(ข่าวที่น่าสนใจ)
เป็นอีกหนึ่งคู่พี่น้องที่มีความฝันสายดนตรีเหมือนกัน สำหรับ แอนนี่ - อรรฆพร สร้อยสุข อดีตสมาชิกวง Sweat16 และ ฟินนี่ - ศศิกานต์ สร้อยสุข ดีกรีผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินชื่อดังหลายคนในฐานะ Choreographer, Instructor, Backup Artist แต่ ณ วันนี้ทั้งคู่ขอทำตามฝันของตัวเอง คนหนึ่งขอกลับเข้าสู่วงการเพลง อีกคนหนึ่งขอเดินจากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า กลายเป็นดูโอ้พี่น้องคู่ใหม่ของวงการในนาม O2 (โอ-ทู) ภายใต้สังกัด ReSweet Music Label ซึ่งซิงเกิ้ลแรกอย่าง Not My O2 (น็อต มาย โอ-ทู) ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี วันนี้ พีพีทีวี คว้าตัวสองสาวมาพูดคุยแบบเอ็กซ์คูลซีฟ
เริ่มที่ “แอนนี่” การเปลี่ยนแปลงจากไอดอลวง Sweat16 มาเป็น “แอนนี่ โอทู” เป็นยังไงบ้าง
แอนนี่ : ไม่กลัวนะคะ แอนว่ามันท้าทายตัวเราค่ะ ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วและครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทำให้แอนโตขึ้นได้เอาความสามารถตัวเองออกมามากขึ้น แอนหวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ
“ฟินนี่” เองเคยอยู่เบื้องหลังมาก่อน วันนี้ต้องมาอยู่เบื้องหน้าแล้ว
ฟินนี่ : เตรียมพร้อมเยอะมากๆเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงบนเวที การวางตัวต่างๆ ตอนทำงานเบื้องหลังฟินมีโอกาสได้เห็นการทำงานของเบื้องหน้ามาบ้าง แต่ไม่เคยได้ลองทำ ก็เลยค่อนข้างยังไม่ถนัด แต่ก็เก็บเอามาบวกกับความรู้ด้านเบื้องหลังที่ทำอยู่ เพื่อให้ออกมาดีที่สุดค่ะ
ที่มาที่ไปการทำงานเพลงร่วมกัน
ฟินนี่ : เริ่มต้นจากการที่เรามีความฝันเดียวกันมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มเต้น เริ่มร้องเพลงมาด้วยกัน แต่พอโตขึ้นก็เดินกันคนละสาย ฟินจะเน้นไปทำงานด้านเบื้องหลังเป็นหลัก ส่วนแอนไปทำงานเบื้องหน้า พอถึงจุดนึงฟินก็เริ่มอยากลองทำเบื้องหน้าบ้าง และนึกถึงความสุขตอนที่ได้ไล่ตามความฝันด้วยกัน พอมีโอกาสก็เลยรีบคว้าไว้ค่ะ นอกจากเรื่องความฝันของฟินกับแอน ก็มีเรื่องคุณแม่ด้วย เพราะแม่ภูมิใจทุกครั้งที่เห็นพวกเราแสดงบนเวที แต่แม่ภูมิใจเป็นสองเท่า ตอนที่เราสองคนแสดงด้วยกัน ก็เลยเลือกทำด้วยกันค่ะ
แอนนี่ : ตั้งแต่เด็กแอนมีพี่ฟินเป็นไอดอลเราซ้อมร้องเพลงซ้อมเต้นมาด้วยกันตลอดค่ะจนเราโตขึ้นก็ยังมีความฝันคล้ายๆกันอีกพอได้คุยกันจริงจังเราก็อยากจะมีเพลงของเราอยากขึ้นแสดงบนเวทีเดียวกันเลยทำให้พวกเราคิดที่จะทำดูโอ้ด้วยกันค่ะ
ความกดดันในการเป็นดูโอ้
ฟินนี่ : การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างสำหรับฟินกดดันเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ และยิ่งสำหรับดูโอ้ในไทยมีน้อย แต่ที่ผ่านๆมาผลงานของทุกคนค่อนข้างดีมากๆก็ยิ่งกดดัน แต่ครอบครัวก็คอยให้กำลังใจเสมอ ยิ่งดูโอ้ฟินเป็นแอนนี่ก็เบาใจและคอยให้คำแนะนำเสมอค่ะ
แอนนี่ : กดดันค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกของเราทั้งคู่แต่ไม่กดดันจนทำอะไรไม่ได้นะคะ เพราะแอนเต็มที่ และ อยากทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดค่ะเท่าที่แอนและพี่ฟินจะทำได้ค่ะ
มีความกังวลไหม ด้วยความเป็นพี่-น้องที่ต้องทำงานร่วมกัน
ฟินนี่ : ช่วงแรกก็กังวลค่ะ เพราะพอมาทำงานด้วยกันก็มีอะไรที่ต้องตัดสินใจร่วมกันเยอะมากขึ้น ซึ่งพวกเราก็ทะเลาะกันตามภาษาพี่น้อง แต่ด้วยความรักความเป็นครอบครัวตัดกันไม่ขาดอยู่แล้วค่ะ เราก็เลยพยายามหาตรงกลางในการตัดสินใจให้ได้มากที่สุดค่ะ ตอนนี้ก็เลยไม่กังวลแล้วค่ะ
แอนนี่ : ไม่กดดันเลยค่ะ แอนกับพี่ฟินสนิทกันมากๆกล้าพูดกันทุกเรื่องพร้อมจะเข้าใจกันอาจมีตีกันบ้างเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่จะมีคุณแม่เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยตลอดค่ะ (หัวเราะ)
ครอบครัวเป็นแรงผลักดันในการทำงาน
ฟินนี่ : ทุกครั้งที่ฟินทำอะไรฟินจะคิดถึงครอบครัวเป็นอันดับแรกเสมอค่ะ ประมาณว่า ถ้าทำแบบนี้จะมีผลยังไงต่อครอบครัว จะมีผลดี หรือผลเสียยังไง ถ้าทำแล้วมันดี ครอบครัวมีความสุข ก็จะมีแรงฮึดและแรงผลักดันมากขึ้นทันทีค่ะ
แอนนี่ : ใช่ค่ะคุณพ่อกับคุณแม่คอยสนับสนุนอยู่เรื่อยๆดีใจมากที่เรา 2 คน ได้ทำดูโอ้ แม่เคยบอกว่าแม่มีหน้าที่สนับสนุน ลูกพยายามทำให้ถึงที่สุดก็พอ
ฝากซิงเกิ้ลแรก Not My O2
ฟินนี่ : อยากฝากให้ทุกคนช่วยเปิดใจและสนุกไปกับซิงเกิ้ลแรกของพวกเรา ช่วยเอ็นดูสนับสนุนพวกเราด้วยนะคะ พวกเราเต็มที่กับผลงานชิ้นนี้มากๆ และจะพยายามทำงาน ฝึกฝนให้หนักมากขึ้น เพื่อผลงานที่คู่ควรกับการได้รับความรักและการสนับสนุน ขอบคุณค่ะ
แอนนี่ : Not my O2 ซิงเกิ้ลแรกของพวกเรา อยากให้ทุกคนปล่อยสิ่งแย่ๆไป มารับออกซิเจนแล้วไปต่อกับพวกเราO2 ดูโอ้ครั้งแรกในชีวิตหวังว่าทุกคนถูกใจทุกคนนะคะฝากแอนและพี่ฟินด้วยค่า