WorldBank2026 WorldBank2026

“ตรี ภรภัทร” เปิด 3 สิ่งทำชีวิตดีขึ้น และความสำเร็จบนความไม่คาดหวัง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” บทพิสูจน์และความสำเร็จเส้นทางพระเอกฮอต พร้อมเปิดมุมชีวิตสุดโต่ง

ดีกรีความฮอตพุ่งทะลุจอ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” พระเอกหน้าเนื้อหอมสุดเท่ขวัญใจแฟนละคร ที่โกยหัวใจสาวๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองในบททนายคุณพ่อลูกหนึ่ง จากละคร ‘สงครามสมรส’ ที่ลาจอด้วยเรตติ้งสุดปัง และถูกพูดถึงข้ามวันข้ามคืนในโลกออนไลน์ วันนี้ “พีพีทีวี” คว้าตัวหนุ่ม “ตรี” มาพูดคุยถึงความสำเร็จที่ก้าวผ่านบทพิสูจน์ และเปิดชีวิตสุดโต่งของเขาที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง 

 

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ตรี ภรภัทร
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

ขึ้นแท่นหนุ่มฮอต?

“ก็ดีใจครับ ในบทบาทๆ (หัวเราะ) ตัวจริงผมถามว่าอบอุ่นไหม ก็อบอุ่นในพาร์ทๆ นึง ตลก กวนๆ มากกว่าด้วยซ้ำ ผมชอบทำให้คนที่อยู่ด้วยมีรอยยิ้ม มีความสุข (คนชมหล่อเราเขิน?) เขินๆ ถ้าเดินไปข้างนอกแล้วคนทัก คนแซว ก็จะอมยิ้มแล้วขอบคุณครับ เอาจริงไม่มีคนเต๊าะผมนานแล้วนะ ในดีเอ็มก็ไม่มี ผมแทบจะเล่นแค่ไอจีอย่างเดียวเลย มีเล่นเอ็กซ์ (X)นิดหน่อย

หลายคนชอบบอกว่าผมไม่ลงรูปในอินสตาแกรม คือลงช่วงละครออนไง ผมไม่ได้หายไปเลยนะ ผมลงไอจีสตอรี่ บางทีเลือกรูปลงไอจียาก บางคนบอกว่ารูปนี้หล่อแค่ผมรู้สึกว่าไม่หล่อ คนเรามองไม่เหมือนกันไง หล่อของเขากับหล่อของเราไม่เท่ากัน (หัวเราะ) มีช่วงนึงเคยโดนคอมเพลนว่าทำไมไม่ลงรูปในโซเชียลเลย ผมก็ไม่กล้าพูดว่าผมไม่ชอบรูปที่ส่งมา คือเอางี้ไอจีใครคนนั้นรอด คือคนอื่นจะลงรูปผมยังไงผมไม่ว่าเลย แต่ถ้าลงไอจีตัวเองก็ขอเลือกที่ตัวเองชอบ แต่ตอนนี้ผมก็ชิลขึ้นเยอะแล้ว จอยๆ บางวันก็แล้วแต่อารมณ์ด้วยนะ มีซ่อนรูป เอารูปที่ซ่อนไปแล้วกลับมาพลับบิค ถามว่าทำไมคือตอบไม่ได้ แล้วแต่อารมณ์จริงๆ (หัวเราะ) ทุกวันนี้คนที่ถ่ายรูปให้ก็ถูกใจอยู่แล้ว ก็ถูกใจทุกคนไม่อย่างนั้นผมก็ไม่ลงรูปสิ (ยิ้ม) ถ้ามีคนแท็กมาแล้วถูกใจผมก็จะแชร์”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ละคร สงครามสมรส
ตรี ภรภัทร - น้องมะลิ

สาวๆ ในกองยกให้ “ตรี” เป็นสายเทคแคร์?

