เรียกว่าเป็นนักร้องที่ถูกยกเป็นแฟชั่นไอคอนไปแล้ว สำหรับ “โบกี้ ไลอ้อน” ดังนั้นในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของตัวเอง เจ้าตัวเลยจัดหนัก จัดเต็ม ทั้งโชว์และคอสตูมสุดปัง
แต่งานนี้กลับเกิดดราม่า เมื่อมีชาวเน็ตบางรายคอมเมนต์ว่าชุดในโชว์หนึ่งดูโป๊ะเกินไปหรือเปล่า ดูไม่เซฟตัวศิลปินเท่าไหร่ จนเกิดการถกเถียงสนั่นซียล ล่าสุด “โบกี้ ไลอ้อน” ได้ออกมาเคลียร์ปะเด็นดังกล่าว พร้อมเรื่องคลิปที่พูดคำหยาบเป็นการสยบดราม่าหรือไม่ ซึ่งนักร้องสาวเผยว่า
ความสำเร็จคอนเสิร์ตเดี่ยว?
“จริงๆ เหนือความคาดหมายมากๆ ค่ะ โบไม่เคยวาดฝันจะได้มีคอนเสิร์ตของตัวเอง ถ้าให้พูดจริงๆ โบไม่ได้เป็นคนที่จะมั่นใจที่จะต้องจัดอะไรที่งานใหญ่ๆ แล้วเป็นงานที่เป็นของเราจริงๆ ก็มีความกดดันตัวเองสูง อยากให้ออกมาถูกใจผู้ชมที่สุดโดยที่เป็นตัวเองอยู่”
ช็อตกลั้นน้ำตาเยอะ?
“สุดๆ (พี่กะเทยน้ำตาแตก?) น้องกะเทยก็น้ำตาแตกเองเหมือนกัน ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไม่มีเพราะคิดว่าร้องเพลงก็เป็นส่วนของการทำงาน แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนูเป็นคนที่ใช้อารมณ์ร่วมกับการทำงานเหมือนกัน ไม่ได้หมายถึงหนูวีนนะ แต่หมายถึงว่าหนูใช้อารมณ์ของตัวเองสร้างผลงานขึ้นมา แล้วเวลาร้องมันก็หยุดไม่ได้ที่จะมีอารมณ์นี้ขึ้นมาว่านี่เราอยู่ตรงนี้แล้วจริงๆ เหรอ เวทีนี้เป็นของเราจริงๆ แล้วทุกคนมาเพื่อดูเรา ระหว่างร้องก็ไม่หยุดคิดเลย คิดเรื่องนี้ตลอด ก็ภูมิใจ (ยิ้ม) ตอนแรกก็คิดว่ายังไงก็ห้ามร้อง เดี๋ยวถ้าน้ำตาไหลแล้วมันเลอะ มันไม่สวย (หัวเราะ) เราแต่งหน้ามา 8 ชั่วโมง ไม่ได้ๆ”
วันนั้นที่อินยิ่งกว่าเพลงก็คือบรรยากาศแฟนๆ ที่มา?
“ใช่ค่ะ รู้สึกว่าชีวิตนี้คุ้มค่าแล้วจริงๆ ที่เกิดมาแล้วได้รับสิ่งนี้จากแฟนๆ”
หลังจากจบคอนเสิร์ตรู้สึกยังไงบ้าง?
“มันเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายสุดๆ (หัวเราะ) เปลี่ยนชุด ทุกคนทำงานเต็มที่มากทั้ง แสง สี เสียง รวมถึงสไตล์ลิสต์ เบื้องหลังมันมากจริงๆ ต้องเป็นการทำงานร่วมกัน แล้วต้องมีเรื่องส่วนตัวหลายๆ อย่าง ที่เป็นปัญหาสุขภาพที่เขาต้องควบคุม เราก็ต้องควบคุม เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด ก็คือสุดๆ (ยิ้ม)”
สำหรับเราความพอใจ 100 % ไหม?
“ตอบเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ว่าพอใจอย่างมากในชีวิตค่ะ (ลานตาอย่างที่ตั้งใจ?) จริงๆ หนูตั้งใจทำงานอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ตั้งใจอะไรไว้เลยว่าจะต้องมีผลตอบรับยังไง หนูไม่กล้าวางหรือฝันอะไรไว้เลย เพรากลัวฝันไปแล้วมันไม่เป็นจริง คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ จะแบบทำไมเราทำแบบนี้ไม่ได้ ก็เลยไม่หวังอะไรเลย หวังแค่ว่างานจะเสร็จตามที่เราต้องการแล้วก็ตอบโจทย์กับคนที่มาฟังจริงๆ เพราะว่าเราไม่ได้คิดในแง่ว่าต้องเป็นยังไง แต่เราคิดในแง่คนฟังอยากฟังอะไรจากเราด้วย”
หลังจากคอนเสิร์ตจบไป แต่ดราม่าไม่จบเรื่องชุด?
“ดราม่าชุดใช่ไหมคะ จริงๆ ก็ต่างความคิดเห็น หนูก็ไม่รู้ ก็รู้สึกว่าเป็นคอนเสิร์ตครั้งนึง ชุดไม่แต่งแบบสักแต่ว่าจะโป๊ๆ มองข้ามความโป๊อะไรไปแล้ว หนูมองสิ่งเหล่านี้เป็นศิลปะ แล้วทุกขั้นตอนของกระบวนการคิดมันถูกคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วนสุดๆ ทั้งในเรื่องของความสวยงาม ในเรื่องของลักษณะการใส่และถอดสะดวกบนเวที คิดว่าหนูอยู่เหนือคำดราม่าไปแล้ว หนูโอเคนะ ที่จะมีความเห็นทั้งชอบและไม่ชอบ ก็แล้วแต่คน”
เตรียมใจรับดราม่าไว้แล้ว?
“ไม่ได้เตรียมใจอะไรเท่าไหร่ค่ะ เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องคิดอะไร เพราะเรารู้เจตนาของเราดีว่าสรรสร้างมา แล้วก็ฝึกซ้อมกับมัน ขนาดชุดยังต้องซ้อมในการใส่หรือถอดเพื่อจับเวลา เวลาใส่ชุดเรามีบางเพลงต้องถอด 1 วินาที บางเพลงต้องถอด 3 วินาที วิธีการที่จะถอดมันถูกกระบวนการคิด เรายอมกรองแต่ละอย่างให้คนดูๆ มาแล้ว เพราะฉะนั้นใครดราม่าเชิญค่ะ (ยิ้ม) ถามว่านอยด์ไหม หนูไม่ค่อยนอยด์นะ ถ้านอยด์จะนอยด์กับความผิดที่หนูคิดไว้แล้วว่าสิ่งนี้ทำไม่เต็มที่ แต่ว่าสิ่งนี้เราเต็มที่มากๆ แล้วถูกคิดในกระบวนการต่างๆ มาแล้ว จริงๆ ทุกอย่างมันเป็นศิลปะ หนูไม่ได้มายืนแก้ผ้าแล้วดูนี่ศิลปะ ไม่ใช่ แต่ว่าทุกอย่างมันถูกกระบวนการคิดที่มันมีความเหมาะสมในรูปแบบของหนูระดับนึงแล้ว เพราะว่านี่ก็คือคอนเสิร์ตหนู เพราะฉะนั้นดราม่าเลย (หัวเราะ)”
เรามีส่วนช่วยออกแบบไหม?
“ค่ะ เอาจริงๆ ต้นตอความคิด ในความยุ่งยากของทุกคนมันเกิดจากหนูเอง หนูเป็นคนที่อยากให้ถอดชุดระหว่างเพลง หนูรีเสิร์ชมาว่าคนส่วนใหญ่ที่มาดูคนเสิร์ตหนูนอกจากฟังเพลงแล้ว ก็ยังอยากเห็นชุดด้วย ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าเรามีอะไรเซอร์ไพรส์ ในลูกเล่นกิมมิกของชุดที่ถอดได้เลยแต่ยังสวยอยู่ ใส่ทับมาหลายๆ ชั้น แล้วก็ถอดทีละอัน เพื่อที่คนจะได้เห็นตั้งแต่ลุคที่สง่างาม ลุคกลางๆ จนถึงลุคสุดท้ายที่มีความเซ็กซี่หน่อยๆ แต่ก็ยังมีกิมมิกของความลานตาอยู่ค่ะ”
โป๊ไปไหม?
“จริงๆ ก็มีการเซฟในทุกขั้นตอนของชุดนะว่าจุดไหนที่มันดูโป๊ไป เราก็ไม่แต่ว่าจะโชว์ตรงนี้ โชว์ตรงนั้น จริงๆ มันมีการคิดอย่างถี่ถ้วนมาแล้ว ถามว่าโป๊ไปไหม จริงๆ หนูว่าเรื่องเสื้อผ้ามันเป็นการเคารพในสิทธิส่วนบุคคล ถ้าเราแต่งตัวอย่างที่ไตร่ตรองมาแล้ว แต่งตัวที่มีกาลเทศะะในแต่ละพื้นที่ อันนี้หนูว่ามันเป็นสิ่งที่ปกติของสังคม โดยเฉพาะนี่เป็นการขึ้นคอนเสิร์ตเราคงไม่ได้ใส่อะไรที่มันมิดชิดทั้งตัวขนาดนั้น ด้วยการดีไซน์ คิดว่าคนเราควรเคารพในการแต่งตัวและในการตัดสินใจของผู้อื่น เพราะว่าคนเราบางทีใส่เสื้อเหมือนกัน ใส่กางเกงเหมือนกัน ใส่รองเท้าเหมือนกัน แต่ทำไมคนอื่นมองว่าเราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ จริงๆ ก็ขอบคุณในทุกความคิดเห็นค่ะ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ โอเครับได้ ถ้าจะมีคนวิจารณ์หรืออะไร เพราะว่าเรารู้ตัวว่าเราทำอะไรอยู่ประมาณนั้นค่ะ”
เห็นคอมเมนต์ต่างๆ บ้างไหม?
“ไม่ค่อยเห็นเลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้โบค่อนข้างโอเคมากๆ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจโคตรๆ ในการที่จะคิดขั้นตอนนี้มาแล้ว เพราะเราก็ต้องเซฟตัวเองด้วย ไม่ได้อยากโป๊สุดๆ ต่อหน้าคนดูขนาดนั้น ในชีวิตประจำวันโบก็ไม่ได้แต่งตัวขนาดนั้นไปสถานที่ราชการหรือไปเข้าวัด คิดว่าอันนี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล”
เราออกมาตอบกลับด้วยคลิป?
“จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตอบแบบนั้น แต่ว่ามันเป็นไทม์ไลน์ที่เหมาะสม เพราะว่าตอนนั้นโบกะจะทำคลิปที่เป็นอีพีต่างๆ ที่เล่าแต่ละเบื้องหลังของขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสียง ชุด สไตล์ลิสต์หรืเรื่องเวที ทุกเรื่องที่ดีไซน์เกี่ยวกับคอนเสิร์ตมา เพราะโบเป็นคนที่ชอบถ่ายทุกอย่างไว้อยู่แล้ว พอมีดราม่าเรื่องชุดพอดี แล้วโบก็ทำคลิปอันนั้นไว้พอดี ก็เป๊ะเลย หนูเก็บฟุตเทสไว้ทุกอย่าง ตั้งแต่ประชุมและทุกวิถีทางที่จะทำได้เลย”
ชาวเน็ตอ่านปากออก?
“ทำไมพี่ไม่ได้ดูคลิปที่อธิบายว่าการดีไซน์แต่ละชุดเป็นยังไงบ้าง แต่เลือกที่จะดูคลิปสั้นๆ ภายในเวลา 3 วินาที (ยิ้ม)”
เขาอยากรู้กันว่าเราพูดว่าอะไร?
“อ๋อ ค่ะ (ยิ้ม) อันนั้นไม่ได้ด่าใครนะคะ มันเป็นเหมือนมีม พอดีเพื่อนช่างหน้าช่างผมสนิทกัน แล้วกำลังถ่ายโบสวยๆ แล้วเขาเล่นมุกบูลลี่กัน เราโดนบูลลี่เราก็บอกหยุดๆ หยุดดิ อย่างนี้ แต่ในเมื่อมันอยู่ในจุดที่ทุกคนจ้องมองเราอยู่ เราก็ไมได้หยาบคายแบบออกสื่อ เพราฉะนั้นเสียงที่มันควรจะได้ยินก็ไม่ต้องได้ยินก็ได้ มันก็เป็นแค่ภาพที่ให้คนจินตนาการต่อกันเอง ดูดเสียงไปเลย (หัวเราะ) ตอนแรกไม่คิดว่าคนจะสนใจอะไรแบบนี้ หนูรู้สึกว่าหน้าหนูสวยดี เป็นคลิปที่หนูอยากได้หน้าตัวเองในลุคนั้นในห้องแต่งตัว แต่ว่าดันพูดแบบนั้นไง แล้วคลิปนั้นคนจะโยงว่าดราม่าด่าเรื่องชุดหรือเปล่า จริงๆ คลิปนั้นลงตั้งแต่ยังไม่มีดราม่าเลยค่ะ ก็พูดฮาๆ เฉยๆ เพราะมีการล้อกับชุดอันนั้นกันในกลุ่มเพื่อนกะเทยว่าไม่มีหญิงแท้ที่ไหนเขาแต่งแบบนี้กันหรอก มีแต่กะเทยเท่านั้น เล่นกันๆ (ถูกที่ถูกจังหวะเฉยๆ?) ใช่ แล้วเราก็เลยเอามาเล่น แต่ว่าจริงๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้มีความหมายแฝงอะไรค่ะ”
ถ้าไม่มีดราม่าอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าย้อนกลับไปยังจะแต่งตัวแบบนั้นขึ้นคอนเสิร์ตไหม?
“แต่งตัวแบบนั้นเลยค่ะ เย็บกันเกือบตายจะไม่ใส่ได้ยังไง เย็บกันทีละตัวอักษร พี่ๆ สไตล์ลิสต์ตาแตกของจริง เพชรเหมามาหมดสำเพ็ง เพราะฉะนั้น (ไหว้) ให้โอกาสหนูเถอะค่ะ หนูขอโอกาส”