาเวลาส่วนใหญ่อ๊อฟก็จะให้คุณแม่

พี่ฉอด : อ๊อฟเป็นคนรับผิดชอบในหน้าที่ วันนึงที่ขั้นไปบนเวทีเขาก็คงทำหน้าที่ของเขา พี่บอกมาตลอดว่าไม่เป็นไร เรื่องงานพี่เคลียร์ได้เดี๋ยวพี่จัดการเองเป็นหน้าที่พี่ แต่เขาก็มีความคิดว่าเขาทำได้มาโดยตลอด ก็ต้องยอมรับว่าคอนเสิร์ตอ๊อฟเป็นคอนเสิร์ตที่มีความสนุกสนาน อ๊อฟเขาเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ พี่รู้สึกว่ามันดูจะใจร้ายเกินไปที่เราจะต้องบอกเขาว่าออฟสนุกสิๆในวันที่เขาแบบ...” (น้ำตาคลอ) / อ๊อฟ ( ร้องไห้ )

พี่ฉอด : ปกติก็จะเป็นแบบนี้ คือถ้าไม่พูดถึงเขาจะไม่เป็นไร อย่างที่บอกว่าอ๊อฟเองเขาไม่ได้อยากพูดเรื่องแบบนี้ เขาไม่อยากเป็นภาระให้กับใคร ให้กับพวกเราเขาไม่อยากให้พวกเราต้องลำบากไปกับเขา ไม่ต้องแปลกใจถ้าไปไหนแล้วเห็นเขาหัวเราะตลอดเวลา ขนาดพี่ถามเขาว่าเป็นยังไง เขายังหัวเราะเลย ก้ไม่ต้องแปลกใจถ้าจากนี้ไปยังเห็นเขาหัวเราะอยู่ เราเองก็เกรงเหมือนกันว่าเดี๋ยวจะมีดราม่าเกิดขึ้นว่าทำไมอ๊อฟยังหัวเราะอยู่ เขาหัวเราะตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาเป็นคนที่มีความตั้งใจและเขาไม่อยากทำให้คนที่อยู่ข้างๆต้องกังวลไปกับเขา มีเราเท่านั้นที่รู้ว่าข้างในเขารู้สึกยังไง พี่รู้สึกว่ามันคงใจร้ายเกินไปที่จะต้องบอกว่าอ๊อฟสนุกดิ อยู่บนเวที คือเราไม่ได้จ้ะยกเลิกเราแค่เลื่อนเวลาออกไป ต้องขอโทษกับคนที่ซื้อบัตรไปแล้ว ขอโทษกับทุกๆส่วนด้วยแต่ว่ามันเป็นภาระที่มันหนักหนาเกินไปจริงๆเกินกว่าที่เราจะทำได้ ตอนนี้อยู่ในแง่ของใครก็ตามที่ซื้อบัตรไปแล้วถ้าเปลี่ยนใจไม่อยากดูแล้วก็ไม่เป็นไรก็คือบัตรเราก็คืนเงินให้ แต่ถ้าเกิดยังอยากจะดูต่อเราก็เลื่อนคอนเสิร์ตอ๊อฟจากวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ ไปเป็นวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งเราได้สถานที่ในวันนั้น ตอนนี้ก็กำลังคิดคิวแขกรับเชิญต่างๆอยู่ว่ายังเหมือนเดิมหรือเปล่าหรือว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงจะแจ้งให้ทราบอีกที แต่เรามีความตั้งใจเต็มที่ในการทำคอนเสิร์ตของอ๊อฟให้ดีที่และให้สนุกที่สุด เพียงเราขอเวลาในการที่จะดูแลอะไรต่างๆให้เรียบร้อยก่อน รวมถึงสภาพจิตใจของเขาด้วย"

