เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งดาราสาวที่มุ่งมั่นวิ่งตามฝันของตัวเอง สำหรับดาราสาว ปู - ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก ที่เฟดตัวจากงานในวงการบันเทิงไทย ประกาศชัดว่าจะโกอินเตอร์ทำงานที่ต่างประเทศตามที่เคยตั้งใจไว้
และกว่า 6 ปีครึ่งที่สาวคนนี้ต้องสู้กับสารพัดปัญหา กว่าจะได้เล่นหนังฮอลลีวูดเรื่องแรก โดย “ปู ไปรยา” ที่ล่าสุดเดินทางกลัมาเมืองไทย ได้มาเปิดใจในรายการแฉถึงเรื่องราวของตัวเอง ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยอมทุกอย่างเพื่อไปให้ถึงฝัน
“ตอนปี 2020 ก็ตัดสินใจกลับเมืองไทยรอบนั้นไม่ได้กลับมาเป็นปี กักตัวครบแล้วก็ได้หนัง ก็เลยบินกลับไปทำงานต่อ ตอนอยู่นู้นทำเองหมดเลย แต่มีความสุขมากๆ รู้สึกว่าอยู่ที่นู้นเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มชีวิตในแบบที่อยากให้มันเป็น ที่นู้นก็มีแคสต์ เรียนการแสดง ปูใช้เวลา 6 ปีครึ่งที่ปูพยายาม ตั้งแต่สมัยไปนิวยอร์ก แล้วก็ย้ายไปแอลเอ นี่น่าจะเข้าปีที่ 7 แล้ว
ตามความฝันจนไม่เหลือเงิน ตอนแรกสู้แทบตาย เจอข่าวสารพัดหนักมาก ไม่ไหวแล้ว หนักมาก ขึ้นลง ขึ้นลงตลอด แต่เชื่อมั่นว่านี่คือสิ่งที่เรารัก จะเลือกเงินหรือสิ่งที่เรารัก สุดท้ายเลือกสิ่งที่เรารัก เพราะถ้าพรุ่งนี้ตาย ก็ทำในสิ่งที่เรารักดีกว่า
แต่ปูอยากจะขอลองสักตั้ง จนครั้งสุดท้ายที่จะต้องบินต้องซื้อตั๋วที่ถูกที่สุดตอนปี 2020 เป็นปีที่ค่อนข้างยากสำหรับปู ปูท้อมาก ร้องไห้ใจจะขาด ถ้าไม่ได้งานไม่กลับดีกว่า ไม่อยากกลับไปเพราะมองหน้าคนไม่ติด แต่วันนั้นรู้สึกเฟลมาก เก็บกระเป๋าจะกลับไทย แต่พอผู้กำกับโทรมาบอกว่าแคสต์งานได้ กรี๊ดลั่นบ้าน คุณแม่ ผู้ช่วยร้องไห้กันหมด แล้วก็นั่งนับว่าจะต้องไปแก้บนกี่ทีซึ่งเยอะมาก (หัวเราะ) ปูจดไว้หมดเลย
ต้องยอมรับว่าตอนที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศ ไม่มีใครให้กำลังใจปูเลย มีแต่คนบอกว่าปูทำไม่ได้ จะไปทำไม ปูยังจำคอมเมนต์ที่เคยอ่าน เขาบอกว่าคนเราถ้ามันจะดังมันดังตั้งนานแล้ว ถึงกับร้องไห้ และบอกตัวเองว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจคนวิ่งตามความฝันกว่ามันจะดังมันยากมาก คนในโลกนี้มีกี่พันล้านคน
บางคนดวงดีมาก แต่บางคนเหมือนปู ตั้งแต่เด็กจนโตปูไม่ใช่ตัวเลือกคนที่ 1 ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาหรืออะไรก็ตาม ตอนที่ไปเรียนกลับมาก็อ้วน ไม่มีงานเลย กลับมาอีกทีก็ได้งานมา 18 ตัว แล้วก็ตกอีกที แล้วก็ขึ้นอีกที ชีวิตปูไม่ใช่คนแรกที่เขาเลือกแต่ปูเป็นที่พยายาม แล้วคนชอบด่าว่าปู wanna be ถ้าไม่อยาก want to แล้วจะ be ได้ยังไง
เคยรอตั๋วที่ถูกที่สุดจะได้กลับบ้าน ตอนนั้น พี่ป้อม วินิจ ก็ถามว่าลูกสาวจะกลับไหม ก็บอกไปหนูจะอยู่ (หัวเราะ) และงานหนังที่ได้มา ก็พยายามมาก แต่ปูก็โดนปฏิเสธๆๆ และตอนนั้นข่าวที่เมืองไทย เลิกกับคู่หมั้นอีก เจอครบทุกอย่าง ตื่นมาก็เจอคนส่งข้อความมาขู่ ด่า จนในใจตอนนั้นไม่มีอารมณ์ทำอะไรแล้ว แต่ก็รู้อย่างเดียวว่าถ้าความฝันมีคุณค่ากับเราเรื่องอื่นตัดออก โซเชียลไม่สำคัญ ข่าวไม่สำคัญ สำคัญคือพัฒนาฝีมือ ก็แคสต์งานไปเรื่อยๆ ตอนนั้นจากเพื่อนมี 20 กว่าคน เหลือ 4-5 คน ผู้ช่วยในทีมก็เหลือน้อยมาก เพราะวันที่เราไม่มีอะไร เราจะรู้ว่าใครอยู่กับเราจริงๆ วันที่เราไม่ได้มีกระแส ไม่ได้มีคุณค่ากับเขา คนที่รักเราจริงๆก็ยังอยู่
