WorldBank2026 WorldBank2026

ชื่นมื่น “ดา เอ็นโดรฟิน” ควงแขน “เดนนิส” เข้าพิธีหมั้น เปิดใจชีวิตรัก จากเพื่อนสู่คู่ชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักร้องสาว “ดา เอ็นโดรฟิน” และแฟนหนุ่มแร็ปเปอร์ดัง “เดนนิส ไทยคูน” เข้าพิธีหมั้น (ยกน้ำชา) ภายในครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น เปิดใจเปลี่ยนจากสถานะเพื่อนเป็นคู่ชีวิต

หลังจากนักร้องชื่อดังเสียงทรลพลัง ดา เอ็นโดรฟิน หรือ ดา - ธนิดา ธรรมวิมล ถูกแฟนหนุ่ม เดนนิส ไทยคูน แร็ปเปอร์มากความสามารถ ที่คบหาดูใจกันในฐานะคนรักนาน 1 ปี ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานหวานชื่นเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุดทั้งคู่ก็ถือฤกษดีเช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2564 เข้าพิธีหมั้นและยกน้ำชา สุดอบอุ่นโดยมี 2 ครอบครัวร่วมเป็นสักขีพยานรัก โดยทั้งคู่เปิดใจว่า 

หลังจากสวมแหวนมา เป็นยังไงบ้างความรู้สึก?

ดา : “ตอนแรกก็สงสัยว่าทำคนเขาร้องไห้กันในงานแต่ง มันเป็นโมเมนต์ที่บางทีเราขอพรจากพ่อแม่ หรือขอพรจากผู้ใหญ่ มันเหมือนชีวิตมันเปลี่ยนไปเลย”

เดนนิส : “ได้ยินคำอวยพรจากแม่จากยาย แบบโดนเลยนะเมื้อกี้ (หัวเราะ)”

ดา : “ใช่ ไปทั้งคู่ ร้องเลย มันออกมาเองค่ะ มันเหมือนว่าตั้งแต่เด็กจนโต ตัวดาเองก็ไม่คิดหรอก ว่าเราจะแต่งงานกับเพื่อนที่เราเคยรู้จักกัน เดินทางกันมาเป็น 10 กว่าปี กว่าจะมีโมเมนต์อย่างนี้”

พิธีตอนเช้าเป็นไปตามที่เราตั้งใจไว้เลย?

ดา : “ง่ายๆ มากเลย ออแกไนซ์ก็เป็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆกันด้วย แล้วก็มีพี่ๆที่เป็นออแกไนซ์เรื่องความสวยงามของสถานที่ช่วยด้วย แล้วพ่อแม่พี่น้อง เราเอามาใช้หมดเลยค่ะ เพราะจากสถานการณ์โควิดอย่างนี้ เราก็ใช้เป็นแฟมิลี่เนอะส่วนใหญ่”

อยากให้งานเป็นแบบอบอุ่น จัดในสวน?

ดา : “คือจริงๆแล้ว แม่เดนนิสจะต้องกลับแอลเอเดือนมกราคมค่ะ ก็เลยคิดว่าเขาจะมาทำธุระให้เสร็จเลย”

วันนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกของสองครอบครัวด้วย คุณพ่อคุณแม่อวยพรว่ายังไงบ้าง?

ดา : “ให้ผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าคนร้อนหนึ่งร้อนคนหนึ่งจะต้องให้อภัย คนเราอยู่กันได้นานๆ ต้องให้อภัยกันเยอะๆ (แล้วแม่เดนนิสบอกว่าอะไรบ้าง?)

เดนิส : “ไม่รู้ คำแรกก็ร้องไห้เลย (หัวเราะ) จำไม่ได้แล้ว”

ดา : “หูดับอะ ช็อก คือเพลงด้วยอะไรด้วย”

เดนิส : ใช่ เพลงด้วยอะไรด้วย มันแบบว้าว ไม่คิดว่าจะมีโมเมนต์นี้”

ดา : “ตอนก่อนสวมแหวน ดาก็ไปสะกิดเขานิดหนึ่ง ว่า You Ready? อันนี้ Now and Forever แล้วนะ พอสะกิดแล้วเจอแม่อวยพรไปเท่านั้นแหละ ปรี่แตกเลยค่ะ”

ย้อนกลับไปวันแรกที่รู้จักกัน กับตอนนี้ที่กำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกันแล้ว ความรู้สึกมันเป็นยังไงบ้าง?