“อ๊อฟ” ให้กำลังใจตัวเองและครอบครัวยังไงบ้าง

อ๊อฟ : อ๊อฟพูดกับแม่นะ ถึงท่านจะตอบโต้กับเราไมได้ แต่ว่าอ๊อฟพูดกับแม่ว่าแม่จำวันที่อ๊อฟเดินไม่ได้ได้ไหม วันที่แม่นั่งรถเมล์มาเพื่อที่จะมาเฝ้าตั้งแต่เวลาที่เริ่มเยี่ยมจนถึงเวลาที่เลิกเยี่ยม แม่ทำอย่างนั้นอยู่ตลอด 2 เดือนกว่าๆที่เราป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ดีใจไหมที่เห็นอ๊อฟเดินได้ก้าวแรก แม่ก็พยักหน้า...อ๊อฟก็บอกว่าแม่รู้ไหมกับแค่แม่ขยับจับอะไรในร่างกายฝั่งขวาที่แม่ทำไม่ได้แล้วมันขยับได้สักนิดนึง มันก็เป็นเหมือนกำลังใจให้กับอ๊อฟและพวกเราด้วยนะ และอ๊อฟก็พูดด้วยความที่เป็นอ๊อฟก็บอกแม่อีกอย่างว่าแม่ก็รู้ใช่ไหมว่าอ๊อฟเป็นกะเทย (ยิ้ม) เพราะฉะนั้นรูปที่เป็นกะเทยเขาก็ต้องอยู่ติดกับแม่อยู่แล้วพี่น้องคนอื่นๆของอ๊อฟ ลูกแม่คนอื่นๆเขาก็มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว ถ้าเกิดแม่ชิงทิ้งอ๊อฟไปก่อนแล้วอ๊อฟจะคุยกับใครจะมานั่งเล่าเรื่องชีวิตตัวเองว่าตัวเองเจออะไรมาบ้างคืออยากจะคุยกับใคร แม่เขาก็เออ... อ๊อฟว่ามันเหมือนเป็นกำลังใจให้กัน ตัวอ๊อฟเองเวลามีอะไรก็พยายามคุยกับเขาเหมือนเขาอยู่บ้านอยู่กับเราตลอด อ๊อฟสารภาพตรงๆตรงนี้ว่าทุกวันนี้ออกยังนั่งส่งไลน์หาเขาอยู่เลย หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้สักวันหนึ่งเขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาและอ่านข้อความในทุกๆวันที่เราส่งไปหาเขา"

เวลาที่ไปเยี่ยมคุณแม่คุณแม่มีกำลังใจสู้

อ๊อฟ : อ๊อฟอยู่กับเขาทุกวัน ไปเฝ้าเขาทุกวัน ไปนอนกับเขาบ่อยๆ แล้วถ้าเกิดไม่ได้ทำงาน ก็จะอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด อย่างที่อ๊อฟบอกว่าอ๊อฟไม่อยากที่จะพลาดแม้แต่วินาทีเดียวที่เขาสามารถมีปฏิกิริยาทางร่างกายที่มันดีขึ้น อ๊อฟแค่รู้สึกว่าอ๊อฟไม่ได้หวัง ไม่ได้ขอร้องให้มันเกิดปาฏิหาริย์ว่า แม่จะต้องกลับมาเหมือนเดิม คือเราไม่ได้เป็นคนโลกสวย เราคุยกัน อ๊อฟกับแม่สนิทกันมากๆ เราเหมือนเพื่อน เพราะฉะนั้นเวลาเราคุยเราจะพูดกันตรงๆ อ๊อฟบอกแม่ว่ามันไม่เหมือนเดิมไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยที่สุดมันต้องดีขึ้น แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นสิ่งที่อยากจะขอก็คือว่าขอให้มีความสุขที่สุดในเวลาที่มีอยู่

ตอนเราไปเยี่ยมแม่เราต้องเข็มแข็งขนาดไหน

 อ๊อฟ :  คือในขณะที่เขาไม่เจ็บไม่ปวด ไม่โอด ไม่โอย เราจะรู้สึกโอเคมาก แต่ว่าในจังหวะที่เขาเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่ โอยขึ้นมาเมื่อไหร่ สิ่งที่ทำได้คือหันหน้าหนี แล้วก็กลืนน้ำตาลงไป จะไม่ร้องไห้ให้แม่เห็น เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่หรือสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ เขาเป็นภาระให้เรา ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ภาระเลย แต่ว่าคนที่เขานอนอยู่ตรงนั้น แล้วเขาเห็นทุกๆคนมาเยี่ยม แล้วด้วยสีหน้า ด้วยบางทีอาจจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาก็ต้องรู้สึกบ้างเล็กน้อย แล้วช่วงแรกๆ อาทิตย์แรกหลังจากวันที่ 15 ที่ผ่านมา มันเป็นช่วงที่หนักมาก ไม่ได้นอนเลย เพราะแม่เขาจะเอาทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าออกหมดเลย (เครื่องช่วยหายใจ) แล้วเหมือนครั้งหนึ่งอ๊อฟไปจับมือเขา ก็บอกว่าแม่ทำอะไร แม่ก็จับมืออ๊อฟ แล้วก็มองหน้า เหมือนจะส่งสัญญาณว่าไม่ต้องห้ามฉัน ในการที่ฉันจะดึงออก แต่อ๊อฟก็บอกว่าแม่ ไม่ได้นะ ทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเกิดว่าแม่ดึงออก เขาก็ต้องเสียบเขาไปใหม่อยู่ดี เพราะยังไงพวกอ๊อฟก็ยังไม่ยอมให้แม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เพราะยังไงอ๊อฟก็ต้องให้มันสุดๆ”

