เป็นอีกหนึ่งนางเอกมากที่เก่งรอบด้าน สำหรับ เกรซ – กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า ตลอดเวลา 18 ปีที่โลดแล่นในวงการบันเทิง มีผลงานแจ้งเกิดตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้าวงการกับดีกรีเจ้าของตำแหน่ง “มิสทีนไทยแลนด์ ปี 2547” รวมถึงผลงานละครที่เปรี้ยงจนส่งให้เป็นนักแสดงวัยรุ่นที่ถูกจับตามองอย่างรวดเร็ว และยังผันตัวไปเป็นนักธุรกิจที่ทำควบคู่กับงานในวงการอีกด้วย
วันนี้ “พีพีทีวี นิวมีเดีย” มีโอกาสได้พูดคุยกบสาว “เกรซ” เรื่องของการทำงานที่หลายคนยกให้เป็นสาวสุดเพอร์เฟกต์ รวมไปถึงเรื่องหัวใจกับนักธุรกิจหนุ่มนอกวงการที่หลายคนลุ้นรอฟังข่าวดี ซึ่งดาราสาวก็เล่าหมดเปลือกให้ฟังแบบไม่มีกั๊ก
เป็นสาวสาวฮอตมีทั้งานแสดง ธุรกิจ และอื่นๆอีกหลายอย่าง วางเรื่องการรับงานไว้ยังไงบ้าง?
“ใช่ค่ะ แต่ในตอนนี้เกรซอินกับบันเทิงมากกว่าการทำธุรกิจ หมายถึงว่าพอเราได้ลองไปนั่งทำธุรกิจแล้วรู้สึกว่ามันเครียด รู้สึกว่าตัวเองมีแพชชั่นกับการทำงานวงการบันเทิงมากกว่าเยอะเลย แต่กับธุรกิจก็ไม่ได้หยุดไปนะ ไม่ทิ้ง เพราะเป็นอีกช่องทางอาชีพของเรา แต่แค่กลับมาโฟกัสกับงานในวงการบันเทิงเยอะขึ้น ส่วนธุรจกิจก็ให้คนอื่นดูไป
ตอนนี้มีละคร 2 เรื่อง ทำงานเพลงด้วย ยูทูบอะไร ก็เต็มไปหมดเลยค่อนข้างจะแบ่งเวลายากอยู่ แต่ว่าถ้าถามจุดโฟกัสก็คงโฟกัสการทำงานในวงการบันเทิงตลอดไป ไม่คิดว่าจะหยุดเลย ไม่ได้คิดว่าแต่งงานมีครอบครัวมีลูกแล้วจะหยุด ไม่หยุดๆ”
ค้นพบตัวเองตรงนี้เมื่อไหร่?
“ปีที่ผ่านมา เพราะพอเราเริ่มเป็นฟรีแลนซ์เราเริ่มรับ 1 ใหม่ จากการที่เราทำงานในเซฟโซนที่เดิมๆ พอเราได้ออกมาทำงานเอง รับงานเอง มันเหมือนชาเลนจ์ตัวเองให้เราได้ก้าวใหม่ เหมือนเราเป็นคนใหม่ในร่างเดิมอย่างนี้เลย เราได้ทำอะไรใหม่ๆ เจอกับคนใหม่ๆ มันเลยเหมือนเป็นอีกหนึ่งแรงจุดประกายว่าเราสามารถเต็มที่กับมันได้จริงๆ แล้วทำทุกงานให้เป็นงานเกรดเอ ไม่ใช่ทำทิ้งทำขว้าง เราเต็มที่กับทุกอย่างที่ผ่านมา เพราะมันจะสะท้อนไปยังงานในอนาคตของเราข้างหน้า เราโตถึงจุดนึงแล้วด้วย เพราะตอนเด็กๆเราได้มาโดยง่าย มีคนจัดวางไว้ให้ แต่พอเราโตขึ้นมาเรารู้สึกว่าทุกงานมีค่า”
เรียกว่าพบแพชชั่นใหม่ของตัวเองไหม?
