จากกรณีเพจสำนักข่าวการศึกษา โพสต์ข้อความระบุว่า “ทุน Thailand Scholarships ปี 70 เตรียมเปิดรับนักศึกษาต่างชาติมาเรียนไทย ลาวได้ลุ้น กัมพูชาได้ทุนเรียน ป.ตรี-โท-เอก” ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะชาวเน็ตคนไทยระบุทำนองว่า ทำไมไม่ให้โอกาสเด็กไทยก่อน
ล่าสุดทีมข่าวตรวจสอบข้อมูลโครงการดังกล่าว พบว่า มีมูลความจริง แต่ยังยืนยันไม่ได้ทั้งหมดว่าเป็นประกาศรับสมัครทุนปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่าลาวและกัมพูชามีสิทธิรับทุนตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
โดยในเบื้องต้นพบว่า ประเทศไทยมีโครงการ Thailand Scholarships จริง ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีโครงการทุนสำหรับนักศึกษาต่างชาติจริง โดยประกาศปีการศึกษา 2569 ระบุว่ามีหลักสูตรที่เปิดให้ทุน 211 หลักสูตร และมีทุนอย่างน้อย 174 ทุนสำหรับระดับปริญญาโท ปริญญาเอก รวมถึงโครงการแลกเปลี่ยนหรือฝึกอบรม
และเคยมีทุนสำหรับนักศึกษาจากลาวและกัมพูชา โดยอ้างอิงจากประกาศปี 2568 ของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ระบุว่ามีทุนสำหรับผู้สมัครสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยเปิดให้ศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในหลักสูตรนานาชาติหรือหลักสูตรภาษาอังกฤษ ส่วนในปีการศึกษา 2570 ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน
จากนั้นทีมข่าวจึงสอบถามไปยังทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในทวีปยุโรปและภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ชื่อ ASEAN-European University Network หรือ ASEA-UNINET ซึ่งเกิดขึ้นจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างรัฐบาลออสเตรีย กับสำนักงานปลัดกระทรวง ของ อว. หรือ สป.อว. และสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นสมาชิก โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรนานาชาติ ในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ให้แก่นักศึกษาในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมา
เดิมทีรัฐบาลออสเตรียเป็นผู้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนมาตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2559 แต่หลังจากที่ออสเตรียยุติการสนับสนุนงบประมาณตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา สป.อว. และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในอาเซียนจึงได้ดำเนินโครงการต่อ เพื่อรักษาสายสัมพันธ์และยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศ หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นโครงการต่อเนื่อง
และสำหรับงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ สป.อว. สนับสนุนงบประมาณเพียงเล็กน้อย โดยมีวงเงินรวมทั้งโครงการประมาณ 400,000 กว่าบาทต่อปี คิดเป็นเงินสนับสนุนประมาณ 20,000 - 30,000 บาทต่อทุน รวมประมาณ 100 ทุน ส่วนขั้นตอนการรับสมัครและการคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่เป็นสมาชิก ซึ่งมีประมาณ 9 มหาวิทยาลัยเปิดสอนกว่า 111 สาขาวิชา
และเมื่อถามว่ามีกระแสความไม่พอใจของประชาชนบนโลกออนไลน์ ทันตแพทย์หญิง ศรีญาดา ชี้แจงว่า โครงการนี้เป็นการทำงานภายใต้กรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค และมีบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ผูกพันต่อเนื่องมาตั้งแต่ในอดีต ไทยจะไปตัดชื่อประเทศใดประเทศหนึ่งออกจากความเป็นอาเซียนหรือความเป็นเพื่อนบ้านไม่ได้ เพราะเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ และเป็น MOU ที่ทำไว้ตั้งแต่ช่วงที่สถานการณ์ยังเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะมอบทุนการศึกษาให้ แต่ปีการศึกษาที่ผ่านมา (2568) ไม่ได้มีนักศึกษากัมพูชาเข้ามาขอรับทุนนี้เลย โดยผู้ที่ได้รับทุนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากเมียนมา ทั้งนี้ กระทรวง อว. ยืนยันว่าการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงเครือข่ายวิชาการและการพัฒนาบุคลากรในภูมิภาคอาเซียนตามกรอบข้อตกลงสากล ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