ออกมาบอกเต็มปากเต็มคำว่าไม่ขอทนแล้ว สำหรับ “บุ๋ม –ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” คุณแม่ลูกสองป้ายแดง หลังก่อนหน้านี้โดนเกรียนคีย์บอร์ดคอมเมนต์วิจารณ์แรง หลังออกมาเปิดเผยข่าวดีเรื่องแต่งงานกับสามี “ก๊อต อธิป” โดยคุณแม่คนเก่งสุดสตรองได้เผยว่า
ก่อนคลอดเจอคอมเมนต์ด้านลบเยอะ เราจะจัดการยังไง?
“ล่าสุดทนายร่างฟ้องเรียบร้อยแล้วค่ะ คือก็มีคอนเมนต์ต่างๆ จากสำนักข่าวที่เขียนข่าวกัน และบอกว่าเพิ่งรู้ว่าบุ๋มแต่งงาน แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้บุ๋มไม่เคยปิดนะคะ”
“รายการไหนถามหรือใครถามก็บอกตลอด เพียงแต่ว่ารายการที่ไปทอล์ควันนั้น ตอนที่บุ๋มท้องประมาณ 5 เดือน เพิ่งมาออนช่วงนี้ ช่วงที่มีข่าวว่าดาราคนนี้ท้องหรือไม่ท้อง ก็เลยกลายเป็นว่าทุกคนก็เพิ่งมารู้ว่าปนัดดาแต่งงานแล้ว ซุ่มเงียบ แต่ไม่ได้ซุ่มนะคะ คุณลองนึกภาพผู้ชาย 49 ผู้หญิง 46 ไปยืนนานๆ มันปวดเอ็นร้อยหวาย จะยืนรับแขกอะไรเป็นชั่วโมงมันไม่ไหว และเพื่อนดิฉันเยอะจะตาย ดิฉันรู้จักคนเยอะจะตาย คนเป็นพันแน่นอน ให้ยืนขนาดนั้นมันไม่ไหว
ก็เอาตังค์ไปจ่ายค่าเทอมลูกดีกว่า ก็แค่นี้เอง ไม่ได้ซุ่มเงียบอะไรเลย ใครถามก็ตอบ เพียงแต่ไม่ได้มานั่งป่าวประกาศหรือว่าลงโพสต์โซเชียลอะไร และพี่ก๊อตเองก็ถึงขนาดที่ว่าเขาไม่ชอบลงสื่อกับเราสักเท่าไหร่ กลายเป็นคนก็ถามว่าปนัดดาท้องกับใคร ทำไมถึงมีข่าวนี้เกิดขึ้นด้วย คนก็เลยไปขุดประวัติพี๊ก็อตกันใหญ่เลย บางคนก็เขียนเป็นตุเป็นตะว่าพลาดไง ยังไม่ทันจะแต่งงานเลยท้องแล้ว อะไรแบบนี้ คือด่าไปก่อนโดยที่เขาไม่รู้ความจริงว่าแต่งมา 2 ปีแล้ว และตั้งใจมี ถ้ามีได้ก็มี ก็ไม่ได้ซุ่มเงียบอะไร และไม่ได้แอบแต่งงานอะไร เพียงแต่เป็นสไตล์ผู้ใหญ่ๆ ที่ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมาก กินข้าวเฉพาะในครอบครัวเท่านั้นเอง”
เขาว่ายังไงบ้างพอเจอเรื่องราวแบบนี้?
“คืนนั้นคือเรากำลังไฟว์อยู่ คนนั้นคนนี้ก็เก็บข้อมูลมาให้เรา เป็นเพจจริงไหมหรือเป็นเฟสปลอมไหม ก็สู้กันทั้งคืน ผลปรากฎว่าตอนเช้าเขาตื่นมาแล้วบอกว่า คุณไปสนใจเรื่องของโซเชียลทำไม อยู่กับความเป็นจริงดีกว่า โลกเราก็แค่นี้ เลยโดนเทศไปหนึ่งกัณฑ์ (ยิ้ม) เขาธรรมะธรรมโม เขาบอกว่าอย่าไปสนใจคำพูดคนอื่น เรารู้ตัวเองดีกว่าเราทำอะไรอยู่ ความเป็นจริงคืออะไร สนใจ ณ ปัจจุบันและตัวเราดีกว่า”
เรื่องฟ้องร้องจะจัดการยังไง?
“ล่าสุดแจ้งความเรียบร้อยแล้ว เข้ารอบประมาณ 7-8 คน ถามว่าเขามีติดต่อมาขอโทษไหม มีค่ะ แต่ไม่ได้ติดต่อมาขอโทษ แต่ติดต่อมาว่าเป็นเฟสปลอม บุ๋มก็บอกว่าถ้าเป็นเฟสปลอมคุณต้องเป็นคนไปแจ้งความ เพราะเราไปแจ้งให้ไม่ได้ เราต้องแจ้งความว่าใครเป็นคนมาด่าเรา มันต้องคนละหน้าที่กัน มันถึงจะเป็นการรวมพลังกัน เราก็จะแจ้งของเรา จะได้เข้าไปด้วยกัน คือเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะเอารูปคนอื่นหรือเอาโปรไฟล์คนอื่นมาด่าคนอื่นแบบนี้ ของบุ๋มก็ร่างฟ้องไป เรื่องไอพีเราหาเจออยู่แล้ว ใครใช้จริงใช้ปลอม เพราะตอนนั้นที่ดิฉันโดนรูปปลอมก็เจอตัวได้เหมือนกัน”
จะเอาเรื่องถึงที่สุดเลยไหมหรือรับแค่คำขอโทษ?
