ความคืบหน้ากรณีการจับกุมตัว นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ได้ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ก่อนที่ตำรวจจะเจออาวุธปืนพร้อมแมกกาซีนอยู่ภายในรถ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกนำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยห้วยใหญ่ จนเจออาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง, วัตถุระเบิดแบบสังหารบุคคลและแบบขว้าง รวม 10 ลูก และวัตถุประกอบวัตถุระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก
ต่อมาเวลา 22.30 น. วันที่ 8 พ.ค. 69 พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมายังบริเวณบ้านจุดที่มีการพบอาวุธสงครามรวมถึงวัตถุระเบิด โดยมีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะมีการกำชับฝ่ายงานสืบสวนและสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดที่มีการพบภายในบ้านหลังดังกล่าว รวมถึงจะมีการประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) เข้ามาทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ในคดีนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการกำชับให้สอบสวนสืบสวน ทั้งในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย ทุกมิติ ส่วนในเรื่องของคดี รวมถึงอาวุธปืนและวัตถุระเบิด คล้ายระเบิดที่พบ ยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี
ในส่วนกรณีการกักเก็บวัตถุคล้ายระเบิดจำนวนมากดังกล่าวจนเกิดความกังวลว่าจะนำไปก่อเหตุร้ายนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบจุดเชื่อมโยง แต่อย่างไรก็ตาม สืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงหาข้อมูลของแหล่งที่มาของวัตถุดังกล่าวทั้งหมด
ส่วนกรณีพบว่าผู้ต้องหาชาวจีนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ในส่วนนี้จะต้องเชิญนักจิตเวชเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสรุปว่าป่วยจริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน และหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ในส่วนเรื่องของการสืบสวนสอบสวนในคดี มีทีมสืบสวนเข้ามาร่วมทำงานหลายหน่วย ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 2, ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี, หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD ภ.จว.ชลบุรี, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สถานทูตจีน, และหน่วยงานความมั่นคง เข้ามาร่วมทำคดีนี้ เพื่อความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
ส่วนประวัติของ นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว เดือนละ 38,000 บาท โดยมาอาศัยได้ประมาณ 2 ปี ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่าเข้ามาประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี 2563 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินทางเข้า ๆออก ๆ ประเทศไทยบ่อยครั้ง และล่าสุด เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 69 โดย ใช้ "วีซ่าอีกริต" คือ การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในกรณีที่ถือวีซ่าระยะยาว (เช่น วีซ่าทำงาน, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าเกษียณ) ซึ่งวีซ่ามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี
สรุปของกลางที่ยึดได้ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย
- อาวุธปืนสั้นยี่ห้อ กล็อก 26 จำนวน 1 กระบอก
- ซองกระสุน กล็อก 26 จำนวน 2 อัน
- กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด
- ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 1 ซอง
- กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 28 นัด
- ซองพกในจำนวน 1 อัน
- ปืน ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก
- ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 9 อัน
- กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 763 นัด
- ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง น้ำหนัก 2,486.4 กรัม
- ดินระเบิด C4 จำนวน 2 แท่ง น้ำหนัก 1,173 กรัม(น้ำหนักรวม 4,832.4 กรัม)
- กับดักระเบิดสังหารบุคคล POMZ2 รัสเซีย จำนวน 4 ลูก
- ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ BA/WA จำนวน 4 ลูก
- ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ K75 เกาหลี จำนวน 1 ลูก
- ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ M6/01 พม่า จำนวน 1 ลูก
- เชื้อปะทุไฟฟ้า จำนวน 7 ดอก
- เรือนชนวนกับดักระเบิด PONZ2 จำนวน 3 เรือน
- เซฟตี้พิม PONMZ2 จำนวน 2 ชิ้น
- ชุดรีโมต ภาครับ-ส่ง จำนวน 2 อัน
- เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว
- หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 2 อัน
- ไส้กรอง หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 6 อัน
- น้ำเบนซิน ถังละ 20 ลิตร จำนวน 4 ถัง
นอกจากนี้ยังว่า นาย หมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีน และประเทศกัมพูชา รวมถึง มีบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) อีกทั้งยังพบว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีชื่อเป็นผู้พักอาศัย อยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ถ.หทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร แถมยังมีเลขประจำตัวประชาชน โดยย้ายบ้านมาที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อ 14 พ.ย. 66 ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในหมู่บ้าน ไม่ขอเปิดเผยชื่อ ให้ข้อมูลว่า ปกติชาวจีนรายนี้เป็นคนอัธยาศัยดี เจอใครก็ชอบทักทายและพูดจาเป็นกันเองกัน แต่พอมารู้ว่ามีการกักเก็บวัตถุอันตราย ก็คือระเบิดซีโฟร์ ยอมรับว่าตกใจมาก หากระเบิดทำงาน คนในหมู่บ้านคงได้รับความเดือดร้อนกันหมด
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ค. 69 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน นำตัวนาย หมิงเฉิน ซัน ออกจากห้องคุมขังมาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดพัทยาในข้อกล่าวหา“ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต ไว้ในครอบครอง, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, มีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม”
ส่วนแนวทางการสอบสวนจากการตรวจสอบอาวุธปืนพบว่าปืน 1 กระบอก เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดใน กทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อคืนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ได้เข้าตรวจสอบบ้านที่ ถ.หทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเดิมเป็นบ้านของ นายหมิงเฉิน ซัน กับอดีตภรรยา น.ส.จันทิมาฯ จดทะเบียนสมรสกันเมื่อ 20 ก.ค. 65 และ จดทะเบียนหย่า เมื่อ 21 เม.ย. 68 โดย นายหมิงเฉิน ซัน ได้ไป ๆ มา ๆ ที่บ้านนี้ไม่เกิน 5 ครั้ง ส่วนมากจะไปอยู่ด้วยกันที่พัทยา
โดยในระหว่างที่เป็นสามี-ภรรยากัน ทราบว่านายหมิงเฉิน ซัน ทำงานเกี่ยวกับการเช่ารถที่ประเทศเกาหลี มีการเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยเป็นประจำ ภายหลังจากหย่ากัน น.ส.จันทิมาฯ ไม่เคยเจอกับนายหมิงเฉิน ซัน จากการตรวจสอบในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย
สำหรับผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้ มีอาการสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลา ขณะที่ล่ามแปลภาษาให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีอาการเครียด บ่นอยากตายตลอดทั้งคืน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนเบื้องต้นพบว่ามีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และต้องกินยาตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลากลางคืนจะต้องกินยานอนหลับตลอด ส่วนหลังการถูกจับกุมเจ้าตัวไม่ได้เรียกร้องหรือขอพบใครเป็นพิเศษ พร้อมทั้งรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา