นาทีนี้ดีกรีความฮอตเจ้าของฉายา “สามีแห่งชาติ” อย่างพระเอกเนื้อหอม “ฟิล์ม - ธนภัทร กาวิละ” พุ่งทะลุจอ มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ หลังตัดสินใจพลิกบทการแสดงและลองความท้าทายในตัวละคร LGBTQ ที่ตีบทแตกกระจุย คอละครกรี๊ดกร๊าดและหลงรักกันหนักมาก
จากกระแสความปัง ทำให้ “ฟิล์ม” ยอมรับกับ “พีพีทีวี นิวมีเดีย” ด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
เพราะความทุ่มเทครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นเหมือนไฟแช็คที่จุดไฟให้เขาอีกครั้ง หลังเคยผ่าน “จุดอิ่มตัว” ก่อนหน้านี้
“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเบนเข็มเร็วจากบทพระเอก มาเล่นบท LGBTQ เพราะผมอยากเล่นบทที่ท้าทายอยู่แล้ว จริงๆ อยากหาอะไรใหม่ๆ ที่มันชาเลนจ์ตัวเอง มันมีช่วงนึงที่ผมรู้สึกอิ่มกับบท อิ่มกับความเป็นพระเอก อยากได้บทที่มันท้าทายขึ้น ได้เล่นอะไรที่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น ตอนนี้คือไฟท่วมแล้ว ผมรู้สึกว่ามันเป็นจุดพลิกที่ทำผมให้มีไฟ อยากไปให้ไกลกว่านี้อีกครั้งนึง”
กับบท “เทียน” ในเรื่องคุณชาย สำหรับผมความยากมันอยู่ที่เราเล่นเป็นพระเอกมาตลอดแล้ว วันนึงเราต้องมาเล่นละครเป็นความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ผมไม่อยากให้มันมีเงื่อนไขกับความรักครั้งนี้ ผมเลยต้องทำการบ้านหนักกับในเรื่องของเลิฟไลน์ เรื่องความเป็น LGBTQ ของเรา ในส่วนอื่นๆ ผมว่ายังไม่หนักเท่าส่วนนี้ มันเป็นครั้งแรกของเราแล้วก็ไกล เรามีเพื่อนพี่น้องแบบนี้ก็จริง แต่ว่าเราไม่เคยรู้สึกแบบที่เขารู้สึกจริงๆ ความยากคือการที่เราจะรู้สึกให้ได้แบบเดียวกับเขา เราก็ต้องไปทำการบ้านในส่วนของตรงนั้น แล้วก็เอามาเบลนด์กับบทเพื่อให้เข้ากับบทมากที่สุดครับ
ผมดีใจที่การแสดงของเราทำให้คนเชื่อและชื่นชอบได้ขนาดนี้ แฮปปี้มากๆ จริงๆ ผมเล่นออกมาแล้วคนดูแฮปปี้ชอบคู่ของเรา ชอบละครของเรา มันทำให้สิ่งที่เราทำงานกันมาอย่างหนักหน่วงที่มันเครียดมาตลอด มันหายเหนื่อยครับ ถามว่าฝึกตัวเองขนาดไหน ผมไม่เรียกว่าการฝึก แต่เรียกว่าการเวิร์คชอปและพุดคุยกับผู้กำกับ เพราะช่วงแรกก็มีเยอะมีน้อยไป พอเล่นไปสักพักก็จะได้ตรงกลางของพวกเรา”
เป็นพระเอกมาก่อน พอต้องเปลี่ยนแนว กังวลกับฟีดแบคไหม?
“ไม่กังวลเลยครับ เพราะผมไม่คิดเลย ก็ผมสนุกกับการแสดง สนุกที่จะเล่นบทนี้ มันเริ่มจากความสุขของผม ผมก็เลยเชื่อว่าคนดูจะแฮปปี้ตาม ผมคิดแค่นี้เลย ไม่ได้ตั้งต้นที่ความคาดหวังว่าคนดูจะชอบไหม แต่ผมตั้งต้นด้วยเราจะชอบการแสดงของเราหรือเปล่า ต่อให้คนดูไม่ชอบ แต่เราเล่นแล้วมีความสุขก็แฮปปี้แล้ว"
ให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่?
“8 เต็ม 10 อีก 2 คะแนน คือเรื่องความละเอียด ผมรู้สึกว่ามันยังละเอียดได้มากกว่านี้ ในทุกๆ องค์ประกอบ ยังมีหลายซีนที่รู้สึกว่ายังไปได้ลึกกว่านั้น ดีได้กว่านั้นอีก”
ติดใจไหมกับการได้บทที่ท้าทาย?
“ชอบครับ สนุกมาก ดีใจที่ได้เล่นบทนี้ ได้ทำงานกับน้อง (แจม รชตะ) กับทีมงานนักแสดงทุกคนเลย ดีใจครับ มันคือการยอมรับอีกหนึ่งจุดสำคัญที่เรารู้สึกว่า ณ สังคมปัจจุบันโลกเปิดกว้างขึ้น สังคมยอมรับมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แล้วก็ดีใจที่ได้อยู่ในในโปรเจ็กต์นี้ ได้อยู่ในกระบอกเสียงที่ทำให้กลุ่มคน LGBTQ ได้มีพื้นที่ของตัวเอง”
มุมมองเราเปลี่ยนไปไหม?
“สำหรับผม ไม่เคยด้อยค่าใครตั้งแต่แรก มนุษย์ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แค่เรื่องเพศนะครับ ไม่ว่าจะรวยจะจน จะมีหน้าที่การดีหรือไม่ดี มนุษย์ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกันเสมอ”
ความเป็นพระเอกของ “ฟิล์ม” ณ วันนี้ให้คำนิยามหรือจำกัดความยังไง?
“ผมว่ามันคือ บทมากกว่า อย่าไปให้คำจำกัดความเลยว่าเป็นพระเอก เป็นนายเอก แค่รู้สึกว่าเราเป็นบทนำของเรื่อง เราต้องพาคนทั้งเรื่องไปให้ไกลที่สุด กับแนวนี้ก็เล่นปกติเลยครับ มันไม่ต่างอะไรจากปกติเลย คือถ้าเรารับเล่นบทนี้ก็ต้องทำการบ้านกับเรื่องของความรักเป็นพิเศษ เพราะเป็นความรักที่ไม่ใช่ชายหญิงแล้ว เราต้องไปเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศให้มากขึ้น และลึกซึ้งขึ้นเท่านั้นเอง เพราะเรามีความรักมันไม่จำเป็นต้องมีความรักกับกับใคร มองตาก็เป็นประกายแล้ว
“ผมขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผม ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่ติดตามกันมานานแล้ว หรือจะเป็นแฟนๆ ที่เราเพิ่งมีโอกาสได้รู้จักกันหรือเพิ่งมาติดตามผม ขอบคุณมากจริงๆ ครับ ทุกแรงซัพพอร์ตมีความหมายกับผมมากๆ ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ต่อไปให้ดีที่สุด ฝากติดตามกันไปนานๆ เลยนะครับ (ยิ้ม) ”