“ใช่ค่ะ เหมือนเป็นแพชชั่นใหม่ในงานเดิมๆที่เรารู้สึกว่าเราเป็นตัวเองแล้วมันสนุกจังเลย ได้ทำงานที่เราเลือกเอง ได้เป็นอะไรแบบที่เราอยากเป็น ไม่ใช่อะไรที่เขาวางไว้ให้ เลยรู้สึกว่าเป็นก้าวที่เราได้ทำงานและได้เป็นตัวเอง มันสนุกที่เราได้เจอคนที่เราไม่เคยเจอ ได้เอ็นจอย ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ก็เลยอยากจะยาวๆไปเลย”
ก่อนหน้านี้เคยหมดแพชชั่นกับงานตรงนี้?
“เคยค่ะ ช่วงที่หันไปทำธุรกิจ คือรู้สึกว่าเบื่อ เพราะเกรซอยู่วงการนี้มาปีนี้ปีที่ 18 แล้ว มันต้องมีช่วงดาวน์กันบ้าง แล้วก็รู้สึกว่าเบื่อ เลยไปทำธุรกิจและอยู่ตรงนั้น 2-3 ปีเลย ก็เต็มที่สุดๆ ไม่รับงานละครเลย 2 ปี แต่พอมาตอนนี้เริ่มได้เป็นตัวเองได้เริ่มนับ 1 ใหม่ เราก็เริ่มมีแพชชั่นอีกครั้ง”
ก่อนที่จะออกมาเป็นอิสระเรากังวลหรือตัดสินใจนานไหม?
“แทบจะไม่ได้ตัดสินใจนาน เพราะว่ามันเป็นช่วงที่เราจะหมดสัญญากับอดีตต้นสังกัดพอดี แล้วเราเบรกเองด้วย จริงๆก็จะไม่ค่อยได้เห็นเกรซจากละครเยอะนะ เพราะรับปีละเรื่อง เกรซรู้สึกว่าละครกว่าจะเจอเรื่องที่ใช่มันยาก เรื่องที่อยากจะตื่นตั้งแต่ตี 5 ไปถ่ายละคร ไปทำงานให้เต็มที่อยู่กับตัวละครนั้นไปอีก 7-8 เดือน ก็จะรับค่อนข้างยากนิดนึง เกรซเลยไม่ได้เป็นคนที่มีละครออกมาถี่ ตัวเราเองก็เลือกรับ อย่างละครเรื่อง “นางฟ้าคาบาเรต์” มันสนุก มีความท้าทาย ได้เป็นตัวเองแล้วก็ได้ร่วมงานกับคนน่ารักๆ และเป็นอะไรที่แปลกใหม่ด้วย ก็สนุกดีค่ะ”
ที่ผ่านมาอาจจะมีคนมอง “เกรซ” สวย รวย เพอร์เฟกต์?