คุณหมอบอกว่าอย่างไรบ้าง

อ๊อฟ  : คุณหมอเขาก็รักษาตามอาการเลย เพราะว่าคุณแม่ทำทุกอย่างหมดแล้ว กินยาที่เมื่อวานเราโพสต์รูปไป ก็มีคนส่งกำลังใจมาเยอะมาก ในอินบล็อกอินสตาแกรม ส่งวิธีต่างๆมาให้ลอง อ๊อฟก็บอกว่าขอบคุณมากๆ อ๊อฟก็ได้พยายามกันมาหมดแล้ว แล้วก็ยาที่แพงที่สุด อะไรที่มันดีที่สุด เราก็หามาให้หมดแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ได่ตอบสนองกับร่างกายทุกๆคน เพราะฉะนั้นเราก็ทำได้แค่รักษาตามอาการ ปวดก็ให้ยา”

ตอนนี้เรายังมีงานจ้างอยู่ใช่ไหม

อ๊อฟ : เดือนนี้ไม่มีแล้วครับ เพราะว่าจริงๆแล้วเดือนนี้มันเป็นเดือนแห่งการซ้อมคอนเสิร์ต ซึ่งอ๊อฟก็มาตัดสินใจในระยะเวลากระชั้นชิดมากเหมือนกัน คืออ๊อฟเองก็รู้สึกผิดนะ ที่จะเดินมาบอกพี่ฉอด ว่าพี่อ๊อฟขอเลื่อนได้ไหม ทั้งๆที่คอนเสิร์ตมันก็ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อที่จะสำเร็จในวันที่ 5 - 6 ตุลาคม แต่ด้วยสภาพจิตใจอ๊อฟ อ๊อฟก็ตัดสินใจยากมากนะ ที่จะไปบอกพี่ฉอด

พี่ฉอด : ในทางตรงกันข้าม เรารออยู่แล้ว เรารู้อยู่แล้ว ว่ามันไม่ได้หรอก แต่ว่าก็ไม่อยากจะเป็นคนตัดสิน ว่าอย่าทำเลย ก็แล้วแต่อ๊อฟแล้วกัน แต่ใจจริงๆคือแอบแบบว่า ตอนที่คุณแม่จะมีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 เนี่ย ยังเคยแอบคิดด้วยซ้ำไป ว่าอยากให้คอนเสิร์ตมันลุล่วงไปได้ แล้วคุณแม่ไปนั่งดู ( น้ำตาคลอ ) แต่พอวันนั้นมันมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เราก็รู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่อยากเป็นคนบอกเอง ว่าเลื่อนหรืออะไร ก็เอาแบบนี้ แล้วแต่อ๊อฟก็แล้วกัน เราซัพพอร์ตทุกอย่างแล้วกัน”

อยากฝากอะไรไปถึงแฟนๆไหม

อ๊อฟ : ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณนะครับ ที่ตั้งแต่วันแรกที่อ๊อฟบอกว่าจะมีคอนเสิร์ต แล้วทุกๆคนให้การสนับสนุนอย่างดีมากๆ แล้วก็น่ารักมากๆ ตอนแรกอ๊อฟตั้งใจว่าอยากจะให้คอนเสิร์ตที่จะเล่นในวันที่ 5-6 ตุลามคมนี้ มันออกมาอย่างเต็มที่ แล้วก็สนุกที่สุด คนดูได้รับสิ่งที่พวกเราตั้งใจจะนำเสนอ ความสุข ความอบอุ่น ความสนุกอย่างเต็มที่ แต่ว่าที่อ๊อฟต้องออกมาขอเลื่อน เพราะว่าอ๊อฟรู้สึกสงสาร แล้วก็รู้สึกเห็นใจ ว่ามันไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรมกับคนที่ซื้อบัตรไปแล้ว แล้วเขาตั้งใจอยากจะมารับความสนุก ทั้งๆที่ตัวเราเองที่เป็นคนสร้างความสุขบนเวที มันไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น ก็ถ้าเกิดว่าใครที่ยังอยากจะดู อย่างที่พี่ฉอดบอก ก็เก็บบัตรคอนเสิร์ตไว้ แล้วก็ไปเปลี่ยนวัน ที่ไททิกเก็ตเมเจอร์ แต่ถ้าเกิดว่าใครที่ด้วยเวลาในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2563 ไม่ได้แล้ว จะไม่ดู เราก็ยินดีครับ แล้วก็สามารถไปคืนเงินได้ด้วย ก็หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจในจุดนี้ แล้วก็ไม่อยากใช้เวลานี้ในการพูดว่าไปดูคอนเสิร์ตด้วยนะครับ(ยิ้ม)