เดนนิส : “วันแรกที่รู้จักเลย โอ้โห ช่วงนั้น 10 ปีก่อน (หัวเราะ)”

ดา : “มันจะเป็นกรึ่มๆ หลังตี 1 อะไรอย่างนี้ค่ะ มันจะเป็นโมเมนต์นั้น ย้อนไปก็จะอายุประมาณ 23 -24 เองค่ะ กำลังเปรี้ยว เที่ยวกันแบบสุดๆเลย แล้วตอนนั้นมันไม่มีคำว่าครอบครัวเข้ามาในหัวหรอกค่ะ ตอนที่เราเป็นวัยรุ่น มันมีแต่คำว่าตัวเอง มีแต่คำว่าฉันจะทำให้อนาคตฉันดียังไง อยากเป็นนักร้อง อยากเป็นแร็ปเปอร์ อยากทำงานยังไง ตามใจตัวเองซะเยอะ เป็นวัยรุ่น แล้วพอตอนโตมันมีเรื่องราว มีครอบครัว คุณยายดาก็แก่มากแล้ว คือ 84 ปีนี้แล้วค่ะ เราก็คุยกัน อยากให้เขาได้จับเหลนเนอะ ได้จับเบบี๋ เพราะมันเหมือนเป็นพรจากยาย พ่อแม่เราเขาได้จับลูกของเรา เขาเลี้ยงเรามาได้ ถ้าได้มือของเขามาจับ มันเหมือนเป็นพรค่ะ ก็อยากให้เขาได้เจอ คุณแม่เดนิสก็ด้วย”

เดนนิส : “คุณแม่ผมด้วย อยากให้เขาเห็นหลาน”

ก็คือจะมีน้องเลยใช่ไหม?

เดนนิส : “ใช่ครับ”

ดา : “ใช่ค่ะ ก็คือปล่อยธรรมชาติเลย แล้วเราก็อยากมีครอบครัวใหญ่ๆ”

เดนนิส : “คิดว่าประมาณ 6 คนมั้ง (หัวเราะ) ฝาแฝด 3 ครั้งแบบนี้”

ดา : “อ๋อ คือดาไม่รู้ ดาก็โอเคเข้าใจแล้ว ว่าทำไมบางครอบครัวถึงอยากทำทวิน (ลูกแฝด) เพราะว่าพอเรามีน้องตอนเราอายุเยอะ เช่น 35 36 หรือ 40 ก็ต้องเพิ่งคุณหมอบ้าง จะได้เหนื่อยทีเดียว ตอนนี้เข้าใจแล้ว ว่าทำไมบางคนเขาถึงต้องทำทวินทีเดียว เพราะท้องตอน 35 แล้วถ้าอยากมีลูก 3 คน มันก็คงจะต้องทำทวินรอบหนึ่ง หรือลองแบบธรรมชาติปล่อยดูไหม ก็อยากลองเหมือนกัน เพราะเราก็เพิ่งเจอหลานเดนิส เป็นทวิน เขาก็น่ารักทั้งคู่ เป็นเด็กผู้หญิง ก็คิดว่าอย่างต่ำน่าจะ 3 พยามาอยู่ค่ะ แฝดสาม 3 คู่ (หัวเราะ) เขามีเหรอคะ นี่คนหรือวัว (หัวเราะ) ก็ถ้าร่างกายคนเราไหว ดาไม่แน่ใจ ว่าเขาสามารถทำฝาแฝดกับฝาแฝดได้ไหม 2 คนแรก กับ 2 คนหลัง”

เรามีศึกษามาบ้างไหม?

ดา : “คุยกับป้าเดนนิสค่ะ เพราะเขาทำทวินเหมือนกัน ก็อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ผู้หญิงต้องดูแลสุขภาพยังไง หลังจากทำแล้ว น้องต้องโตในแล็บนะ ใช้เวลาเท่านี้ๆ (แสดงว่าจะมุ่งไปทางวิทยาศาสตร์เลย?) ก็ให้เวลาธรรมชาติกันถึงช่วงเดือนมีนาคมค่ะ เพราะถ้าเกิดว่าเขามาช่วงมีนาคม เขาก็อาจจะได้เป็นปีเสือเหมือนแม่ เพราะเดนนิสเป็นปีวัว”

ถ้าเขาไม่มาช่วงมีนาคม เราก็จะบินไปเมืองนอกเลยใช่ไหม?