“ผมเทคแคร์ทุกคนนะ ทีมงานทุกทีม ผมคิดว่าทุกคนเป็นเซฟโซนและเป็นครอบครัว ผมมีเฟซบุ๊กทุกคนเลยนะ ผมอยากให้ทุกคนรอบข้างมีความสุขที่สุด แต่ผมแพ้คนเดียวเลยคือน้องมะลิ (หัวเราะ) ผมพยายามแล้ว อยากให้น้องเปิดใจให้ผม อยากบอกน้องว่าผมไม่ได้น่ากลัวแบบที่น้องคิดนะ พยายามชวนคุยเรื่องที่น้องชอบ น้องก็ตอบสั้นๆ ก็มีเต้นติ๊กต็อกด้วยกันนะ จะว่าน้องเขินผม ผมก็เคยถาม น้องเจ้าคุณ (พันธ์ชนกชนม์ พันธ์สังข์) ก็บอกว่ามะลิไม่ได้เขินพี่ตรี (หัวเราะ) น้องบอกว่าเพราะพี่ตรีตัวสูง มะลิก็เลยกลัว (หัวเราะ) ผมก็งงเลย

ผมไม่เคยดุเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่น้องอาจจะยังแยกตัวละครกับในชีวิตจริงไม่ได้ ในละครเราเล่นเป็นพ่ออาจจะมีเสียงเข้ม ผมให้ตุ๊กตาน้องไป 3 ตัวนะ ผมก็เซอร์ไพรส์เขา ให้ตัวแรกน้องก็ยังไม่เปิดใจ ผมนี่หาทางที่จะเข้าถึงน้อง ผมพยายามที่สุดเลยนะ แต่น้องมะลิก็คุยกับผมนะตอนทานข้าว พอแป๊ปนึงก็กลับมาเป็นแบบเดิม แต่ผมเห็นที่น้องให้สัมภาษณ์บอกว่าจับตัวแรง ผมก็มาคิดว่าหรือผมจะจับแรงจริงๆ ผมก็ว่าไม่ได้จับแรงนะ เชื่อไหมยันถึงตอนปิดกล้องน้องก็คุยกับผมนิดๆ หน่อยๆ เอง

น้องอาจจะไม่ค่อยได้เจอผู้ชายรุ่นๆ ผม หรืออย่างที่บอกไปว่าน้องอาจจะยังแยกไม่ออกตัวละครที่ผมเล่นเป็นพ่อกับความเป็นพี่ตรีนอกบท เพราะบางทีมีฉากที่เราต้องเล่นเองแล้วไม่นัดกับน้อง น้องก็งง ก็เลยต้องเตี๊ยมกับน้องก่อนถ่ายจริง ตุ๊กตา 3 ตัวก็ไม่ได้ผล (หัวเราะ) มีตุ๊กตาตัวนึงผมไปหาคีบมาจากญี่ปุ่น เพราะก่อนไปเที่ยวผมก็ถามน้องว่าอยากได้ตุ๊กตาอะไร น้องบอกไม่เอาตัวน่ารัก อยากได้ตัวน่าเกลียด ผมก็พยายามหาจนไปเจอตู้กาชาปอง พยายามกดแล้วกดอีกเพื่อให้ได้ตัวที่เราว่าใช่แน่ น้องเปิดใจให้เราแน่ พอเอามาให้น้องก็บอกขอบคุณค่ะ ผมก็คิดในใจว่าต้องทำยังไงน้องถึงจะคุยกับผม คือในกองน้องคุยกับผมน้อย น้องจะอยู่กับพี่ๆ ผู้หญิงมากกว่า อยู่กับคนดูแลน้องหรือทีมงาน แต่มะลิเล่นกับเจ้าคุณนะ (หัวเราะ) เรื่องไปคีบตุ๊กตามก็เล่าให้น้องฟังนะว่าจะกดมาได้ไปยืนนานมาก กดหลายรอบ ตั้งใจกดให้มะลิเลย น้องก็บอกขอบคุณค่ะ ผมก็พยายามหาทางออกให้น้องเล่นกับผม ในชีวิตไม่เคยมีเด็กบอกว่ากลัวผมเลย น้องมะลิคนแรกเลย ผมเป็นคนรักเด็กนะ (ยิ้ม)”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ละคร สงครามสมรส
ตรี ภรภัทร ในละคร สงครามสมรส

บททนายความ พิสูจน์ฝีมือ กระแสเปรี้ยง?

