และหลังจากมีการไต่สวนคำร้องแล้ว ไมค์ และ ทนายเจมส์ นิติธร ซึ่งเป็นทนายผู้รับมอบอำนาจของไมค์ พร้อมด้วย นายสนิท ปัจจายา ทนายความเจ้าของคดี ได้เผยว่า
ไมค์ : "การมาศาลวันนี้มายื่นคำขอเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วก็อำนาจปกครองร่วม ถามว่าเครียดไหมก็มีบ้างเป็นธรรมดา ก่อนจะตัดสินใจมาวันนี้ ก็ได้มีการปรึกษาครอบครัวมาโดยตลอดว่าจะทำอย่างไรดี คิดว่าจะเคลียร์กันได้จบโดยเร็ว
โดยที่ผ่านมาพยายามติดต่อซาร่าและลูกชาย ซึ่งตนเองไม่ได้เจอลูกมาหลายเดือนแล้ว หัวอกคนเป็นพ่อก็เป็นปกติที่จะต้องคิดถึงลูก และก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้มาตลอด แต่ในส่วนของรายละเอียดอื่นๆนั้น ตนเองขอชี้แจงทีเดียวหลังมีการพิจารณาแล้ว จริงๆแล้วอยากที่จะให้เคลียร์กันง่ายๆเพราะอยากจะเอาลูกเป็นหลัก”
ด้าน นายสนิท ปัจจายา ทนายความเจ้าของคดี เผยถึงการมายื่นเรื่องรับรองบุตรว่า เพื่อให้ลูกชายของไมค์ เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและจะได้มีอำนาจในการปกครองบุตร สำหรับขั้นตอนวันนี้คือการนัดไต่สวนคำร้อง โดยทาง ซาร่า ได้ยื่นคัดค้าน ซึ่งข้อเท็จจริงจะมีการนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 ที่ศาล ในส่วนของวันนี้ไม่มีการพูดคุยกัน เพราะเนื่องจากซาร่าไม่ได้มาที่ศาลด้วยตัวเอง มีเพียงทนายความที่ซาร่าแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องนี้เดินทางมาแทน โดยมีการแจ้งต่อศาลว่า ขณะซาร่าอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต
ทนายความ เผยต่อว่า สิ่งที่ไมค์ยื่นต่อศาลคือการขออำนาจปกครองบุตร และมีอำนาจปกครองลูกชายร่วมกับซาร่า ในฐานะพ่อและแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยปกติแล้วคดีการยื่นขออำนาจปกครองบุตรจะเป็นฝ่ายของทางแม่ เป็นผู้เรียกร้อง แต่ในครั้งนี้ทางฝั่งผู้เป็นพ่อเป็นคนยื่นเรื่อง ซึ่งในทางข้อเท็จจริงไมค์เป็นบิดาอยู่แล้วตามใบสูติบัตร”
ขณะที่ ทนายเจมส์ ซึ่งเป็นทนายผู้รับมอบอำนาจของไมค์ เผยว่า “คดีนี้จะยากหรือจะง่าย ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่ายว่าจะลดทิฐิลงกันได้ไหม ไมค์พูดมาโดยตลอดว่า ขอให้เอาเรื่องส่วนตัวทิ้งไว้ก่อน ขอเอาเรื่องของลูกเป็นหลัก และการที่ฝ่ายชายร้องขอเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ค่อยจะเจอสักเท่าไหร่ เพราะสาเหตุที่เป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจะมีหน้าที่ในการต้องอุปการะเลี้ยงดูเด็ก และหากเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่จ่ายเงิน จะมีผลทางกฎหมายทันที แม่อาจจะยื่นร้องขอบังคับให้ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูบุตร
ประเด็นของไมค์คือ ได้รับผิดชอบเลี้ยงดูบุตรโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ก่อนที่จะมีปัญหากัน เพิ่งมีปัญหากันช่วงต้นปีที่ผ่านมา (2563) สิ่งที่ไมค์มายื่นในวันนี้ เพราะไม่อยากเป็นพ่อแค่การจ่ายเงิน ไมค์อยากจะเลี้ยงดูลูกด้วย รวมทั้งอยากมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหลายๆอย่างของลูก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีส่วนในการตัดสินใจเลย และในสิ่งที่เป็นอดีต ก็ขอให้เป็นอดีตไป จะคุยกันถึงเรื่องข้างหน้า ในการแก้ปัญหา อะไรที่สามารถทำได้เร็ว ให้ทำก่อน เพื่อประโยชน์ของเด็ก
ในส่วนที่ถามว่า ถ้าได้รับการรับรองสิทธิ์จะสามารถทำอะไรได้บ้างนั้น พอเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จะมีการตกลงกันว่าค่าอุปการะเลี้ยงดู ใครจะเป็นคนจ่าย ไมค์จะจ่ายทั้งหมดหรือจ่ายคนละครึ่ง ลูกจะเรียนที่ไหน อำนาจปกครองเป็นครองใคร หรือจะเป็นร่วมกัน ในส่วนของถิ่นที่อยู่ ใครจะเป็นผู้กำหนด ใครจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับเรื่องเหล่านี้ ต้องมาคุยกันเพื่อประโยชน์ของเด็ก ที่จะได้รับความอบอุ่นจากทั้งพ่อและแม่ ความเป็นพ่อ แม่ ลูก ลาออกกันไม่ได้ ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดมาแล้ว เขาจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ทิ้งหน้าที่ให้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง”
ด้านผู้จัดการส่วนตัวของ ซาร่า เผยว่า "ซาร่าได้รับหมายศาลมา 2 - 3 เดือนแล้ว คำร้องจากทางฝั่งไมค์ขอปกครองบุตร แต่ทางฝั่ง ซาร่า ได้แต่งตั้งทนายความให้คัดค้านไป และซาร่ายังสภาพจิตใจย่ำแย่ ไม่พร้อมไปศาล เลยเลื่อนนัดไปก่อน ซึ่งซาร่าดูแลลูกชายมาตั้งแต่คลอด แล้วมีคำร้องบางอย่างที่ไม่สมเหตุ สมผล แต่ยังบอกไม่ได้ และมีนัดไกล่เกลี่ย วันที่ 2 พฤศจิยายนนี้ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าจ้องเจอกัน ก็น่าจะได้เจอกัน และถ้าซาร่าพร้อมอาจจะออกมาให้สัมภาษณ์สือมวลชนอีกครั้ง"
ในขณะเดียวกัน ซาร่า ได้โพสต์อินสตาแกรม พร้อมเขียนแคปชั่นว่า "ใบหน้าของพี่แม็กซ์ ดวงตาที่อบอุ่น รอยยิ้มที่มีความสุข ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยคนนี้ ลูกของแม่... แม่มีความสุขทุกวัน...แม่รักลูกทุกวัน...ตั้งแต่วันที่รู้ ว่าในท้องของแม่ ยังมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ตั้งแต่วันที่ลูกเกิด วันที่ลูกลืมตาขึ้นมา เสียงแรกที่ลูกร้อง รักแท้ของแม่ ดวงใจของแม่...แม่ทน แม่ยอมเสียสละได้ทุกอย่าง เพื่อความสุขของแม็กซ์เวลล์ แม่เป็นแค่ผู้หญิงคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีอะไรวิเศษไปกว่าคนอื่น แม่ไม่อยากเสียลูกไป ไม่อยากให้ใคร...พรากแก้วตาดวงใจไปจากแม่ แม่จะเข้มแข็ง พร้อมสู้ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความรักที่แม่มีต่อลูก #พี่แม็กซ์ครับแม่รักลูกสุดหัวใจ #แม่จะเข้มแข็งที่สุดเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ตอนนี้ซาร่า แต่งตั้งทนาย และให้ผจก.ส่วนตัวไป ศาลนะคะ”