“ตุ๊ก เดือนเต็ม” เปิดใจสูญเสีย “ลินดา ค้าธัญเจริญ” เผยคำบอกลาเพื่อนรัก


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ตุ๊ก - เดือนเต็ม สาลิตุล” เปิดใจหลังสูญเสีย “ลินดา ค้าธัญเจริญ” เชื่อเพื่อนรักไปสบายแล้ว หลังต้องเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงมานาน

“ตุ๊ก ญาณี” เล่าทั้งน้ำตา ถึง “ต้อย เศรษฐา” อดีตพิธีกรคู่ขวัญ ยกเป็นไอดอล

เป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าวงการบันเทิง สำหรับการจากไปอย่างสงบของ “ลินดา ค้าธัญเจริญ” อดีตนักแสดง-นางแบบ ในวัย 66 ปี จากภาวะปอดติดเชื้อหลังเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงมานาน

อาลัย “ลินดา ค้าธัญเจริญ” จากไปอย่างสงบ หลังล้มป่วยมานาน

โดยช่วงบ่ายวันนี้ (28 พ.ย.65) ครอบครัวได้เคลื่อนร่างของ “ลินดา” จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาติไทย มาประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน และมีพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก มีเพื่อนในวงการมาแสดงึวามอาลัย ซึ่ง “ตุ๊ก - เดือนเต็ม สาลิตุล” เพื่อนรักได้เปิดใจว่า

 

ก่อนหน้านี้ “ลินดา” อยู่โรงพยาบาล?

“ค่ะ ปกติเวลานี้ช่วง 1-2 ปีนี้ก็จะมีเข้าอยู่เรื่อยๆ นะคะ บางทีก็เข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเริ่มใช้เครื่องช่วยหายใจมาเกือบ 2 ปีแล้วค่ะ”

รอบล่าสุดเกิดอะไรขึ้น?

“ก็ความดันตกนะคะ และมีอาการซีด ก็ติดต่อไปที่หมอ แล้วคุณหมอก็ให้ส่งไปที่โรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลก็เลยทราบว่าเขามีภาวะทางไตสูง แต่โรคมะเร็งเขาไม่ได้เป็นแล้ว ที่กลัวที่สุดก็คือกลัวว่า 7 ปี 10 ปีมะเร็งจะกลับมา แต่ก็ปรากฎว่าเขาไม่มีแล้ว แต่อย่างดาเขาทั้งเจาะคอและให้อาหารทางหน้าท้อง ก็จะเป็นปกติของภาวะผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่ได้ออกกำลังอะไร ก็จะต้องมีภาวะทางไตหรือทางปอดและช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงก็จะมีอาการไอ มีหายใจขัด ก็จะไปโรงพยาบาลเป็นบางครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ไม่ได้คิดว่าจะไปนะ เพราะฝ่าฟันกับเขามาหนักกว่านี้ก็เคย

แต่ช่วงนี้วันที่คุณหมอโทรมาบอกกับพี่เลี้ยงว่ามีเลือดออกทางที่เจาะคอเอาไว้ ก็ไปดูกัน ก็มีความรู้สึกว่ารีบออกมา แต่ก็ยังซีด แต่ภาวะแน่ๆ คือเป็นไตขั้นที่ 5 แล้ว แต่เราก็พูดกันไว้แล้วว่าจากนี้ไปเราจะไม่ปั้ม เราจะไม่ทำอะไรให้เขามาฝืน ก็บอกตามนั้น คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร เราก็ยังคิดว่าอาจจะมีปาฎิหารย์อะไร ก็คือเมื่อวันที่ 4 พ.ย.เขาก็ทรงๆ แต่ยังลืมตาได้อยู่ จนกระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีเริ่มดร็อปลง เราก็ไปหา ก็รู้แล้วล่ะเพราะเขาไม่ค่อยรู้สึกตัว เนื่องจากว่าไตขับถ่ายของเสียไม่ได้ และเราก็ไม่สามารถที่จะล้างไตทำอะไรได้

เราก็ปล่อยให้เขาไปแบบสบายๆ คุณหมอก็พยายามประคับประคอง ก็คือให้ตามอาการ ถ้ามีอาการกระสับ กระส่ายก็มีให้มอร์ฟีนนิดๆ ซึ่งตอนหลังๆ คุณหมอก็บอกว่าไม่แล้วนะ เพราะเดี๋ยวก็จะดร็อปลงไปเรื่อยๆ พอเมื่อวันศุกร์ที่ไปเขาก็ยังลืมตา เราก็ยังคิดว่าโอเค แต่คุณหมอก็บอกกับพี่เลี้ยงเขาว่าต้องทำใจไว้ก่อนนะ คุณหมอก็ดีนะ เขาก็จะเรียกพี่เลี้ยงขึ้นไปด้วย ก็เหมือนช่วยบำบัดให้พี่เลี้ยงด้วย เพราะว่าพี่เลี้ยงเขาอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง มา 15 ปี พี่ดาเป็นมา 18 ปีที่เราดูแล แต่พี่เลี้ยงเขาดูมา 15 ปี 24 ชั่วโมง ก็เหมือนเป็นแม่เขาแล้ว ตอนนี้เขาก็ยังไม่ค่อยอะไรนะ แต่พี่กลัววันที่เผานี่แหละ

