"เอสเธอร์" แจ้งจับแอปฯ ลวงลงทุนสินค้า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ดาราสาว เอสเธอร์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ชี้แจงกรณีได้รับการว่าจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์ของแอปพลิเคชัน ขายสินค้าในราคาถูก แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเป็นหุ้นส่วนของบริษัท

วันนี้ 7 ม.ค.2565 น.ส.เอสเธอร สุปรีย์ลีลา  พร้อมด้วยนายภูภูมิ พงศ์ภาณุภาคหรือ เคน ภูภูมิ นักแสดงชายเพื่อนสนิท ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ช่วยติดตามกลุ่มผู้กระทำความผิดที่ได้หลอกลวงว่าจ้างให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ ณ ที่ทำการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT)  ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยย้ำว่าตัวเองได้ยกเลิกสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้บริษัทตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2564

สำหรับแอปพลิเคชันนี้ คือ แอปพลิเคชันขายสินค้าที่มีราคาขายต่ำกว่าท้องตลาดถึง 30-80%  มีข้อกำหนดให้ผู้ซื้อสินค้าหาสมาชิกที่ต้องการลงทุน ซึ่งเรียกว่าการหั่นราคา สมัครและโอนเงินลงทุนเข้าสู่ระบบ แลกเงินปันผล  10-20% ในระยะเวลาที่ระบบกำหนด ซึ่งในระยะแรกมีการดำเนินการและแบ่งปันผลได้จริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ  

แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นอุบายในการชักชวนให้หาสมาชิกเพิ่มเพื่อให้มีจำนวนเงินเข้าระบบมากขึ้น  จากนั้นจะนำเงินจากสมาชิกลูกข่าย มาจ่ายปันผลให้กับสมาชิกต้นทาง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการประกอบการธุรกิจที่มีผลกำไรอยู่จริง  ซึ่งมีรูปแบบแผนคล้ายกับระบบแชร์ลูกโซ่ เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ หากต้องการแจ้งความร้องทุกข์ ติดต่อสายด่วน 1599  ตลอด 24 ชม.

 

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.กัลยาณี กระปุก อายุ 38 ปี หรือ เท้าแชร์ “จักรวาลออมทรัพย์ปี 5” มหาภัย ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดี “เป็นนายวงแชร์หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง มีสมาชิกรวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน” และหมายจับในลักษณะเดียวกันท้องที่อื่นๆอีก 7 หมายจับ หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.4 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม

พฤติกรรมคนร้าย จะชวนลงทุน แบบกลุ่ม ออมเงิน, ออมทอง และแชร์วง อ้างว่าเมื่อครบกำหนดสมาชิกจะได้รับเงินลงทุนพร้อมเงินปันผลกลับคืนในอัตราที่สูง อาทิ ลงทุน 100,000 บาท จะได้เงินปันผลกลับคืนสัปดาห์ละ 7,000 บาท ซึ่งช่วงแรกมีการจ่ายเงินปันผลจริง ประกอบกับกลุ่มดังกล่าวก่อตั้งมานานกว่า 5 ปี ดูน่าเชื่อถือ  มีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท กระทั่ง 2 ปีหลังได้รับผลกระทบจากโควิด และแชร์ล้มในที่สุด

สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมใช้เวลาในการสืบสวนนานร่วม 3 เดือน กระทั่งทราบว่าเบื้องต้นมีผู้ตกเป็นเหยื่อ 478 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 97 ล้าน 7 แสน 7 หมื่น 7,958  บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