“ไม่เลยนะ จริงๆแล้วถ้าหลายคนรู้เกรซก็ทำงานแบบลุย สู้มาตลอด มันก็เป็นสิ่งที่เรารัก แต่เกรซมีความเพอร์เฟคชั่นนิสต์อยู่มากพอสมควร แต่ก็แล้วแต่เรื่องค่ะ เรื่องที่เกรซไม่เอาก็คือไม่เอาเลย ถ้าปล่อยก็ปล่อยชิลล์ไม่ได้ซีเรียสทุกเรื่อง คือคนจะมองว่าเป็นอย่างนั้น แต่การทำงานเราก็อยากให้ออกมาเป๊ะให้มันดีที่สุด แต่มันได้แค่ไหนก็คงอาจจะต้องเป็นแค่นั้น
และเกรซไม่ได้เป็นคุณหนูเลย อาจจะด้วยคาแร็กเตอร์ ด้วยเสื้อผ้าที่ใส่ เลยทำให้คนที่ไม่รู้จักรู้สึกแบบนั้น เราก็มีหลายมุมหลายคาแร็กเตอร์หน่อย อย่างที่บอกดาราเป็นอาชีพแบบสู้ แล้วเราเลือกที่จะสบายไม่ได้ ภาพมันอาจจะออกมาดูสบาย ดูสวย แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะในดีเทล ในความอดทน ในความลำบากที่ต้องเจอ คนภายนอกจะเห็นเราผ่านอินสตาแกรมหรือโซเชียล แต่ว่าก็มีอะไรอีกเยอะที่ต้องลำบาก ถ้ารู้จักเกรซจริงๆ จะรู้ว่าเกรซไม่ใช่คุณหนู จะห้าวมาก ลุยมาก
แต่ถ้าถามว่าเกรซเป็นคนเป๊ะไหม ก็เป๊ะแล้วแต่เรื่องถ้าเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับงาน เป็นงานที่เรารับปากเป็นสิ่งที่ก็จะมีความเป๊ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันของตัวเอง เช่น เรื่องว่าอนาคตจะเป็นยังไง เกรซจะไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องเป๊ะว่าจะแต่งงานอายุเท่านี้ จะมีลูกเท่านี้ คือเกรซปล่อยเซอร์ไป ปล่อยชีวิตมันไปตามชะตาชีวิต อะไรยังไงเราทำตามใจเรา เราไม่ได้ทำตามใจใคร พ่อแม่ก็ไม่ได้ว่า เราไม่แต่งงานก็ได้สบายๆ
คือทุกอย่างมันถูกกำหนดมาไว้หมดแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าอยากกำหนดหรือไม่กำหนด เพราะเกรซไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่ในกรอบแล้ว เกรซเบื่อกับการต้องรีบๆทำอะไรมันเหนื่อย แล้วพอมันไม่ได้อย่างหวังมันเหนื่อยกว่าเดิม ก็เลยรู้สึกว่าเราทำทุกอย่างให้เต็มที่แล้วก็ไม่ต้องคาดหวังในเรื่องความรักหรืออะไร จะเป็นยังไงก็ปล่อยให้มันเป็นไปแค่เราทำเต็มที่ในพาร์ทของเราแล้ว”
แสดงว่าเมื่อก่อนในช่วงที่เรามีกรอบ เราเจอความผิดหวังเยอะหรือเปล่า?
“คือเกรซเป็นคนไม่ค่อยผิดหวัง ไม่หวังและไม่ผิดหวัง ก็สบายๆกับมัน แต่ก็มีบางงานที่เฟลมันต้องมีบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ใจเราก็คือรู้สึกว่าเราไม่ได้อยากที่จะเหนื่อยวิ่งตามใคร หรือต้องเป็นแบบใคร หรือต้องเป็นอะไรยังไง ไม่ ฉันเป็นตัวเอง ไม่เคยอยากเป็นคนอื่นเลย”
เก่งครบเครื่อง เพราะความชอบและพยายาม?
“เกรซชอบทำหลายอย่าง เพราะตอนเด็กๆเรียนดนตรีมาด้วยแหละ ไม่ได้มาทางละคร ละครคือจับพลัดจับผลูมาทำเลย แต่ว่าดันทำมาได้นานมากๆ อย่างเพลงก็จริงจังแล้ว อีกสักพักก็น่าจะได้ปล่อยออกมาให้ได้ฟังกัน ก็เป็นเพลงของตัวเองที่ไม่ใช่เพลงประกอบละคร ไม่ใช่เพลงโคฟเวอร์ เป็นของตัวเองเซ็นสัญญาจริงจัง พอเราอิสระมันทำอะไรก็ได้อย่างใจคิด ไม่มีอะไรที่จะมาปิดกั้นอีกแล้ว ก็เซ็นต์สัญญาค่ายเพลง “สไปร์ซซี่ ดิสก์” เรียกว่าทำตามฝันตัวเองมากกว่า เอาให้มันสะใจ เอาให้มันสักครั้งเป็นนักร้องมันเป็นยังไง เราชอบร้องเพลงคนก็ชอบถาม ก็เลยลองดูจริงจังเลย เป็นนักร้องจริงๆไปเลย เกรซก็ทำเองแทบทุกขั้นตอน มีโปรดิวซ์นะแต่เกรซก็จะไปนั่งอยู่กับเขาด้วย ที่ช้าก็เพราะเกรซนี่แหละค่ะ (หัวเราะ) จะเป็นแนวไหนก็ต้องรอดูค่ะ”
เรื่องของความรัก “เกรซ” บอกว่าปล่อยเซอร์ขึ้นเพราะอะไร?