หมอก็เรียกเขาขึ้นไปเหมือนกับจิตเวชย์ให้เขาฟัง เมื่อวานนี้วันอาทิตย์ ศุกร์ เสาร์ อะไรก็ไม่ได้นอนก็รอ จริงๆ เราเยี่ยมไข้ไม่ได้เพราะโรงพยาบาลมีเรื่องโควิด ถึงแม้จะคลายแล้วแต่ถ้าผู้ป่วยติดเตียงเราไม่ควร พี่ไม่ได้บอกใครเลย คนเฝ้าก็ไม่สามารถที่จะอยู่ได้ ก็ไม่ได้นอน ก็เปิดโทรศัพท์ไว้ตลอด พอตอนเช้าก็ไปสวดมนต์ สวดมนต์เสร็จ 07.40 น. (27 พ.ย.65) เขาก็โทรมาบอกว่าเสียแล้ว ก็ไปแต่ในระหว่างนั้นก็จะมีการเตรียมการจองศาลาเผื่อเอาไว้ ทำหลายอย่าง จนได้ที่นี่”

ได้คุยกับ “ลินดา” ครั้งสุดท้ายวันไหน?

“วันศุกร์ค่ะ บอกทุกอย่างไปหมดเลยแต่ว่าเขาก็ลืมตา แต่เวลาพี่เลี้ยงเขาไปก็จะมีแบบอะไรกันได้ แต่ของเราก็จะพูดเพราะเราไม่ได้ไปหยอกล้ออะไรแบบนั้น เราก็บอกว่าเขาไปให้สบายไปให้สวยงาม เดินทางไปที่ๆ ตัวเอง อโหสิกรรมกันไป เราก็ทำใจมานาน เรารู้สึกว่าการไปของดาในครั้งนี้เป็นการหมดทุกข์จริงๆ เพราะถ้าคุณอยู่อย่างมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ก็จะเรียกว่าหมดบุญ อันนี้เราถือว่าตามกัน และตอนนี้ก็คิดว่าเขาเดินทางไกลไปในที่สวยงามแล้ว อยากจะขอบคุณทุกกำลังใจที่ตลอดเวลาก็จะมีส่งเข้ามาตลอด น้องๆ นักข่าวก็ถามเข้ามาเรื่อยๆ แต่เราไม่อยากพูดเรื่องดาเพราะว่าเซนซิทีฟเกินไป ดาก็ป่วยนานแล้วบางทีพอมาพูดก็จะเหมือนกับว่าคุยทำไม โหนกัน มันไม่เอา คือให้มันมีอะไร เพราะตอนแรกก็ไม่แน่ใจป่วยก็ไม่ได้บอก เพราะมันหลายครั้งแล้วที่มีปาฏิหาริย์ มันหลายครั้งแล้วที่หนักมากๆ แล้วเขาอยู่กับพี่เลี้ยงก็กลับคืนได้”

18 ปีที่ดูแลกันมาเราเต็มที่มากเพราะเป็นมากกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ?

“ค่ะ ก็คิดว่าเต็มที่แล้วนะคะ น่าจะเต็มที่แล้วนะ เพราะว่า 18 ปี ไม่มีสักวันที่เราทอดทิ้งกัน มันไม่มีเลยสักวันเดียว เพียงแค่ว่าเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอด 24 ชั่วโมง แค่นั้นเอง คนที่อยู่คือเล็ก (พี่เลี้ยง) เราผูกพันด้านจิตใจมากเรื่องอะไรต่ออะไรไม่มีใครรู้หรอกว่าความผูกพันมันเป็นยังไง แต่ว่ามันก็เป็นสัจธรรม เราพูดเสมอว่ามันไม่แน่ เราอาจจะไปก่อนเขาก็ได้ เขาไปก่อนเราก็ได้ แต่ที่เขาไปมีความสุขเพราะว่าเขาหมดกรรมแล้ว เขาสวยสดงดงาม เขาสวยจริงๆ เขาสวยมาก แล้วก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่าเขาเสียชีวิตเลย เขาเหมือนคนนอนหลับแล้วก็คุณจิ๊ก เนาวรัตน์ ให้เมื่อวานนี้ตอน 2 ทุ่ม แต่งออกมาสวยมาก เหมือนคนนอนหลับ”

ช่วงที่ยังรับรู้อยู่เขาได้สั่งเสียอะไรไว้ไหม?