ฉอด : ก็จริงๆต้องขอบคุณทุกส่วนจริงๆนะคะ ตั้งแต่เราสรุปกันว่าจะเป็นแบบนี้ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีมากๆจากทุกส่วนของงาน ก็ขออภัยไปยังคนดูที่ซื้อบัตรแล้ว กับความจำเป็นที่ต้องเลื่อน แต่ก็ยังยืนยันอยู่ค่ะ ว่าในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2563 เราก็ยังจะตั้งใจทำงานนี้ให้มันดีที่สุดเหมือนเดิมนะคะ ส่วนเรื่องแขกรับเชิญ อย่างที่บอกก็มีบางท่านที่พอถึงเลื่อนไปตรงนั้น อาจจะติด ก็กำลังแก้ไขปัญหากันอยู่ ก็เดี๋ยวอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรก็จะแจ้งให้ทราบ เราก็ขออภัยในเหตุสุดวิสัยอันนี้ แต่ก็จะยังคงตั้งใจทำงานให้มันดีที่สุดต่อไป แต่อย่างที่เรียนไว้ว่าจริงๆแล้วอ๊อฟไม่ได้บอกเรื่องคุณแม่ป่วยให้ใครได้ทราบสักเท่าไหร่ จะเห็นว่าในโซเชียลของเขา เฟซบุ๊ก ไอจี เขาไม่เคยโพสต์รูปคุณแม่ป่วยเลย เขาเป็นคนที่ไม่อยากจะเศร้าต่อหน้าใครๆ ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ สิ่งที่เขาโพสต์เมื่อวานนี้ ก็เพราะว่าวันนี้จะมาคุยกันตรงนี้ เขาถึงได้ขออนุญาตคุณแม่ว่าเขาจะโพสต์นะ เลยมีภาพโพสต์ลงไปในไอจี นั่นก็เป็นภาพแรกตั้งแต่คุณแม่ป่วยมา พี่เดาว่าเขาเองก็คงไม่อยากจะพูดเรื่องนี้บ่อยๆ เรายังคุยกันเลยว่าหลังจากที่ได้คุยเรื่องนี้กันอย่างเปิดเผยแล้ว เราก็คงจะห้ามไม่ได้สำหรับความเป็นห่วงเป็นใย หรือใดๆก็ตาม ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ เพียงแต่อยากจะบอกว่าการที่เขายิ้ม หัวเราะ ก็ไม่ได้หมายความว่าข้างในเขาไม่เศร้า เพียงแต่ว่าการที่เขายังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติ ก็ไม่ได้หมายความว่าข้างในเขาจะไม่ได้พังนะคะ ก็ฝากขอความเห็นใจตรงนี้ที อย่างพวกเรากันเองจะไม่ถามเขาเยอะค่ะ จะรอว่าเมื่อไหร่เขาจะบอก อย่างมากที่จะก็แค่ว่า เป็นไร แต่จะไม่อยากให้เขาต้องพูด หรือต้องเล่าเรื่องราวแบบนี้บ่อยๆ เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่อยากพูดกันบ่อยๆนะคะ ก็ฝากตรงนี้ไว้ด้วยแล้วกัน ก็แน่นอนว่าเราก็มีการพูดคุยกันในแง่ของโซเชียลอะไรต่างๆด้วย วันนี้ก็คงเป็นวันที่อ๊อฟคงต้องการอย่างเดียวมากที่สุด ก็คงเป็นเรื่องของกำลังใจนะคะ ก็ฝากให้กำลังใจน้องด้วยแล้วกันนะคะ”

"เจ เจตริน" จัดหนักแดนซ์ปาร์ตี้สุดอลัง สมดีกรีแดนซ์ตัวพ่อ!!

สี่แยกปากหวาน 2562 คืนความสุข ฮาน้ำตาเล็ด

“ฉอด – เอส” นำทีมนักแสดงฟิตติ้งละคร “กลับไปสู่วันฝัน”

อัพเดทข่าวบันเทิงได้ใน รายการ POP NEWS DAILY ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 9.00 – 09.15 น. , รายการเข้มบันเทิง ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 20.00 น. และรายการ POP NEWS วันอาทิตย์เวลา 18.20 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 หรืออ่านข่าวประเด็นฮอตวงการบันเทิงได้ทาง //www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

กินข้าวบ้านแคน

กินข้าวบ้านแคน

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