ดา : “ก็คือจะทำมีนาคมเลย ยังไงก็จะให้ทัน 9 เดือน ที่จะคลอดในช่วงปีเสือ”

เราเห็นด้วยกับเขาไหม ที่เขาอยากมี 6 คน?

ดา : “6 เลยเหรอ ร่างกายเราจะเป็นยังไง ตอนนั้นเราก็รู้เนาะ แต่ว่าคือดาคิดว่าช่วงที่เราไหว แล้วเรารู้สึกว่า แต่ก่อนนี้ถ้าเราไม่มีเขา คือไม่ได้รู้จักเดนนิสในเวอร์ชั่นนี้ บางทีเรื่องมีลูกเยอะๆเราอาจจะไม่คิด แต่ถ้าเกิดพ่อดีอะ เรารู้ว่าเขาดูแลครอบครัวเราได้ เขาดูแลแม่ ดูแลครอบครัวดี จนเรารู้สึกว่า ถ้าเขามีลูก เขาจะดูแลลูกเราดีมาก ทำอาหารเอย ดูแลครอบครัว ออแกไนซ์ชีวิตทุกอย่าง ถ้าเขาไม่เป็นแบบนี้ ดาก็ไม่คิดเรื่องมีลูกเยอะ”

แสดงว่า "เดนนิส" ต้องมีหน้าที่เลี้ยงลูก?

เดนนิส : “ไม่มีปัญหาครับ อยาก”

ดา : “เขาอยากค่ะ (เราก็ตามใจเขา?) ใช่ค่ะ อยากมีครอบครัวใหญ่”

มีคุยกันไหม ก่อนหน้านี้เราเป็นเพื่อนกัน แต่ตอนนี้แต่งงานกันแล้ว?

เดนนิส : “งง (ยิ้ม)”

ดา : “เขาจะมาอยู่เมืองไทยแค่ 3 เดือนค่ะตอนแรก”

เดนนิส : “ตอนนี้เป็นปีหนึ่งแล้วครับ (หัวเราะ)”

ประทับใจอะไร “ดา”?

เดนนิส : “เราโตขึ้น 10 ปีเราเปลี่ยนกันเยอะ ความคิดทุกอย่างเปลี่ยนหมดเลย เมื่อก่อนเรายังเด็กอยู่ อยากเที่ยว อยากสนุก ชอบเที่ยวกัน ตอนนี้อยากมีแฟมิลี่แล้ว อยากเป็นแฟมิลี่แมน”

ดา : “เหมือนแบบเที่ยวเร็ว เลิกเร็ว ประมาณนั้นอะ ใช้ชีวิตเต็มที่มาหมดแล้ว แล้วโลกอีกใบของดาคืออยู่กับร็อกสตาร์มาตลอด ทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ สังคม แล้วอีกฝั่งหนึ่งก็คือฮิปฮอปแบบอันเดอร์กราวน์หนักไปเลย คือเราเห็นชีวิตแบบนั้น แล้วเราใช้ชีวิตแบบเต็มที่ ตี 5 ปาร์ตี้เสร็จก็คือไปทำงานต่อได้ คือมันเป็นแบบนั้น จนมันรู้สึกว่า แล้วมันจะยังไงต่อวะ ถ้าเกิดว่าเราเจอคนดีๆ เราเปลี่ยนชีวิตตัวเอง แล้วเราต้องยอดให้มันกลายเป็นครอบครัวที่สวยงาม มันน่าจะดีกว่า แล้วเราก็รู้สึกว่า เรารักชีวิตเรา แล้วเราอยากมอบชีวิตของเขาสองคนให้กับลูกๆอีก เลยเข้าใจเลยว่า พอพ่อแม่มองเข้ามาที่ลูก แล้วเขารู้สึกว่านั่นคือมินิเขา แล้วเขาอยากให้ความรัก ความสุขบนโลกนี้ ส่งให้ลูกต่อ”

มีลูกเพลงก็ยังทำได้อยู่?