“ถามว่ายากไหม ยากแล้วดีครับ รู้สึกชาเลนจ์ตัวเอง ได้ทำอะไรที่เหนือขีดจำกัด เหนือกรอบตัวเองได้มันก็เป็นความภูมิใจ แต่ว่าระหว่างทางมันบากบั่น ท้าทาย ท้อ เครียด สุขภาพจิตนี่ยิ่งหนัก บางทีอ่านบทมันค่อนข้างยากและไม่อยากทำให้คนในกองรู้สึกว่าเราเป็นตัวถ่วงด้วย บางคนอารมร์เขากำลังมา ถ้าเราพูดผิดหรือทำไม่ได้ก็กลายเป็นช็อตฟีลเขา เราก็จะรู้สึกว่าเป็นตัวถ่วง ก็เลยต้องพยายามตั้งใจทำให้ดีที่สุด แล้วเราก็ได้รับมอบหมายหน้าที่นี้มาแล้ว คนที่ให้เรามาทำตรงนี้เขาเชื่อใจเรา ก็ต้องพยายามไม่ทำให้คนอื่นผิดหวังมากทีสุด บทในเรื่องก็ยาวทุกอัน แต่ว่าวิธีการถ่ายของ ‘พี่สันต์’ ค่อนข้างจะโหดนิดนึง จะถ่ายรวบ 6-7ซีนพร้อมกัน เราต้องจำให้ได้ว่าต้องพูดหรือทำอะไรอยู่ คนดูอาจจะเห็นว่าถ่ายในศาลปุ๊บแล้วตัดภาพย้อนกลับไป

แต่การถ่ายทำคือเล่นต่อเลย มันยาวมากๆ บางทีครึ่งเล่ม อ่านบทจนรู้ว่าแต่ละตัวละครทำอะไร ก่อนเล่นเราต้องตัดคำว่า ‘รู้ก่อน’ ออกไปให้หมด แล้วไปหาหน้างานว่าพี่ๆ นักแสดงเขาจะเล่นกันยังไง เพราะตอนที่บล็อกกิ้งไม่ได้เล่นกันเต็มที่ แต่พอเล่นจริงพี่ๆ เขาก็ใส่เต็ม เราก็ต้องเต็มที่และทำให้ดีที่สุด นอกจากบทยาวอารมร์ก็ต้องไปด้วย ผมต้องสลัดความเป็นตัวเองออกไปให้หมด แล้วสวมเป็นคาแร็กเตอร์ตัวละครให้ ค่อนข้างยากและท้าทาย กดดันด้วย ซึ่งคนอื่นไม่ได้กดดันผมนะแต่ผมกดดันตัวเอง เพราะว่าศัพท์คำพูดยาก ไม่สามารถดัดแปลงได้เทาไหร่ คำเชื่อต้องเป๊ะ มาตรากฎหมายต้องเป๊ะ ความรู้สึกต้องเป๊ะ

ถามว่าระยะทางที่เดินมา ท้อเรื่องอะไร มันไม่ได้ท้อที่ว่าจะไม่ทำแล้ว แต่รู้สึกว่าทำยังไงให้ชนะตรงนี้ให้ได้ เข้าใจตรงนี้ให้ได้ เครียด เวลาอ่านบทด้วยภาษาเวลาพูดต้องเห็นภาพและเข้าใจในสิ่งที่พูดออกไป แต่พอได้ทำก็เริ่มสนุก ได้ท้าทายตัวเองด้วย พอมองย้อนกลับไปในตัวละครเก่า ก็ทำให้เราได้เดินมาตรงนี้ ได้มีประสบการณ์และหล่อหลอมให้เรามาจุดนี้ แต่ละเรื่องก็มีความยากต่างกัน ผมก็ได้เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ละคร สงครามสมรส
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

เลิกคาดหวัง เพราะไม่อยากผิดหวัง?

“ผมไม่ได้คาดหวังเลย อันนี้พูดตามตรงเลยนะ ผมเลิกคาดหวังไปนานแล้ว เพราะผมไม่อยากผิดหวัง ไม่อยากเสียใจ ผมแค่รู้ว่าทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ รักษาหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมคิดแค่นั้นเลย ถามว่าพอใจกับบทนี้แค่ไหน ผมพอใจมาก เพราะว่าได้ผลลัพธ์เหนือความคาดหมายที่คิดไว้ การทำงานตรงนี้ไม่มีใครรู้ว่าละครเรื่องไหนจะได้หรือไม่ได้ มันไม่สูตรตายตัวเหมือนเราทำอาหาร แต่แค่เหนือสิ่งอื่นใดเราตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เชื่อใจกันและกัน แล้วผลลัพธ์มันจะออกมาดีเอง

หากถามว่าผมเคยเจอความผิดหวังมาไหม มันเกิดขึ้นอยู่แล้วเป็นปกติของอาชีพนี้ บางทีเล่นแทบตายแต่โดนด่า เมื่อก่อนก็มีหลายปีแล้วด้วยประสบการณ์ที่เราเองชั่วโมงบินก็อาจจะยังไม่เยอะพอ โดนว่า โดนด่าเยอะ แต่ก็เป็นแรงผลักดันผมไม่ได้เป็นคนที่จะไม่อ่านคอมเมนต์ต่างๆ อ่านแล้วรับฟัง แล้วก็บอกกับพวกเขาว่าวันนึงจะเอาความสำเร็จมาให้ดู หรือบางครั้งก็เลือกเสพในที่ๆ มันเป็นของเรา ผมไม่ได้เป็นคนอ่านทั้งหมด แต่ก็จะมีเพื่อนส่งมาเราก็จะดู ซึ่งมันเป็นปกติของการอยู่ตรงนี้ที่ต้องยอมรับกับสิ่งที่เขาเมนชันถึงเราให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่ต้องดูแค่นั้นเอง มันไม่เกี่ยวกับว่าผมใส่ความตั้งใจไปเยอะ พอไม่ได้แล้วผิดหวัง เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าเล่นเรื่องนี้แล้วต้องดัง มันไม่ใช่แบบนั้น มันก็มีบางเรื่องที่มันไม่ได้ เรื่องที่ได้ก็มี ตัวผมเล่นละครปีละเรื่อง แต่ผมตั้งใจทำทุกเรื่อง

ตอนเด็กๆ เคยแหละเข้ามาตรงนี้ความฝันสวยหรูอยู่แล้ว ร้องไห้ได้คือสุดยอดแล้ว ความคิดจุดเริ่มต้นคิดว่ามันง่าย ผมจะบอกเลยว่าไม่มีอะไรง่าย พอเจอคำว่ายากแล้วบวกกับอายุเราที่เห็นแล้วว่ามันไม่มีอะไรโรยด้วยกลีบกุหลาบ สิ่งที่ได้มาแลกกับความทุ่มเท แลกกับความตั้งใจ แลกกับสุขภาพจิต มันไม่ได้ง่ายสำหรับการเป็นนักแสดงที่มาแสดงให้ดูถึงความรู้สึกของตัวละคร ผมนับถือหลายๆ คนที่เล่นละคร มันยากนะ หัวเราะๆ กันอยู่ อีกแป๊ปนึงร้องไห้ เดี๋ยวก็กลับมาหัวเราะอีก อารมณ์ดีแล้วก็มาเศร้า ซึ่งจะบอกก็ได้ว่ามันไม่ใช่ตัวเรา แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันมีความยาก ความท้าทาย ผมเลยคิดว่าถ้าเราไม่ตั้งความหวังเราก็จะไม่ผิดหวัง ผมว่าไม่ใช่แค่เรื่องละคร มันหลายๆ เรื่องในชีวิต ถ้าเราไม่คาดหวังเยอะแล้วตั้งใจทำ มันได้ก็จะฟูลฟีลจิตใจเราอยู่แล้ว”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ตรี ภรภัทร
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

เป้าหมายของ “ตรี”?

“ผมเคยมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากได้ถ้วยรางวัล แต่เป้าหมายทุกวันนี้อยากให้ทุกคนสนุกกับเรา ทำให้คนชื่นชอบกับผลงานที่ทำออกไป ได้อรรถรส ได้ความสนุก แค่นั้นพอเลย เป้าหมายของผมในตอนนี้ ที่ผมเปลี่ยนเป้าหมายตัวเองเพราะไม่อยากคาดหวัง อยากได้ถ้วยรางวัลแต่มันไม่ได้สักที ไม่อย่างนั้นก็เศร้าตาย ผมว่าแค่ทำให้ผลงานดี ผลงานสนุก ก็เพียงพอแล้ว

จุดปรับเป้าหมายของผมมันเป็นอัตโนมัติ ก่อนเล่นละครเวลากามเทพด้วยซ้ำ มันเป็นมานานแล้ว ด้วยสภาพแวดล้อม ด้วยสังคม ด้วยหลายๆ อย่าง มุมมองของโลกที่เปลี่ยนไป คนดูที่เปลี่ยนไป เราไม่สามารถบังคับให้คนมาชอบเราได้ อย่างมีคนมาบอกว่าอย่าเกลียดคนนั้นสิ ทำไมต้องเกลียด เราลองมองอีกมุมนึงว่าแล้วเราชอบทุกคนหรือเปล่า ผมพูดถึงในความเป็นจริงนะ คนเป็นคน เราไม่ได้ชอบทุกคนเหมือนกัน เราต้องยอมรับและเข้าใจความเป็นมนุษย์แค่นั้นเอง เราบังคับให้คนมาชอบหรือมาคิดเหมือนเราไม่ได้

มันมี 3 เรื่องถ้าเราทำได้ ผมได้ยินมาจากที่พี่ที่พูดให้แรงบันดาลใจ ‘เรื่องของเรา’ , ‘เรื่องของเขา’ , ‘ไม่ใช่เรื่องของใครเลย’ ถ้าทำ 3 สิ่งนี้ได้ชีวิตจะดีขึ้น ผมลองทำแล้วรู้สึกว่าดีขึ้น

ผมรับรู้ว่าคนไม่ชอบผม โอเค รู้สึกแย่ได้แต่มันไม่ใช่เรื่องของผม ก็ยังมีคนที่ชอบผมอยู่ มันยากนะกับการอยู่ตรงนี้ คำชม คำด่า คำดูถูก คำต่างๆ มันเยอะไปหมด แต่มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นแล้วก็อยู่กับโลกนี้ได้ ตอนเป็นเด็กเราคิดว่าโลกใบนี้สวยหรู แต่จริงๆ โลกมันมีอะไรโหดร้ายเยอะ มีสารพัดที่เราจะรู้สึกว่าว่า โอ้โห! ขนาดนี้เลยเหรอ โลกไม่สวยหรูแต่แค่ว่าเราต้องอยู่กับความเป็นจริงแล้วเอาตัวรอดจากโลกใบนี้ให้ได้ อยู่ให้มีความสุขที่สุดแค่นั้นเอง กว่าที่ตัวผมจะได้คำตอบนี้มา อายุและประสบการณ์จะเป็นสิ่งที่สอนเราเอง