และปูยังจำคอมเมนต์นั้นได้ ดาราอ่านคอมเมนต์นะคะ แต่ปูไม่ฟ้องคน เพราะรู้สึกว่าถ้าเขามาขอโทษปูก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตของปูดีขึ้น เพราะปูเข้าใจเขาที่อ่านแล้วก็เขียน และปูก็เข้าใจในเสรีภาพของความคิดเห็นของคน ก็เลยทนๆ แต่คำพูดบางอันมันก็ฝังในใจ แต่ปูก็ใช้เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเอง ไม่ถึงใช่ไหม เดี๋ยวคอยดู แป๊ปนึง ก็ได้
ชีวิตช่วงนั้นแย่มาก ฝันก็ไม่ไปถึงฝัน งานแต่งก็ล่ม ข่าวเยอะทุกวัน ตื่นมาโดนด่าทุกเช้า แต่ก็ต้องเข้าใจในจุดที่เรายืนอยู่ บางครั้งเราพูดในบางเรื่องไม่ได้ ด้วยหน้าที่จริงๆ และตอนนั้นคู่หมั้นไปแล้ว เลิกกัน ตอนนั้นพินาศมาก เป็นปีที่เข้าใจเลยอยู่อเมริกาล็อคดาวน์อยู่คนเดียว อแม่อยู่ที่นี่ คู่หมั้นก็เพิ่งเลิก ข่าวก็เจอหนัก เป็นครั้งแรกที่ทดสอบสุขภาพจิตตัวเอง เงินก็เริ่มร่อยหรอ ต้องกรี๊ดใส่หมอน ร้องไห้ พิมพ์สิ่งที่ตัวเองอยากพูดแล้วลบ โทร.หาทุกคนจนคนบอกว่า เหมือนเวลาไปเล่นคลื่น ยิ่งเตะยิ่งดิ้นยิ่งจม ต้องมีสตินิ่ง หยุด นิ่งและทน
แต่ไม่ป่วยเป็นซึมเศร้า เพราะปูทำงานสังคมเยอะและเห็นมาเยอะมาก ถ้าจะต้องมาซึมเศร้าเพราะไอจีปูไม่ยอม และก็จะไม่ฟ้องคนด้วย ไม่อยากมานั่งทะเลาะกับเขา อยู่กับตัวเอง โซเชียลคือโลกทิพย์ โลกแห่งความจริงคือการได้มานั่งเจอพูดคุยกัน
ตอนที่ให้เอเจนซี่หางานให้ โดนปฏิเสธเยอะ บอกว่าตัวเตี้ยไป หน้าไม่ใช่ นี่ก็ไม่ดี นั่นก็ไม่ใช่ แต่ก็ชินแล้ว เพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองสวยหรือสำคัญ แต่คิดว่าตัวเองมีความพยายามก็แค่นั้นแหละ สุดท้ายก็รอไปเรื่อยๆ เหมือนต่อแถวรอตัดผม ต่อแถวรอข้าว
คืออยู่เมืองไทยหาเงินเพื่อไปใช้เมืองนอกเอาไปตามหาฝัน ต้องหาตั๋วเครื่องบินที่ถูกที่สุดจะนั่งเมื่อยยังไงก็ช่างมัน แต่ก็คุ้มมาก ได้ชีวิตใหม่ ตั้งแต่เด็กจนโตเพราะตั้งแต่เล่นละครมา ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีชีวิตเป็นของตัวเอง พ่อแม่อยากให้ทำ แต่ว่าตอนนี้เป็นสิ่งที่ตัวเองกำหนดแล้ว เมื่อก่อนมีความรักก็ควานหาว่าผู้ชายต้องมาขอ สุดท้ายตอนนี้ไม่ได้ต้องการสิ่งนี้แล้ว ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่พ่อแม่ต้องการ แต่ทำสิ่งที่ปูต้องการ มีความสุขมาก ถึงจะทำโดยไม่ได้เงินเยอะ ไม่มีค่าตัว ไม่สบายเหมือนตรงนี้ แต่ได้เป็นปูในแบบที่ปูอยากเป็นแบบที่ไม่มีใครต้องมาบังคับ
ส่วนความรักตอนนี้ไม่มีภาพตัวเองจะมีแฟนและแต่งงาน ก็มีผู้ชายคุยบ้างเป็นปกติ เพราะบางทีก็ไม่ได้อยากนั่งทานข้าวคนเดียว (หัวเราะ) ก็ปล่อยเป็นเรื่องของชะตา แต่ปูชอบดูดวง เขาบอกว่าไม่มีคู่ จะมีตอน 40 อัพ ก็ทำใจ ก็รอเดี๋ยวเขาก็มา แต่ใจจริงก็มีความสุข ไม่ได้อะไร คือเมื่อก่อนปูเป็นคนที่เต็มที่กับเรื่องความรัก ทุ่มเท
แต่ปี 2020 เป็นปีที่เจ็บที่สุด สุดติ่งกระดิ่งแมว คือสุด ปูว่าเวลาเราไม่เหลืออะไรแล้ว มนุษย์เหลือ 2 อย่าง คือความหวังและความศรัทธาในวันข้างหน้า ในเพื่อนมนุษย์ เวลานั่งสมาธิเพื่อให้เราไม่ฟุ้ง ชื่อเสียงไม่จิรัง ยึดติดกับมันไม่ได้ ปูดำรงชีวิตได้ต่อ วันนี้เรามีความสุขก็อยู่กับคนที่เรารัก ทำสิ่งดีๆ หาเงินมีความสุข”
ขอบคุณภาพจาก IG prayalundberg