“แกไม่ค่อยห่วงหรอกค่ะ แกไม่ค่อยพูด หลังๆ แกจะนอนดูแต่ทีวี ถ้าคิดว่าเขาห่วงก็คงห่วงพี่เลี้ยงเขานั่นแหละ อะไรต่ออะไร ก็บอกวันนั้นไปว่าไม่ต้องห่วง ทุกคนต้องดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไป เพราะในระหว่างที่เราดูแลลินดาเราก็ซัพพอร์ตเขาทางด้านจิตใจในทุกๆ อย่างกับพี่เลี้ยงเขา เพราะเขาดูแลดาได้ดีมากแล้วดาเขาผูกพันเป็นเหมือนแม่ลูก เพราะฉะนั้นเราก็ขอบคุณที่เลี้ยงที่ 15 ปีไม่เคยทอดทิ้งดาเลย”

ยากไหมกับการที่ให้เขาไปสบาย แต่เรายังรู้สึกว่าจะมีปาฏิหารย์เหมือนทุกครั้ง?

“มันเป็นค้านกันในจิตใจ ในจิตใจเราอยากให้เกิดปาฏิหารย์แต่เราก็มาฉุกคิดว่าเราเห็นแก่ตัวไปไหม กับการที่เราจะขอปาฏิหารย์ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขออะไรเพื่อให้เขาอยู่ แต่เขาไม่ได้อยู่เหมือนเรา เขาไม่ได้อยู่แบบคนที่จะเดินได้ กินได้ หรืออะไรได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีปาฏิหารย์ก็หมายความว่าเขาต้องอยู่แบบทุกข์ทรมานต่อไป มันก็ค้าน ใจเราอยากให้มีปาฏิหารย์ แต่อีกใจเราก็คิดว่าปาฏิหารย์คือความสุขของเราที่เห็นเพื่อนยังอยู่ แต่เพื่อนก็อยู่บนความทุกข์ในความพิการ ในความเจ็บปวด ท้ายที่สุดก็คือต้องทำใจ ทำใจมาได้ระยะนึงแล้ว พูดกับเขาตลอดเวลา พูดกับพี่เลี้ยงว่าปล่อยนะ ให้เขาไป ให้เขาสงบ อย่าเห็นแก่ตัวกัน

คือถ้าเราขอพระ ขอปาฏิหารย์ก็เท่ากับเรายื้อเพื่อเห็นลมหายใจเขา เห็นร่างกายเขาอยู่ แต่ว่าเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร เขาอาจจะอยากไปก็ได้ เพราะคนเรานอนอยู่เฉยๆ ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรเลย กินไม่ได้ อะไรไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง เราเลยมีความรู้สึกว่าเลิกเห็นแก่ตัวกันดีไหม ให้เขาไป เขาจะได้ไปสู่โลกใหม่ แต่ว่าก็คิดว่าหมดเวลาสำหรับเขาจริงๆ เขาถึงได้ไปอย่างสงบแบบนี้ เพราะว่าก็ดร็อปลงมาเรื่อยๆ ไม่มีอาการเจ็บปวดทรมานอะไรทั้งสิ้น ก็ไปสบาย ชีพจรตกลงๆ จนกระทั่งหยุด หมอก็บอกตอนนั้นเวลาประมาณ 07.40 น. (27 พ.ย.65) หมอบอกว่าไปแล้วนะ เขาไปแล้วนะ เราก็จัดเตรียมเสื้อป้า เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็เช็ดตัว แต่งหน้าให้เขา”

ความภูมิใจของ “พี่ลินดา” เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์?

“เป็นความภาคภูมิใจ ดาเขาพูดเสมอว่าเขาจะเข้มแข็ง จะแข็งแรง มีชีวิตอยู่เพื่อถวายพระพรสมเด็จพระพันปีหลวงทุกๆ ปี นั่นคือความรู้สึกของเขา ซึ่งเขาก็จะมีรูปตอนที่เขายังทำอะไรได้ เขาก็ทำเขียนถวายพระองค์ท่านเนื่องในโอกาสต่างๆ”

วันนี้ได้กล่าวลาเพื่อนครั้งสุดท้ายยังไงบ้าง?

