เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ค. 69 ชาวบ้านสายโท 3 ใต้ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้ไปหาอึ่งที่ชายแดนใกล้ฐานแมงป่อง ห่างชายแดนราว 1-2 กิโลเมตร พบทหารกัมพูชาประมาณ 10 นายพร้อมอาวุธ จึงทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ไว้หนีออกมาได้
โดยเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ชา’ นนท์.” ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ เล่าว่า “พ่อขึ้นไปหาอึ่งบนดง บอกเห็นทหารกัมพูชาเกือบ10 คน อาวุธครบ มีหมาด้วย ติดอาร์มกัมพูชาทุกนาย ขอให้แกปลอดภัยด้วยเถอะ ไม่กล้าโทรกลับรอแกติดต่อกลับมาของก็ไม่ได้ติดไป”
เขาเสริมว่า “พวกมันกำลังส่องไฟหาพ่ออยู่ พวกมันเห็นแกแล้ว อยู่เขตแดนฝั่งเราด้วย เลยหลักเขตแดนขึ้นมา มันยิงปืนไล่หลัง”
จากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าของโพสต์บอกว่า พ่อโทรมาอีกรอบ กำลังเดินขึ้นเขา ต้องทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ไว้
กระทั่งเวลา 23.30 น. เจ้าของโพสต์แจ้งว่า “พ่อกับเพื่อนพ่อปลอดภัยแล้วนะครับ แต่รถมอเตอร์ไซค์ต้องทิ้งไว้ตรงนั้น 2 คัน”
ขณะที่เฟซบุ๊ก Korakot Ketkaew ซึ่งระบุว่าอยู่สังกัดร้อย ทพ.จู่โจม 911 ค่ายปักธงชัย ขยายความเหตุการณ์ว่า ตอนแรกชาวบ้านคุยกับทหารกัมพูชาคนที่ไม่ถือปืนต่อมาสังเกตเห็นทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธสงครามนับสิบเข้ามา
ชาวบ้านผู้ชำนาญพื้นที่จึงหาทางหนีแต่ไม่ให้ทหารกัมพูชารู้ จึงทำทีจับอึ่งเข้าไปทางทิศใต้ฝั่งกัมพูชาซึ่งอยู่ในเขตแดนไทยห่างจุดนี้ไปประมาณ 1-2 กิโลเมตรจึงจะเป็นเขตแดน แต่ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาเนื่องจากหลังการรบกันยกที่ 2 ที่ผ่านมาทหารไทยไม่ได้ออกลาดตระเวนทำให้กัมพูชาขึ้นมาได้
คนหาอึ่งเล่าว่า แกล้งหาอึ่งเข้าไปทางฝั่งกัมพูชาไม่ให้กัมพูชารู้ว่าเราจะหนี ทหารกัมพูชายืนรอจุดที่คุยกันรอชาวบ้านจะกลับออกมาคาดว่าถ้าออกมาจะถูกจับเรียกค่าไถ่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่ชาวบ้านฉลาดเมื่อเดินหาอึ่งเข้าไปไกลก็ดับไฟฉายแล้วพากันหนีออกไปทางอื่น เมื่อทหารกัมพูชาไม่เห็นกลับมาก็ยิงปืนไล่หลัง แต่ชาวบ้านก็หนีรอดออกมาได้ปลอดภัย
ล่าสุดเช้าวันที่ 9 พ.ค. 69 ทางทหารชุดเก็บกู้ระเบิดกับฝ่ายปกครองและทหารพรานกำลังเข้าไปเอารถมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านกลับมา โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชา’นนท์. บอกว่า “ขอให้ฟ้าเป็นใจ ขอให้ได้รถคืนด้วยเถิด”
ด้านเพจเฟซบุ๊ก ส่องเขมร ระบุว่า จากกรณีชาวบ้านที่ขึ้นดงหาอึ่งบริเวณแถวบุตาพุ้ม หลังเขื่อนสายโท 3 ใต้ ใกล้ฐานแมงป่อง อ้างว่าพบกำลังติดอาวุธฝั่งกัมพูชาหลายนาย พร้อมสุนัขทหาร ล้ำเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย และมีการยิงปืนไล่หลังขณะพยายามหลบหนีเอาชีวิตรอด จนต้องทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้กลางป่า 2 คันนั้น
ล่าสุด หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้รุดลงพื้นที่เข้าพบและสอบถามข้อเท็จจริงจากกลุ่มชาวบ้านทันที เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ท่ามกลางความกังวลของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนที่ยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ดังกล่าว
จากข้อมูลเบื้องต้น ชาวบ้านยืนยันตรงกันว่า จุดเกิดเหตุอยู่ในเขตแดนฝั่งไทย และพบกลุ่มชายติดอาวุธจำนวนหลายคนเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ก่อนจะมีการส่องไฟและเสียงปืนดังขึ้นในช่วงกลางดึก สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่ขึ้นไปหาของป่าบริเวณดังกล่าว
ขณะที่ภาพล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ รวมถึงพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตามล่าสุด พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึงกรณีชาวบ้านหาของป่าในพื้นที่ ตำบลจันทร์ทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พบทหารกัมพูชาอาวุธครบมือยิงปืนขู่ ว่า จากการตรวจสอบ เหตุการณ์ดังกล่าวใกล้พื้นที่หลังเขื่อนสาโท 3 ใต้ จ.บุรีรัมย์
โดยกองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้ว พบว่าเหตุการณ์เกิดจาก “ความเข้าใจผิด” ทั้งนี้ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธของกัมพูชานั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนไทย (อีกกลุ่ม) ที่เข้าไปหาของป่าเช่นเดียวกัน แต่พูดภาษากัมพูชา