ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก สำหรับ ใบเตย - พรพจี ศิริสิทธิ์ สาวคนสนิท อดีต “ผู้กำกับโจ้” พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ที่เจอผลกระทบกลายเป็นดราม่า หลังเจอกระแสสังคมถล่มอย่างหนัก รวมไปถึงถูกเข้าใจผิดว่าแต่งงานกับฝ่ายชายแล้ว หลังมีภาพจากเพจห้องเสื้อแห่งหนึ่งที่ ใบเตยสวมชุดไทย และอดีตผกก.โจ้ ใส่ชุดตำรวจ พร้อมแคปชั่น “เข้าขอพรและรับน้ำพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตคู่” เผยแพร่ออกมา
ต่อมาทางเข้าของห้องเสื้อดังกล่าว ได้ออกมาชี้แจงว่า ใบเตย มาเช่าชุดเพื่อไปงานบุญกับครอบครัว ไม่ได้แต่งงานแต่อย่างใด พร้อมยังยอมรับอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากแคปชั่นจนทำเกิดความเข้าใจผิดได้
และวันนี้ (27 ส.ค.64) ใบเตย พรพจี ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกผ่านทางแซ่บทะลุจอ ถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเผยว่า
"เตยว่าในใจทุกคนก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า เหตุการณ์ทั้งหมดมันค่อนข้าง ไม่ค่อนข้างค่ะ ส่งผลกระทบรุนแรงแบบที่เราตั้งคำถามว่าความทุกข์ของมนุษย์เป็นได้แบบนี้เชียวเหรอ ถ้าใครไม่ประสพพบเจอไม่มีทางเข้าถึงและเข้าใจได้เลย เพียงแต่ว่าเตยยังเชื่อมั่นในครอบครัว มีคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ มีครอบครัวเป็นหลักยึดจิตใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถมีชีวิต มานั่งหายใจ หรือแม้แต่กระทั่งมาให้สัมภาษณ์วันนี้ได้เลย ครอบครัว ความรักและกำลังใจจากทุกๆคน ไม่น่าเชื่อว่ากำลังใจจากคนที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า มันมีค่าได้ขนาดนี้เลย"
"ไม่ได้แต่งงาน ไม่มีพิธีมงคลสมรสตามรูปที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิด พี่ปลา (ปลา ฟินาเล่) ได้โทร.มาพูดคุยเป็นการส่วนตัวแล้ว กล่าวขอโทษเตยและครอบครัวเตยที่ทำให้เกิดดความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง ซึ่งพี่ปลาเองก็ได้ลงชี้แจงอธิบายไปแล้ว ว่าเป็นการไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ กันทั้งครอบครัว จึงเป็นการแต่งกายที่เหมาะสมเท่านั้นเอง
จริงๆก็เข้าใจค่ะ เพราะรูปภาพมันมีความใกล้เคียงและคล้ายมาก แต่ว่าเรารู้อยู่แล้วว่าเราไปทำอะไร เพราะฉะนั้นคนก็จับโยงไปได้หมดค่ะ จะโยงอะไรก็โยงได้ จริงๆมีภาพรวมกับบ่าวสาวด้วยแต่ว่ามันเป็นภาพที่ส่วนตัว ซึ่งเราไม่ต้องการให้มีใครมาจับใครโยงเรื่องนี้อีกแล้ว แค่นี้เตยก็หนักมากพอแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเตยลงภาพครอบครัวอีก คนที่ส่งผลกระทบมันจะยิ่งเพิ่มวงกว้างขึ้นไปอีก ตั้งแต่กระแสทุกอย่างเข้ามามันเยอะมาก มันรอบด้านจริงๆ อะไรที่มันไม่เป็นความจริงเราก็ไม่ได้ไปสนใจอะไรมัน ยิ่งตั้งแต่เกิดเรื่องก็ตัดโซเชียลออกไปเลย เพราะมันเกินจะทนไหวจริงๆ"
"ก็ยังคงทำงานอยู่ค่ะ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนในช่องที่มีความเข้าใจ มองด้วยจิตใจเมตตา แล้วก็เป็นธรรม ไม่ได้รู้สึกว่าการที่คนๆนึงรู้จักกับคนๆนึง แล้วการที่คนๆนั้นกระทำความผิดเราผิดด้วยหรือ ทุกอย่างเรารู้ดีอยู่แก่ใจ คนรอบข้างที่รักเรา ที่รู้จักเตยมาตลอดชีวิต เขารู้ดี ยังรักในอาชีพนี้ และยังคงทำงานต่อไป"