“บุ๋มตกใจมากเลยนะคะ เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติกาลที่มีพี่ๆ ดาราโทรกันมาหาเยอะมาก บอกว่าบุ๋มอย่ายอม เพราะที่ผ่านมาบุ๋มยอมหมดเลย บุ๋มไม่เคยฟ้องใครเลยนะคะ ขี้เกียจมีเรื่อง เราอาจจะสายไฟว์ ดูบวกก็จริง แต่เอาจริงๆ ให้อภัย และเราไม่อยากมีเรื่องมีราว แต่ครั้งนี้ทุกคนโทรมาบอกว่าบุ๋มช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้หน่อยเถอะ และดาราอย่างเราโดนด่ากันแบบนี้ บุ๋มผิดอะไรที่มีลูกกับผัวตัวเอง และโดนด่าว่าสำส่อน เป็นเคอร์รี่บ้างอะไรแบบนี้ มันไม่แฟร์กับบุ๋ม ก็มีลูกกับสามีตัวเองนะคะ บุ๋มผิดอะไรทำไมต้องด่ากันแรงขนาดนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าทำไมต้องมาเจอดราม่าก่อนคลอด ทั้งๆ ที่เราอยากจะสบายใจมากที่สุดก่อนที่จะคลอดเขา ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำให้คนรอบข้างบอกว่าอย่ายอม ทนายความขององค์กรทำดีก็ร่างให้เรียบร้อย แฟนคลับเก็บข้อมูลในคืนนั้น ก็เลยฟ้องเรียบร้อยค่ะ ผ่อนโทษไม่ได้เพราะทุกคนไม่ยอมค่ะ ทีมงานไม่ยอมหมดเลย”
ที่ผ่านมาเคยนอยด์กับพวกคอมเมนต์แบบนี้บ้างไหม?
“เราแค่รู้สึกแย่มากกว่า ว่าทำไมเขาต้องว่าเราแรงขนาดนี้ เพียงแต่เราจะไปบังคับความรู้สึกหรือความคิดคนไม่ได้ แต่ ณ วันนี้สิ่งที่บุ๋มทำได้ก็คือเราอยู่กับความเป็นจริง และถ้าแฟนคลับคนนั้นรักบุ๋มจริงๆ เขาคงอยากเห็นบุ๋มมีความสุข แม้กระทั่งในเรื่องของชีวิตคู่ คงไม่ใช่มานั่งด่าว่ามีผัวอีกแล้ว ผัวใหม่อีกแล้ว ผัวเล่นกล้ามอีกแล้ว เฮ้ย ผู้หญิงทุกคนมีสเป็กของตัวเองนะคะ (ยิ้ม) ก็ฉันชอบแบบนี้ เธอจะให้ฉันไปบอกว่าเธอผอมจังเลยมาคบกันฉันเถอะ ก็ไม่ได้ (ยิ้ม)”
จัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไงไม่ให้กระทบความรู้สึกของเด็กในท้อง?
“ต้องมองเขาเป็นหลักเลยค่ะ พอมีเรื่องมีคำพูดอะไรพวกนี้ บุ๋มต้องตัดให้เร็วที่สุด เพราะเราต้องเอาเขาเป็นหลัก แต่ยอมรับว่าคำพูดหรือที่โดนกระแสจากรายการ มันทำให้บุ๋มเครียดเหมือนกัน และมดลูกบีบตัวแรงขึ้น เครียดเลย เพราะโดนหนักมากนะ และนักข่าวก็ตามหนักมากนะ แต่ดิฉันก็อยู่ต่างจังหวัดพอดี ก็แฮปปี้เลย ก็โอนสายเข้าผู้จ้ดการเลยจ้า (ยิ้ม) พี่นกรับสายสุดฤทธิ์เลยค่ะ”
ตอนนี้ทุกอย่างเติมเต็มในชีวิตแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง?
“บุ๋มแค่รู้สึกว่าจากประสบการณ์ของชีวิตนะ จากชีวิตที่มันคาดหวัง ทุกๆ ครั้งเราก็คาดหวังกับความสุขนั่นแหละ เพียงแต่ว่าประสบการณ์มันสอนว่าแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด มีความสุขในแต่ละวันให้มากที่สุด และชีวิตคนเรามันสั้นเหลือเกิน ดังนั้นบุ๋มก็ขอแค่เป็นบุ๋ม ปนัดดาคนนี้เหมือนเดิมที่ทำงานเพื่อครอบครัว เพื่อลูกๆ และเพื่อประชาชนแบบนี้ต่อไป อยู่กับแบบนี้ในแต่ละวันให้มีความสุขพอแล้วค่ะ (ยิ้ม)”