“บอกว่าถึงเวลาที่เพื่อนจะมีความสุขอย่างแท้จริง ได้เดินทางไปอยู่ในที่สวยงาม ดาเป็นคนชอบเที่ยว รักอิสระ รักสวยรักงาม ชอบท่องเที่ยว เมื่อวานนี้ (27 พ.ย.65) เป็นวันเกิดพี่เลี้ยงเขาด้วย คิดไว้แล้วว่าดาเขาต้องรอไปวันนั้นเป็นวันเกิดของพี่เลี้ยงเขา เขาก็เสียเมื่อวานพอดี อยากจะบอกว่าวันนี้ดาก็สมความปรารถนาแล้ว และก็จะอยู่ในความทรงจำอันสวยงามของพวกเราตลอดไป ต้องขอขอบคุณดาที่มาทำให้เราได้เป็นเพื่อน อยู่ด้วยกันผูกพันกัน ขอบคุณดาที่สร้างสิ่งที่สวยงาม สร้างสิ่งดีๆ ให้ทุกคนได้จดจำ เชื่อว่าทุกคนก็รักดามาก ขอให้ดาสู่สรวงสวรรค์”

จะไปลอยอังคารที่ไหน?

“เดี๋ยววันนี้เราจะคุยกันวันนี้ว่า หลังจากผ่าน 3 วันนี้ไปแล้วจะลอยอังคารที่ไหน อาจจะไปลอยที่เกาะเกร็ด เพราะว่าดาเขาเป็นคนปทุมธานี ทำอะไรก็ได้ที่สะดวก และทำตามขั้นตอนอย่าไปยึดติดว่าที่โน่นที่นี่ดี เพราะว่าทุกที่ก็คือไปที่เดียวกัน”

โรคมะเร็งคือหายแล้ว?

“มะเร็งจบไปนานแล้ว ที่เสียชีวิตเขาแทงมาว่าเกิดจากปอดติดเชื้อ คือคนพอป่วยก็จะมีโรคแทรกซ้อนขึ้นมา”

 

คอนเทนต์แนะนำ
“โบกี้ ไลอ้อน” ตอกกลับคนบูลลี่ มีสิทธิ์อะไรด่าคนอื่นหน้าปลอม
“โบกี้ ไลอ้อน” ตอกกลับคนบูลลี่ มีสิทธิ์อะไรด่าคนอื่นหน้าปลอม
แห่สงสัย! “แมท ภีรนีย์” แชร์คำคมสัญญาณแห่งการจากลา พร้อมโพสต์ “ไม่สวยต้องทานข้าวคนเดียว”
แห่สงสัย! “แมท ภีรนีย์” แชร์คำคมสัญญาณแห่งการจากลา พร้อมโพสต์ “ไม่สวยต้องทานข้าวคนเดียว”

 

จุดเริ่มต้นของการป่วย?

“จุดเริ่มต้นคือเส้นโลหิตแตกแล้วล้ม จากวันนั้นถึงวันนี้เราก็ดูแลกันมา 18 ปี ลินดาไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก เขามีพี่ชายคนนึง อายุเยอะแล้ว และก็เป็นมะเร็งด้วย เขาไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะฉะนั้นเขาไม่ได้มาหาดา เพราะว่าร่างกายเขาก็ไม่ปกติ เราก็เข้าใจได้ เพราะว่าเขาไม่กล้ามาหาดา กลัวว่าดาจะติดเชื้อ เราก็ดูแลดามาตลอด ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก เพราะว่าคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์“

ตอนที่นอนติดเตียง ยังรับรู้และคุยได้?

“ยังคุยได้ แต่ไม่พูดถึงงานในอดีต ดูทีวีอย่างเดียวเลย เขาเปิดทีวีอย่างเดียว เชื่อว่าเขาปลงได้ เขาก็สนุกสนานกับคนที่ดูแลเขา แต่ว่าตื่นมาเขาต้องดูทีวี (ทรัพย์สินต่างๆ?) ดาไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย มีแต่ตัว”

เขามาหาบ้างไหม?

“ไม่ได้มาหาเลย มีไปหาคนที่พาเขาไปโรงพยาบาลตอนล้ม เขาบอกว่าเขาจะไปแล้วนะ แต่พี่เลี้ยงเชื่อว่า 3 วันหลังจากนี้น่าจะมาก็ได้ แต่ไม่แน่เขาอาจจะไม่มาเลยก็ได้ คือถ้าไม่มาแสดงเขามีบุญมากๆเลยนะจริงเขาก็เหมือนรอวันนี้อยู่ เพราะว่าพอไปเจอเขา เขาจะถามว่าซื้อตั๋วเครื่องบินให้เขาหรือยัง เขาอยากไปฝรั่งเศส เขาอยากไปเที่ยวของเขา ที่ผ่านมาเราก็ทำให้ดีที่สุด ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ก็คือช่วยกันดูแลพี่เลี้ยงของดา”

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ข่าวบันเทิง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