WorldBank2026 WorldBank2026

จากเด็กสลัม สู่ บรมครูโขน ชีวิต “ครูมืด” ประสาท ทองอร่าม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“การที่เราได้ฝึกคนรุ่นหลังให้มีความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ เก่งไปกว่าพวกเรา นั่นเป็นความภูมิใจของคนเป็นครูบาอาจารย์แล้ว”

ช่วงค่ำของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2565 วงการนาฏศิลป์และคนไทย ต่างแสดงความอาลัย ต่อการจากไปของ ครูมืด หรือ นายประสาท ทองอร่าม ศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยเป็นนาฎศิลปินชาย โขนลิง ที่มีความสามารถในศิลปะอีกหลายแขนง

เขาเคยถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต ก่อนที่จะเป็นบรมครูโขนในปัจจุบัน ในอดีตเป็นเพียงเด็กสลัม มีโอกาสได้ใกล้ชิด ร่ำเรียน ศิลปะหลายแขนงมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ โดยทั้งหมดถูกเล่าผ่านรายการ บางกอกซิตี้ เมื่อ พ.ศ.2561 

ครูมืด บอกว่า โขน มีมาตรฐานมาตั้งแต่ในอดีต ครูบาอาจารย์จนถึงคนรุ่นหลัง มีหน้าที่รักษามาตรฐานนั้นไว้ให้สืบ และปัจจุบัน โขน ไม่ใช่แค่ศิลปะที่คนไทยรู้จัก แต่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของมวลมนุษยชาติ

“ในอดีตโขนเป็นวิชาทาส ผู้ที่ฝึกต้องร่ำเรียนเพื่อนำไปบำเรอควาสมุขให้แก่เจ้านายและปวงชน”

ครูมืด เล่าว่า เขามีความรักในโขน ละคร ดนตรี รวมถึงศิลปะแขนงอื่น จากความชอบ ความผูกพัน และสายเลือดทางด้านศิลปะการแสดง จากเด็กสลัมที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด ร่ำเรียน จนเป็นวิชาติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน

“ผมเกิดในสลัม แต่คุณปู่เป็นนักดนตรี มีโอกาสได้ฝึกได้เรียนกับท่านหลวงประดิษฐ์ไพเราะ แต่คุณปู่ไม่ใฝ่ในราชการ จึงออกมาทำอาชีพส่วนตัว เราได้เรียน ได้เห็นสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เล็กๆ” 

ศูนย์รวมศิลปะวัฒนธรรมในอดีตคือวัด และ วัดพระพิเรนทร์ ย่านวรจักร เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญ ที่ในอดีตรวบรวมไว้ซึ่ง โขน ดนตรีไทย ลิเก ละครชาตรี เพลงพื้นบ้าน เป็นรวมแหล่งศิลปินอยู่ที่นั่น ครูมืด บอกว่า ได้ตามคุณปู่ไปดูการแสดง ได้เห็น ได้เล่นดนตรี เมื่อถึงเวลามีโขน มีละคร เห็นแล้วก็รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ฝังลึกอยู่ในใจ 

“พอกลับมาอยู่บ้าน ผมอยู่ในสลัม มีเด็กเยอะ เราตั้งตัวเป็นหัวหน้า เอาเด็กมาสอน มาฝึก มาร้องเล่นเต้นรำ กลายเป็นเรื่องฝึกลึกอยู่ในจิตใจของเรา”

ในวัยประถมศึกษา ได้เรียนในโรงเรียนที่สอนดนตรี สอนขับร้องเพลงไทย สิ่งที่ติดตัวมาตั้งเด็ก ผลักดันให้กลายเป็นหัวหนาฝึกขับร้องเพลงไทย ก่อนที่คุณปู่จะนำไปฝากที่โรงเรียนนาฏศิลป์เมื่อ พ.ศ. 2504 
ที่นั่น ครูมืด ได้พบกับ “พ่อเส” หรือ อาจารย์เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง นอกจากได้ร่ำเรียนกับบรมครู ด้วยความสามารถ ยังได้รับโอกาสฝึกสอนจนเป็น “กลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์”

“ครูเส ท่านได้รับมอบหมายจากอดีตอธิบดีกรมศิลปากรให้คัดเลือกเด็กผู้ชาย 15 คน ผมเป็นนักเรียนรุ่นเล็กสุด แล้วไปติด 1 ใน 15 คนนั้น ผมดีใจมาก คนกลุ่มนี้ร่ำเรียนนอกตำรา ออกมาเล่นกันได้ทุกอย่าง จะดนตรีไทย ดนตรีสากล เล่นได้หมด”

ต่อมาเป็นเรื่องโชคดีที่เจ้านายพระองค์หนึ่ง คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรงโปรดเด็กผู้ชาย 15 คนนี้ ทรงรับอุปถัมภ์เด็กทั้งหมด และให้ใช้ชื่อว่า กลุ่มศิลปินรุ่นเยาว์ จึงได้มีโอกาสได้เล่น ได้เรียนศิลปะทุกแขนง ทั้งโขน ละคร ตลก ลิเก เพลงพื้นเมือง

จาก พ.ศ. 2504 เข้าโรงเรียนนาฏศิลป์ ถึงวันนี้ พ.ศ. 2565 เป็นบรมครูโขนของไทย

ความภูมิใจของ “ครูมืด” ในฐานะครูบาอาจารย์ กล่าวไว้ด้วยว่า “การที่เราได้ฝึกคนรุ่นหลังให้มีความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ เก่งไปกว่าพวกเรา นั่นเป็นความภูมิใจของคนเป็นครูบาอาจารย์แล้ว”

ขอบคุณภาพจาก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และ โบราณนานมา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