ผมยอมรับนะว่า การอ่านคอมเมนต์ต่างๆ มันมีผลต่อจิตใจผมในช่วงเวลาหนึ่ง แต่โชคดีที่ผมมีคนรอบข้าง มีเพื่อน มีคุณแม่ มีผู้จัดการส่วนตัว มีคนที่เรารัก มีคนที่คอยซัพพอร์ต คนพวกนั้นเขาก็เป็นคนแต่ถามว่าเรารู้จักกันไหม เราไม่รู้จักกันนิ แต่เขาก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็น ในเมื่อเราเลือกที่จะมาอยู่ตรงกลางที่เป็นสปอร์ตไลท์ที่คนสามารถเมนชันถึงเราได้ต่างๆ นานา แต่เราไม่สามารถเมนชันกลับ เพราะนั้นเราก็ต้องรู้จักฟูลฟีลตรงนี้ รู้ว่าอย่างน้อยคนนี้ก็ซัพพอร์ตเรา ถึงเราไม่ไปทำอะไรให้เขาถ้าเขาจะเกลียดก็คือเกลียด คนไม่ชอบคือไม่ชอบ เวลาผมอ่านเจอคอมเมนต์ลบๆ ก็แค่เล่าให้คนอื่นฟัง เพื่อนก็จะบอกว่ารู้จักเขาเหรอ จะไปเอาความคิดเขามาทำไม แต่พวกเพื่อนๆ รู้จักและไม่เคยพูดไม่ดีด้วย มันทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาได้ว่าต่อให้ไม่มีใครอย่างน้อยผมก็มีเพื่อนๆ มีครอบครัว มีคนข้างๆ มีพี่ๆ ทีมงานที่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าใครรักเรา เราก็อยู่กับคนที่ทำให้เราสบายใจ”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” IG/treporapat
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

เรื่องที่ดอกจันว่าอันนี้ไม่ได้?

“ไม่มีนะครับ อยากพูดอะไรก็พูด พอโตขึ้นเราต้องรู้จักคำว่า ‘ฟัง’ มากขึ้น ถ้าไม่ชอบอย่าเถียงให้กลับมาตกตะกอนก่อนว่า ดี ถูก ผิด แล้วค่อยมาว่ากัน อย่างน้อยเราต้องรับฟังก่อน ต้องทำตัวให้เป็นแก้วที่ไม่มีน้ำซะมากกว่า คอยรับฟังอะไรที่คิดว่าใช่ก็คือใช่ ถ้าอะไรที่ไม่ใช่แล้วเราสามารถพูดกับเขาได้โดยที่คิดว่าเขาไม่น่าจะเกลียดเรา พูดตรงได้ก็จะพูด แต่ถ้าพูดไม่ได้ก็อาจจะเตือนเบาๆ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันผมพูดตรงอยู่แล้ว

สังคมการอยู่ตรงนี้ ครอบครัวช่องวันหล่อหลอมให้ผมโตขึ้นแบบไม่รู้ตัว เราต้องเจอคนหลายรูปแบบ หลายประเภท เราต้องรับมือและเรียนรู้ที่จะอยู่ให้ได้ เรียนรู้ที่จะสู้ต่อไปมากกว่า บางอย่างไม่ถูกใจเราหรอก ไม่มีอะไรถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่เราต้องใช้ชีวิตกับมันให้ได้และมีความสุขกับมันให้ได้ คนที่อายุ 29 เท่าผม แต่เราก็อาจจะเจออะไรมาไม่เหมือนกัน ไม่ได้เติบโตมาเหมือนกัน ทุกคนอาจจะคิดว่าผมโตมาด้วยชีวิตที่โรยด้วยกลับกุหลาบ ไม่เลยนะ ผมเจออะไรแย่ๆ มาก็เยอะ เรื่องบากบั่นก็เยอะ เรื่องที่ทำร้ายจิตในก็เยอะตั้งแต่เด็กยันโต

