กัมพูชารายงานว่า กำลังเผชิญกับการไหลเข้าของสินค้าไทยผ่านทางลาวมากขึ้น ท่ามกลางการปิดพรมแดนและการคว่ำบาตรสินค้าไทยจากผู้บริโภค โดยทางการพยายามเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาร่วมกันคว่ำบาตร พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย
ทางการจังหวัดสตึงเตรงกล่าวว่า กัมพูชาไม่สามารถห้ามนำเข้าสินค้าไทยผ่านด่านชายแดนระหว่างประเทศได้ทั้งหมด เนื่องจากพันธกรณีขององค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน แต่การปฏิเสธสินค้าไทยภายในประเทศเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ด่านตรวจคนเข้าเมืองตราเบียงเกรียน ซึ่งเชื่อมจังหวัดสตึงเตรงของกัมพูชากับจังหวัดจำปาสักของลาว พบว่ามีสินค้าไทยเข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวเพิ่มมากขึ้น
ด่านแห่งนี้ได้กลายเป็นเส้นทางขนส่งที่สำคัญ เนื่องจากกระแสการค้าปรับตัวเข้ากับความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ด่านแห่งนี้ มีตู้คอนเทนเนอร์เรียงรายรอข้ามไปยังกัมพูชาจากลาว
หลังเกิดข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ทางกัมพูชาได้กำหนดข้อจำกัดในการนำเข้าสินค้าเชิงยุทธศาสตร์และสินค้าเกษตรจากไทย มีการห้ามนำเข้าผลไม้และผักที่ด่านชายแดน ขณะที่การนำเข้าพลังงานจากประเทศไทยก็ถูกระงับเช่นกัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดสตึงเตรง สาร โสปุตรา กล่าวว่า การห้ามนำเข้าจากประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบอาจทำให้เกิดมาตรการคว่ำบาตรเนื่องจากข้อตกลงทางการค้าที่มีอยู่
สาร โสปุตรา กล่าวว่า สินค้าไทยบางประเภทยังคงเข้าสู่กัมพูชาจากลาวผ่านด่านชายแดน “กัมพูชาไม่สามารถห้ามการนำเข้าจากประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเราเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกและอาเซียน หากเรากล้าที่จะทำเช่นนี้ เราจะต้องเผชิญกับการคว่ำบาตร”
เขากล่าวเสริมว่า การนำสินค้าไทยเข้าสู่กัมพูชาผ่านด่านชายแดนระหว่างประเทศนั้นไม่ผิดกฎหมาย โดยสินค้าเหล่านั้นจะถูกเก็บภาษีและนำเข้าสู่คลังของประเทศ ในขณะที่สินค้าต้องห้ามจะถูกลงโทษอย่างเข้มงวด รวมถึงการยึดและทำลาย
โสปุตรากล่าวว่า ในกรณีที่ผ่านมา สินค้าไทยที่ลักลอบนำเข้าทางน้ำถูกยึดและเผาทำลาย โดยผู้นำเข้าต้องเผชิญกับผลทางกฎหมาย
เขากล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคคือทางออกของปัญหานี้
“อาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับชาวกัมพูชาในการป้องกันสินค้าจากประเทศผู้รุกรานคือ การคว่ำบาตร การไม่ซื้อ หากประชาชนหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้นำเข้าจะไม่นำเข้ามาให้ขาดทุนอีกต่อไป และในที่สุดสินค้าเหล่านั้นก็จะหายไปเอง”
โสปุตราเตือนไม่ให้ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม โดยเรียกร้องให้ประชาชนเรียนรู้บทเรียนจากความโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจหลังปี 2522 และนำความรักชาติไปใช้ในการเสริมสร้างและปกป้องประเทศชาติแทน
หัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองนกเขียน-ตราเบียงเกรียน ลัค บุนลอง ยอมรับว่า สินค้าไทยบางส่วนได้เข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวเนื่องจากการหยุดชะงักของชายแดน
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าการนำเข้าลดลงอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคชาวกัมพูชาหลีกเลี่ยงสินค้าไทยมากขึ้น โดยความต้องการลดลงเกือบเป็นศูนย์ในบางกรณี
เรียบเรียงจาก Khmer Times