ดา : “ดาคิดว่าน่าจะจบที่มกราคม จะมีเพลงช่วงเดือนมกรา นี่วันหมั้นก็ขอเขาเลื่อนส่งเพลงมาอยู่ เขาเริ่มตามแล้ว (ยิ้ม)”

เดินนิส : “ผมกับดาเปิดค่ายเพลงใหม่

ดา : “ถ้าธุรกิจในเมืองไทยน่าจะเป็น music label หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่เราพอมีความรู้และสามารถต่อยอดได้ ส่วนที่แอลเอเราก็เริ่มอยากทำออแกไนซ์ให้สำหรับคนที่นั่น เป็น hold production house หาคอนเสิร์ตไปลง ก็ครึ่งๆชีวิตน่าจะแบ่งกันอยู่ที่แอลเอกับเมืองไทย”

ที่ผ่านมาเพลงของเราค่อนข้างไม่สมหวัง หลังจากนี้เราสมหวังแล้วเพลงต้องเป็นแนวสมหวังไหม?

ดา : “ดาว่าดาก็เป็นตัวแทนให้ใครที่ไม่สมหวังได้บ้าง เราร้องมาจากประสบการณ์ของเพื่อนด้วย ชีวิตวัยรุ่นด้วย วันนี้ก็ร้อง "สองใจ" ในงานไม่ได้นะคะ ต้องเลือกๆ (หัวเราะ) "เพื่อนสนิท" ร้องได้ๆ ถือว่าเป้นช่วงเวลาที่ควรจะเริ่มต้น ส่วนเพลงของเดนนิสที่ชวนดาไปร้องก็เป็นต้นเหตุกลับมาคุยกัน”

ค่ายเพลงแจงแล้ว ปม “พลอยชมพู” ยื่นฟ้องผิดสัญญา

“เดนนิส” ที่ผ่านมามีภาพเป็นเพื่อน อะไรที่ทำให้เรามองว่าคนนี้จะเป็นภรรยา?

เดนนิส : “ตอนผมเมืองไทยไทย เราเห็นเขานิสัยเป็นยังไง ดูแลคุณยาย ดูแลแม่ เห็นเขาเล่นกับลุกเพื่อนๆเรา ก็รู้เลยว่าเด็กรักเขามาก ผมเลยแบบโอเคคนนี้แน่นอน รักเลย”

 “ดา” คิดว่าคนนี้แน่นอนไหม?

ดา : “เห็นภาพเขาวืปไปว่าจะเห็นภาพเขาตอนอายุ 70 80 90 ปีไปด้วยกัน เขาดูแลครอบครัวยังไงเขาก็จะดูแลเราแบบนั้น ซึ่งบ้านเดนนิสเขาค่อนข้างจะดูแลเทคแคร์ทุกคนเลย และเป็นครอบครัวใหญ่ และเขามีความเป็นหัวหน้าครอบครัวสูง ดาเคยพูดกับตัวเองว่าถ้าเกิดว่าแฟนที่เราจะคบ ถ้าเกิดเขารักครอบครัวเราไม่เท่าที่เรารักและดูแลได้ ก็อย่าเพิ่งเริ่มกับใครเลย อันนี้ก่อนที่จะเจอกับเดนนิสนะคะ แล้วก็เจอเขาที่ตั้งมาตรฐานครอบครัวไว้สูงและเขาพร้อมที่จะมีครอบครัว”

ทั้งสองครอบครัวมีความเป็นไทยสูงมาก?

ดา : “มันก็เลยเร็ว ถ้าเขาอยูในเรเวลที่พร้อมมันจไปเร็วมาก แต่ถ้าเขาไม่พร้อมเราก็อาจจะเดตกัน 2 – 3 เดือน แล้วถ้ามันไม่เวิร์คก็คือจบ ดาจะไม่ใช้เวลา 3 – 4 ปีอีกแล้ว มันเร็วมากเลยนะคะ แล้วอายุมันผ่านไป 35 ลองคบหาดูใจ 2 ปี บวกอีก 2 ปี เราตื่นมาอีกวันนึงก็จะ 40 แล้ว คือถ้าใช่ 3 เดือนก็ไปต่อได้ ถ้าไม่ก็คงไม่นานขนาดนี้ ถามว่าเราคบกันนานแค่ไหนแล้ว ถ้าเป็นเพื่อนกัน 12 ปี ถ้าเป็นแฟนก็ 1 ปี คุยกันเริ่มช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว”

เดนนิส : “ช่วงนั้นผมอยู่แอลเอ เราคุยกันเรื่องเพลง เรื่องธุรกิจ ผมอยู่ที่แอลเอ เขาอยู่ที่นี่ ก็คุยกันว่ามาทำงานกันไหม คุยกันทุกวัน ผมก็อยู่ที่แอลเอกับที่ไทยครึ่งๆ”

ดา : “ตอนแรกไม่มีเรื่องความรักเกิดขึ้นเลย แค่เราแลกความรู้กัน พอดาไม่มีค่ายแล้ว ก็อยากสตาร์ทอัพบิสซิเนส ก็เลยปรึกษาเขา ก็เลยคุยกันมาตลอด”

ว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป “ดาร์ลิ่ง อารดา” เซย์เยส แฟนหนุ่มนอกวงการขอแต่งงาน

ขอถามเรื่องสินสอด?