“คือที่ผ่านมาซีเรียสกับความรัก มันไม่เคยดีเลย เพราะไม่ซีเรียสสุขภาพจิตจะดี ถามว่าเจ็บมาเยอะไหมเหรอ ก็นิดนึง ทุกคนมันก็ต้องมีความรักที่สมหวังและผิดหวังกันมาบ้าง มันก็มีแบบสุด หัวทิ่มหัวปำ หัวปักหัวปำ แต่เราก็ผ่านมาได้ เพราะเวลาเซ ก็ไปเลย เซให้ล้มและให้จบ แล้วลุกทีเดียว ไม่ใช่เซแล้วก็หงึกงักๆ แต่คนเรามันก็ต้องเคยโง่มาก่อน ก่อนที่จะฉลาดมันก็ต้องมีบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข็ดนะ เพราะแฟนเก่าทุกคนเป็นบทเรียน แล้วยังเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ จริงๆเหมือนหนังสือที่เราเปิดแต่ละบท เหมือนบทเรียนอันมีค่า บทเรียนราคาแพง (ยิ้ม) และทำให้เราเองก็ไม่ต้องคาดหวังกับมัน
คือพอเกรซเป็นอิสระจากการทำงาน เกรซก็เหมือนมีชีวิตใหม่ด้วย กับความรักเกรซก็ไม่ซีเรียส กลายเป็นว่าเกรซมีโฟกัสใหม่ในการทำงาน อยู่กับตัวเองก็มีความสุขอีกแบบนึง ความรักให้เป็นเรื่องข้างหลังบ้าน เป็นกำลังใจให้กันคอยเป็นน้ำหล่อเลี้ยงเติมกำลังใจให้กัน คอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน”
กับ “นิค” แฮปปี้ดี?
“โอเค ดี ยังไม่กล้าพูดเยอะๆ (หัวเราะ) แต่จะบอกว่าที่คนมองว่าเขาสายเปย์ คือเขาไม่เปย์ค่ะ เรียกว่าเขาเต็มที่ ไม่เรียกเปย์ๆ คือเขาเต็มที่ให้หมายถึงว่าอย่างจัดงานวันเกิดให้เรา แต่เขาไม่ใช่สายเปย์ ไม่ใช่สายซื้อของให้ คนจะคิดว่าเป็นแบบนั้นหรือเปล่า โนค่ะ ไม่ใช่เลย เกรซบอกเลยว่าไม่ต้องมาซื้ออะไรให้นะ ถ้าจะซื้ออะไรให้แล้วคิดว่าจะทำอะไรก็ได้กับเกรซ อย่าซื้ออะไรให้ ไม่ต้องเอาอะไรมาให้เลย ซึ่งเขาเข้าใจมาก เกรซบอกเขาว่าเกรซไม่ได้อยากถือกระเป๋าที่คุณซื้อให้ เกรซไม่ได้อยากใช้นาฬิกาที่คุณซื้อให้ เพราะเกรซไม่ได้เป็นคนที่แมททีเรียลขนาดนั้น ถ้าวันสบายๆ คือเกรซสบายจริงๆ จะแต่งตัวเฉพาะเวลาที่เกรซทำงานเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนั้นไม่มีความหมายสำหรับเกรซเลย ขอแค่ให้เกียรติเกรซก็พอ”
โอกาสพิเศษเขาก็เต็มที่กับเรา?
