เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวที่เจอมรสุมดราม่าตั้งแต่เข้าวงการ สำหรับ ริชชี่ - อรเณศ ดีคาบาเลส ที่ถูกวิจารณ์หนักถึงเรื่องการแสดง จนวันนึงสามารถพิสูจน์ตัวเอง ก้าวผ่านคำว่า “เล่นแข็งเป็นหิน” จนกลายเป็นนางเอกขวัญใจละครในข้ามคืน และจากกระแสต่างๆที่เข้ามาเจ้าตัวจะมีวิธีรับมือยังไง และหลังจากนี้จะเดินต่อกับการเป็นนักแสดงอิสระอย่างไร ริชชี่ ได้เปิดใจให้ฟังว่า
“ริชชี่” เจอดราม่าค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่เข้าวงการมา
“เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เราต้องมาเจอคนอื่นเยอะขึ้น ทำให้โตขึ้น เรียนรู้มากขึ้น ถามว่ามีผลกระทบไหม มันก็มีค่ะ แต่ว่าก่อนที่เราจะออกไปเล่น ผู้ใหญ่ก็จะบอกเราอยู่แล้ว เหมือนเขาฉีดวัคซีนให้เรา เขาจะบอกเราว่าฟีดแบคอาจจะเป็นแบบนี้ บอกเรากับสิ่งที่เราต้องเจอ และทางผู้กำกับ ผู้จัดฯ จะบอกว่าให้หนูเชื่อเขา ว่าหนูเป็นอย่างที่เขาอยากได้แล้ว ทุกอย่างเราทำดีที่สุดแล้ว พอเราเห็นฟีดแบคอะไรหลายๆที่มันไม่ประสบความเร็จ เรารู้สึกว่าเป็นเพราะเรา แต่ผู้ใหญ่จะคอยเชียร์อัพว่าไม่ใช่ ต้องเชื่อเขานะ หรือจะเชื่อใครก็ไม่รู้ และจากความรักที่คนรอบตัวให้เรา ทำให้เราอยากจะพัฒนาต่อ ทำให้คนเห็นว่าทีมงานเราทำงานหนักแค่ไหนกว่างานมันจะออกมา กับสิ่งที่เขาพูดมันไม่ใช่ ก็เลยอยากจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อคนที่ให้โอกาสและรักเรา”
ออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้ว เป็นยังไงบ้าง
“ที่หนูเลือกเป็นอิสระ เพราะกลับมาเล่นแบดมินตันด้วย เรียนด้วย และทำธุรกิจด้วย จะจัดสรรเวลาได้ดีกว่า หนูกลัวว่าถ้าทำธุรกิจเยอะๆก็กลัวว่าจะทำงานให้ทางช่องได้ไม่เต็มที่ หนูว่าพอหนูได้ออกมาเรียนรู้การทำงานหลายๆที่ ทุกคนทำงานไม่เหมือนกัน เราก็ปรับตัวและได้เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลง เป็ยอีกทางนึงที่เราไม่เคยทำ ถามว่ากดดันไหม ไม่กดดันนะคะ แต่แค่รู้สึกว่าการแสดงเราต้องทำการบ้านกับตัวละครใหม่อยู่แล้ว พอตอนนี้ออกมาเป็นอิสระก็จะมีบทหลากหลายมากขึ้นที่ไม่เคยคิดว่าจะมีบทแบบนี้ส่งมาให้ (ยิ้ม)”
ระหว่างกีฬากับนักแสดงชอบอะไรมากกว่ากัน
“หนูว่าหนูเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าเป็นนักกีฬา ยังไม่ค่อยชินกับเวลาถูกเรียกว่าเป็นดารา จริงๆนักแสดงคืออีกหนึ่งสกิลที่หนูอยากฝึก เป็นอะไรที่เข้ามาใหม่ในชีวิต ที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะค่ะ”
ความสุขในแบบของ “ริชชี่” คืออะไร
“หนูมีความสุขมาตลอด ตั้งแต่เด็กไม่มีเรื่องอะไรเลยที่จะไม่มีความสุข หนูเป็นคริสเตียน รู้สึกขอบคุณพระเจ้าทุกวันที่เราตื่นมาและได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว ได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้ซ้อมแบดมินตัน และทุกครั้งที่กลับจากซ้อมเราจะดีขึ้นในทุกวัน แต่พอชีวิตตอนนี้ได้เจอคนมากขึ้น มีอะไรหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป เรารู้สึกว่าเราพอแล้ว หนูเป็นคนที่ไม่ได้อยากได้อะไรเลย บางทีหนูก็คิดว่าทำงานทุกวัน สร้างความมั่นคงในครอบครัว แต่ตัวเองไม่ได้อยากได้อะไร ก็เคยคิดว่าหรือตัวเองไม่มีความสุข แต่จริงๆหนูคิดว่าหนูพอแล้ว หนูคิดว่าความสุขตอนนี้คือการได้แบ่งให้คนอื่น ทำให้คนอื่นมีความสุขได้ แฟนๆเห็นหนูแล้วมีความสุข มันเป็นสิ่งที่ตอนนี้หนูโฟกัสอยู่ค่ะ (ยิ้ม)"
ขอบคุณภาพจาก IG , TW : richyoranate