คุณพ่อไวพจน์ เริ่มต้นอัปเดตอาการป่วยให้ฟังว่า เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา หลังเดินทางไปทำการแสดงที่ภาคใต้ ในเทศกาลสาร์ทเดือนสิบ และต้องแสดงท่ามกลางสายฝน ซึ่งส่วนตัวหากเวลาไม่สบายขอเพียงได้นอนมากๆ กินยาตามหมอสั่ง ก็จะหาย ส่วนโรคประจำตัวอื่นๆ ก็มีบ้าง อย่าง เบาหวาน ไขมัน แต่ยังคุมอยู่ หลายคนมองว่าอันตราย แต่เป็นเรื่องปกติของคนแก่ทุกคน เพียงจะเป็นมากหรือน้อยก็แค่นั้น
ย้อนกลับไป คุณพ่อไวพจน์ เล่าว่า เป็นเพียงเด็กบ้านนอกที่จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มหัดร้องเพลงอีแซว เพลงพื้นบ้าน ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ โดยได้ฝึกตามแม่ที่เป็นแม่เพลงอีแซว จนสามารถร้องเพลงอีแซว และเพลงแหล่ได้เมื่ออายุ 14 ปี จากนั้นได้หัดร้องลิเกกับคณะลิเกประทีป แสงกระจ่าง จนอายุ 18 ปีได้หนีเข้ากรุงเทพฯ เพราะไม่อยากเล่นลิเกอยากเป็นนักร้องมากกว่า แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงกลับมาบ้าน กระทั่งอาจารย์ชัยชนะ บุญนะโชติ ได้นำวงดนตรีมาเล่นที่บ้านและมีการรับสมัครประกวดร้องเพลง ไวพจน์จึงสมัครประกวดร้องเพลงด้วย จนได้รับการชักชวนให้เข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งและตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "ไวพจน์ เพชรสุพรรณ"
"ช่วงที่ดังเป็นธรรมชาติ ไปไหนก็มีแม่ยก แม่ยาย ติดตามห้อยมาลัย ยอมรับว่าตอนนั้นมีเมียเยอะ ไม่ได้อยู่กันเป็นตัวเป็นตน ได้กันสักพักต่างคนต่างไป อยู่กันไม่นาน บางคน 3 เดือน บางคน 6 เดือน มีทั้งหนีเราไป เราก็หนีเขาไป แต่ทุกคนถ้าได้แล้วเรียกเมียหมด เรื่องนี้พ่อไม่โทษผู้หญิง โทษตัวเอง ถือว่าเป็นนักร้องดัง ไปที่ไหนก็หาได้"
นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ที่มีผลงานเพลงมาแล้วกว่า 4,000 เพลง และยังถือเป็นผู้ปลุกปั้นราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ เล่าด้วยว่า สมัยก่อนพ่อแม่พุ่มพวงพามาสมัครให้เป็นนักร้องที่บ้านตั้งแต่อายุ 11-12 ปี ตนฟังแล้วรู้เลยว่าเด็กคนนี้ต้องดัง เช่นเดียวกับ ยุ้ย ญาติเยอะ เวลาตนฟังสำเนียงของเด็กแต่ละคนจะรู้เลยว่าคนไหนจะดัง ด้วยสำเนียงแต่ละคนจะบอกเอกลักษณ์ตัวเขาเอง จะมีความไพเราะอยู่ในตัวที่ไม่เหมือนทั่วไป
ปัจจุบันคุณพ่อไวพจน์ยังคงรับทำขวัญนาคไปทั่วประเทศ โดยมีลูกศิษย์และทีมงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกบุญธรรมที่การันตีว่าอนาคตดังแน่นอน และยังคงมีลูกศิษย์ที่พร้อมสืบสานศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้ให้คงอยู่ต่อไป
ติดตามชมรายการ "บางกอกซิตี้ เลขที่ 36" ทุกวันจันทร์ -ศุกร์ เวลา 09.15 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 รับชมย้อนหลังทาง http://pptv36.tv/rkG และ https://tv.line.me/bangkokcity36