ดา : “จริงๆเขาบอกว่าอยู่เมืองไทยแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวมีที่แอลเออีก (ยิ้ม) จริงๆคุณแม่ก็อยากให้ได้เจอพี่ๆเพื่อนของคุณแม่ที่แอลเอ ตอนนี้ก็อยากจะบอกว่า สำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ศิลปินดาราหลายๆท่านที่ไม่ได้มา จริงๆพิธีเป็นพิธีผู้ใหญ่ที่พ่อแม่เราได้เจอกัน เป็นพิธียกน้ำชาแบบจีนของบ้านเดนิส ส่วนเพื่อนถ้าโอไมครอนไม่มา เดือนมีนาเจอกัน ปาร์ตี้กัน ก็วางไว้ประมาณสิ้นเดือนมีนาคม (มีลูกมาร่วมยินดี?) เนอะ ดูไทม์มิ่งก่อน”

ความประทับในตัวสามีของเรา 1 ปีที่ไม่ใช่มุมของเพื่อน?

ดา : “ดาคิดว่าคนเราสุดท้ายชีวิตตอนวัยรุ่นมันก็คือตื่นเต้น มันไม่ได้มองลึกเข้าไปถึงคำว่าคู่ชีวิต มันไม่ในหัวหรอก แต่ว่าพอโตขึ้นพอเรารู้สึกว่าชีวิตมันเหนื่อยมาเยอะ เราทำงานกันมาตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบัน แค่ต้องการใครที่กลับบ้านมาแล้วนั่งกินข้าว ดูทีวี ช่วยกันดูบ้าน ช่วยกันดูแลครอบครัวของเราแค่นั้นเอง และเราเห็นทุกอย่างในตัวเดนิสว่าเขาพร้อมที่จะอยู่ในเรเวลที่จะพร้อมดูแลทุกคนเหมือนเรา ถ้าอายุ 35 แล้วคนนี้มาเต็มขนาดนี้ ก็ใช่แล้วแหละ (ยิ้ม) เขาเยอะกว่าดาอีกนะเรื่องการดูแล”

เดนนิส : “ที่แอลเอทุกคนตื่นเต้นมาก อยากเจอดามาก เพื่อน ครอบครัวที่โน่นด้วย”

 มีอะไรอยากบอก “ดา” ไหม เป็นภรรยาของเราแล้ว?

เดนนิส : “ผมรักคุณเสมอและตลอดไป (ยิ้ม)”

มีคำมั่นสัญญาอะไรให้เจ้าบ่าวเราไหม?

“ดูแลกันและกันค่ะ ชีวิตเหนื่อยมาเยอะแล้ว ดาเชื่อว่าเป็นหลายๆคู่ หลายๆคนที่ลงเอยแต่งงานกัน ถ้าได้โบนัสคือเราได้เพื่อนที่ดีมากๆ ไม่ใช่แค่สามีภรรยานะ คือคนนั้นต้องเป็นเบสเฟรนด์ ไม่ว่าจะปวดหัว ตัวร้อน โน่น นี่ นั่น คนนี้ต้องเป็นเบสเฟรนด์ของเรา เพราะฉะนั้นแล้วคำว่าสามี-ภรรยาของดา มันคือคำว่า เบสเฟรนด์ที่สุด นั่นคือที่สำคัญที่เราจะอยู่จนแก่กันได้”

เช็กพิกัด! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด เข็ม 3 ทั้งจองคิวออนไลน์ - walk in เริ่ม 23 ธ.ค. 64

จดทะเบียนไหม?

ดา : “น่าจะก่อนบินไปโน่น ก่อนบินยังมีเวลา นามสกุลยังไม่รู้ เขาเคยพูดว่า ธนิดา เตโชภาส ก็เพราะนะ (ยิ้ม) น่าจะบินไปแอลเอช่วงเดือนเมษายน”

 

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