“ใช่ อันนั้นเขาก็จะเต็มที่ให้ จัดงานให้ ก็เป็นรูปแบบของเขา ซึ่งเขาก็เป็นฟีลเดียวกับเรา ซื้อของขวัญทำไม ของเราก็ซื้อเองได้ คือเขาก็จัดงานให้เรา คือมูลค่าของมันทั้งเงินและทั้งทางความรู้สึกมันมากกว่าการซื้อของไม่รู้กี่เท่า เราก็จะจดจำโดยเฉพาะที่ทำแกลอรี่ให้ เซอร์ไพรส์สุด เซอร์ไพรส์จริง น้ำตาซึมเลย ดีใจมาก ถามว่าเขาเป็นคนโรแมนติกไหม ก็ไม่ได้โรแมนติกขนาดนั้นนะคะ แต่ก็เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เขาใส่ใจ”
เรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำให้เรามันเป็นคุณค่าทางจิตใจ?
“ใช่ค่ะ อย่างที่บอกไม่ต้องมาซื้อของ ไม่ต้องมาอะไรให้แค่ขอให้ใส่ใจเรา ไม่สร้างปัญหาให้ ไม่ทำให้เราทุกข์ร้อนใจก็มากพอแล้วสำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่จะทำให้ได้ (แต่เขาพีคขึ้นทุกปีนะ?) ใช่ๆ แล้วปีหน้าจะอยู่ยังไง (หัวเราะ)”
“เกรซ กาญจน์เกล้า” โชว์รูปหวาน “ไฮโซนิค” โดนแซวหน้าคล้ายกันมาก
คิดหนักไหม เมื่อต้องเซอร์ไพรส์เขาบ้าง?
“กริบทุกปี (หัวเราะ) ไม่เคยเซอร์ไพรส์อะไรได้เลย งงเหมือนกัน เขาไม่เอ็นจอยโมเมนต์วันเกิดของเขา แต่เขาเอ็นจอยโมเมนต์วันเกิดของเกรซ งงไหมล่ะ ไม่จัดวันเกิดตัวเองนะ มาจัดงานวันเกิดเกรซ (หัวเราะ) งานวันเกิดเขาคือไปกินข้าว ชวนไปกินชาบู กินอะไรง่ายๆ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยทำอะไรกับวันพิเศษของตัวเอง แต่มาอะไรให้เรา ก็รู้สึกขอบคุณเขาค่ะ”
เขาเข้าใจการทำงานของเราไหม?
“เขาเข้าใจ เขาไม่ค่อยหึงเลย ไม่เคยหึงเลย แบบเลย..ย (ลากเสียงยาว) สักนิดเดียว เป็นคนสบายๆ เป็นคนเข้าใจ”
อนาคตเรื่องแต่งงานมองไว้ยังไง?
“เกรซไม่วางและไม่แพลน เมื่อไหร่เมื่อนั้น เฉยๆ มองว่าเดี๋ยวจะมาก็มาเอง เดี๋ยวยังไงบอกแน่ๆค่ะ รอก่อนแป๊บนึง ยังไม่รีบๆค่ะ”
ชีวิตตอนนี้ดูแฮปปี้ในทุกด้าน?
“ในการทำงานมากกว่าหลักๆ เพราะเราให้การทำงานเป็นหลักมากกว่า เรื่องหลังบ้านมันก็แฮปปี้แล้วก็เลยมีกำลังใจในการทำงานด้วย”
“เกรซ กาญจน์เกล้า ” แฮปปี้รัก “ไฮโซนิค” ลงตัว มองอนาคตร่วมกัน แซว “แกรนด์” ห้ามแต่งก่อน