ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง คือ การออกใบอนุญาตประกอบกิจการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ทาง PPTVHD36 ระบุว่า โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทการจัดให้มีมหรสพ การแสดงดนตรี โดยคนที่ออกใบอนุญาตคือเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ทั้งนี้ ก่อนที่จะออกใบอนุญาตจะต้องมีแบบเช็กลิสต์ว่าจะต้องมีการดำเนินการตามหัวข้อต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นก่อนที่จะมีการออกใบอนุญาตจะต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเสียก่อน
นายประสาท กล่าวด้วยว่า แม้ว่าจะได้รับใบอนุญาตแล้ว ระหว่างที่มีประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ก็จะหมุนเวียนเข้าไปตรวจสอบว่า ร้านเหล่านี้ได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ จะมีการสนธิกำลังหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบว่า ร้านเหล่านี้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ได้มีการตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2569
นายประสาท กล่าวด้วยว่า ในการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ แต่ละฝ่ายจะมีหัวข้อในการตรวจสอบแตกต่างกัน อาทิ ด้านโครงสร้างอาคาร ด้านสุขอนามัย รวมถึงมีการตรวจสอบประตูหนีไฟว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ โดยโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีประตูหนีไฟ 2 ทาง คือ ประตูบริเวณห้องครัว และ ประตูบริเวณห้องน้ำ ซึ่งเป็นทางออกฉุกเฉิน สามารถเคลื่อนย้ายคนในช่วงเวลาเกิดเหตุ
นายประสาท กล่าวด้วยว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เมื่อเดือนเมษายน เป็นช่วงหัวค่ำที่คาบเกี่ยวกับเวลาที่ร้านกำลังจะเปิดให้บริการ มีการสำรวจประตูทางเข้าออกและประตูหนีไฟสามารถเปิดออกไปสู่ภายนอกได้ และไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ บริเวณทางหนีไฟ โดยเฉพาะประตูฝั่งห้องครัวยังสามารถผลักประตูออกไปได้ ส่วนวันเกิดเหตุที่มีข่าวว่า คนขายลูกอมนั่งขวางประตูและประตูล็อกด้วยนั้น ตนเองไม่ทราบ และเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของการตอบคำถาม คุณเสถียร วิริยะพรรณพงศา หนึ่งในพิธีกรรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ที่ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่เกิดเหตุก่อนหน้านี้ ได้ถามว่า ประตูฉุกเฉินบริเวณห้องครัวเป็นบานสไลด์จะสามารถผลักได้หรือไม่ ซึ่งนายประสาท ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่สายโทรศัพท์จะตัดไป
นายประสาท กล่าวยอมรับตอนหนึ่งด้วยว่า ในการลงพื้นที่ตรวจสอบช่วงเดือนเมษายนได้มีการแจ้งทางร้านให้ทราบล่วงหน้าก่อนด้วยว่าจะมีการสนธิกำลังเข้าไปตรวจสอบ
เมื่อถามย้ำว่า นอกจากการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่เคยมีการสุ่มตรวจแบบไม่ให้รู้ตัวหรือไม่ นายประสาท ตอบว่า เจ้าหน้าที่ก็มีไปสุ่มตรวจบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายสิ่งแวดล้อม เข้าไปดูเรื่องเสียง เรื่องเหตุรำคาญต่างๆ ตามที่ได้รับร้องเรียน ส่วนเจ้าหน้าที่ของฝ่ายโยธาธิการเข้าไปตรวจสอบตามวงรอบ ซึ่งเขาจะประเมินว่าได้ดำเนินการครบตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
นายประสาท กล่าวด้วยว่า การติดตั้งสปริงเกอร์เป็นข้อกำหนดเฉพาะอาคารสูง ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านลักษณะนี้ จะกำหนดให้มีประตูหนีไฟ ถังดับเพลิง ป้ายทางออกฉุกเฉิน ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ในเดือนเมษายน ยังพบว่ามีการติดตั้งป้ายทางออกฉุกเฉินอยู่ภายในร้าน แต่ไม่พบว่ามีการปิดป้าย “ห้ามเปิด เฉพาะพนักงานและเจ้าหน้าที่” บริเวณประตูฉุกเฉินแต่อย่างใด
“เรื่องการลงพื้นที่ตรวจสอบ แล้วอาจจะมีการเคลียร์พื้นที่ก่อน อันนี้มีความเป็นไปได้สูง แต่ทางผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะมีการเพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้นเร็วๆ นี้”
นายประสาท เปิดเผยด้วยว่า สำหรับเขตพื้นที่จตุจักร ยังมีร้านที่จดทะเบียนเป็นร้านอาหารที่ดำเนินกิจกรรมในลักษณะโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ประมาณ 28 แห่ง แต่ลักษณะของร้านอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด บางร้านโปร่ง บางร้านปิดทึบคล้ายโรงเบียร์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำอยู่เรื่อยๆ