เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ตชด.22 จังหวัดศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบและเก็บกู้ทำลายลูกระเบิดขนาด 100 มม. เชื่อว่าถูกยิงเข้ามาจากฝั่งกัมพูชาในช่วงเกิดการปะทะกัน แต่ระเบิดไม่ทำงาน จึงตกค้างอยู่ในพื้นที่ไร่นาชาวบ้านตามแนวชายแดน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
นาย สมภาร ไทรน้อย ชรบ.หมู่บ้าน และเป็นเจ้าของไร่ ให้ข้อมูลว่า ช่วงเช้าตนว่าจ้างรถไถมาไถไร่ เพื่อเตรียมที่ปลูกมันสำปะหลัง แต่ขณะที่รถกำลังไถหน้าดินก็พบกับวัตถุต้องสงสัย จึงแจ้งให้ตนทราบ
เมื่อเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่าเป็นหัวระเบิด รู้สึกตกใจมาก รีบโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบเก็บกู้ทำลายทันที
ขณะที่เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนว่า ช่วงนี้มีฝนตก ทำให้เกิดการชำระล้างหน้าดินบางส่วน ซึ่งอาจทำให้พบลูกระเบิดที่ตกค้าง ดังนั้นขอให้ชาวบ้านแจ้งผู้นำชุมชน และอยู่ให้ห่าง อย่าเก็บวัตถุต้องสงสัยด้วยตัวเอง หรือเอามาไว้ที่บ้านโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังพูดถึงประเด็นที่ นาย อนุทิน นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปินส์ และได้หารือกับ นายกฯ ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ชาวบ้านตามแนวชายแดน หวั่นว่าจะมีการสั่งเปิดด่าน เพราะวันนี้อยู่อย่างสุขสงบแล้ว
นาย อนุสรณ์ แก้วลอย ชาวบ้านตำบลเสางชัย ระบุว่า ถ้านายกฯไทยเปิดด่าน ปัญหาจะตามมาเช่นเดิม ทุกวันนี้ชาวบ้านยังระแวง เพราะตามแนวชายแดนมีกระแสข่าวมาตลอด ไม่รู้ข่าวจริง หรือข่าวปลอม ก็พากันตื่นตกใจแล้ว มีการเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา ไร่นาบางจุดก็ยังไม่กล้าเข้าไปทำกิน ยิ่งช่วงนี้ เป็นช่วงหน่อไม้ และเห็ดป่า ของป่ามีมาก ก็เข้าไปหาไม่ได้ ต่างจากเมื่อก่อน ไปเก็บเห็ดมากินได้ตลอด และหากเปิดด่าน ก็ไม่ปลอดภัยแน่นอน เพราะกัมพูชาเชื่อใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เช่นเดียวกับ ชาวบ้าน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายแดน นางอุ้ย มะลิวัลย์ บอกว่า ยังจำเหตุการณ์ในอดีตได้ไม่เคยลืม เพราะช่วงที่เกิดเหตุชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว บางคนต้องอพยพหนีเอาชีวิตรอด จนกลายเป็นบาดแผลทางความรู้สึกของคนในชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน
อยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งเข้ามาดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้มีการสร้างกำแพง หรือแนวป้องกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านชายแดน รวมถึงการจับมือ กับ กัมพูชา ของนายกรัฐมนตรี จะทำให้เราเสียเปรียบ