ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นที่ฮือฮาอยู่เสมอๆ สำหรับสาว ลิซ่า BLACKPINK หนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีวงแบล็กพิงก์ (BLACKPINK) ล่าสุด สาวลิซ่า ก็มีภาพขึ้นปกนิตยสารแฟชั่น Harper's BAZAAR แต่สิ่งที่ทำเอาเหล่าแฟนคลับ หรือ บลิ๊งค์ ฮือฮา นั้นก็เพราะว่ารูปภาพดังกล่าว ลิซ่าเหมือนมีรอยสัก อยู่ที่ด้านหลัง ซึ่งแฟนๆ ต่างก็อยากเห็น "ลายสักลิซ่า" แบบเต็มๆ ตา และคาดกันว่าน่าจะเป็นลาย "ดอกเอเดลไวส์"
ซึ่งเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งได้ฉายาว่าเป็น "ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์" ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เธอชื่นชอบและนำมาออกแบบในนาฬิการ่วมกับแบรนด์หรูอย่าง Bulgari นั่นเอง
หลังจากที่รูปภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีทั้งกระแสชื่นชอบและกระแสเห็นต่าง โดยมีชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า "ผิวเนียน ๆ สวย ๆ สักทำไม คนไทยถือว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี ไปสักอะ เตือนเพราะหวังดี สักไปทำงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ ผู้ใหญ่เห็นก็ไม่ชอบ โดยเฉพาะพวกข้าราชการ เป็นไอดอลน่ารักให้เด็กๆ ทุกเพศ ทุกวัย ก็ดีอยู่เเล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกมีผล เเต่ความรู้สึกคนจริงวัยเดียวกันไม่เท่าไหร่ เเต่อายุมากๆสิ #chaelisa"
งานนี้เหล่าบลิ๊งค์ ไม่รอช้า ขอออกมาปกป้องสาว “ลิซ่า” ด้วยการตอกกลับโพสต์ดังกล่าว และแสดงความคิดเห็นกันสนั่นอาทิ “ถ้าลิซ่าลบรอยสักแล้วไปสมัครข้าราชการ จะได้เงิน 3 เดือน 35,000 บาท รายรับลิซ่าตอนปี 64 เกือบ พันล้านบาท ตอนนี้น่าจะทะลุไปแล้ว สมมุติ ลิซ่า เลิกทำงานตอนนี้เลย อีก 75 ปีจะอายุ 100 ปี จะมีเงินใช้ปีละ 13 ล้าน ใช้ได้ประมาณวันละ 35,00 บาท ละเขาจะมาสมัครงานเพื่อ…”
ถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยัน ว่าภาพดังกล่าวของนักร้องหญิงไทยจะเป็นรอยสักแท้ๆ หรือไม่ เพราะก่อนหน้านั้นเธอกับเพื่อนสมาชิก BLACKPINK อย่าง "เจนนี" ก็เคยอวดแทททูภาพปลาโลมามาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ลิซ่า ตกเป็นไวรัล กรณี ไปเดินเล่นที่ตลาดคริสต์มาส ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตกันแล้วหยิบบัตรออกมาเพื่อชำระเงิน ซึ่งบัตรใบนั้น คือ Black Card edition 3 จาก Hyundai ที่จะมีผู้ครอบครองได้แค่ 1,000 คน ทั่วโลก และต้องได้รับการรับเชิญจากทางผู้บริหารเท่านั้น โดยสามารถใช้วงเงินได้ไม่จำกัด แต่ต้องมีข้อแม้คือคุณต้องมีการใช้จ่ายเดือนละ 2.8 แสนบาทขึ้นไป มีทรัพย์สินขั้นต่ำ 10,000 ล้านวอน (ประมาณ 280 ล้านบาท)
และตอกย้ำข่าวที่ว่า สาวลิซ่า ได้ซื้อบ้านเดี่ยวย่านซองบุก ย่านไฮโซ ของเกาหลีไปในราคา 7,500 ล้านวอน หรือประมาณ 200 ล้านบาท และเพิ่งโอนเป็นชื่อ ลลิสา มโนบาล ไปเมื่อ 30 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาอีกด้วย