แต่แค่ทำทุกอย่างไม่ให้คนที่เรารักรู้ ไม่มีคนที่เรารักเสียใจ อย่างเช่น คุณแม่ ถ้าไปทำเรื่องอะไรไม่ดีมาจะไม่ให้แม่รู้เด็ดขาด รู้ว่ามันผิดที่ไม่บอกแม่ แต่ผมไม่อยากเห็นแม่เสียใจ จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน หรือบางอย่างที่สุดจะทนแก้ไม่ได้ก็ต้องยอมบอกแม่ ต้องถึงขีดสุดว่าหาทางออกไม่ได้แล้ว แต่ทุกๆ อย่างที่ผ่านมา ณ โมเมนต์อายุ 29 ผมหาทางออกได้หมดเลย ไม่มีอะไรให้แม่รู้จะได้ไม่เครียด

จนเรื่องผ่านไปแล้วผมไปเล่าให้แม่ฟังว่าชีวิตเจออะไรมาบ้าง แม่ผมเป็นเวิร์กกิ้งวูแมน อาจจะไม่มีเวลาให้ผมเยอะ แต่ผมไม่เคยรู้สึกขาด พ่อกับแม่เป็นเพื่อนกัน ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ ตัวเราก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้วไม่เป็นภาระให้ใคร ไม่ทำให้คนอื่นทุกข์ใจ ไม่ทำให้คนอื่นลำบาก

ตอนที่ไปเล่าให้แม่ฟังถึงเรื่องที่เราแก้ปัญหาไปแล้ว แม่ร้อง โอ้โห! ทำไมเป็นขนาดนี้ ตบหลังก็มี ผมก็บอกว่ามันผ่านไปแล้วๆ แม่ก็ร้องว่า ‘นี่ลูกฉันเหรอเนี่ย’ คือผมใช้ชีวิตแบบสุดมาก่อน ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนดีนะ แต่ก็ไม่ได้เป็นคนสีดำอะไรขนาดนั้น รู้ผิดชอบชั่วดี อะไรที่ไม่ควรก็ไม่ควร อะไรที่ควรก็ควรอะไรถูกอะไรผิด เป็นคนที่ต้องเจอก่อน เจ็บแล้วจำ จำแล้วไม่ทำอีก ถามว่าดื้อไหม ดื้อครับ ไปสุดก็คือสุด พอมันเด้งกลับมาเราจะได้รู้ไงว่าเป็นยังไงทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี อย่าทำแบบนี้นะ คิดถึงคนอื่นนะ”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” IG/treporapat
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

อะไรที่ทำให้เราไม่หลุดออกไปเลย?

“ผมมีสังคมเพื่อนที่ทั้งเกเร เด็กเรียน เด็กกลางๆ ผมอยู่ที่จุดแต่เข้ากับทุกคนได้หมด วันที่ผมรู้สึกว่ามันจะหลุดออกไปแล้ว ก็จะดึงตัวเองกลับมาด้วยคำที่ว่าสิ่งที่อยู่มันไม่ถูกต้อง ทุกอย่างอยู่ที่เรียนนรู้จริงๆ ครับ (ความแสบไม่ธรรมดา?) ผมเป็นคนเพื่อนเยอะ (หัวเราะ)

แต่การที่ผมอยากอยู่ตรงนี้ เพื่อนก็ภูมิใจนะ (ยิ้ม) เพื่อนอบกว่าคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ผมก็บอกเพื่อนว่าตัวเองก็ยังคิดไม่ถึงเลย (หัวเราะ) ผมไม่เป็นคนไม่ชอบอยู่กับสปอร์ตไลท์ตั้งแต่เด็กแล้ว กิจกรรมโรงเรียนก็ไม่ไป โดดเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะการโดดเรียน มันก็คืออีกหนึ่งประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้ว่าอะไรทำแล้วดี อะไรทำแล้วไม่ดี แต่ผมเองก็เตือนตัวเองว่าการเรียนต้องดีนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปชีวิตในช่วงนั้น ก่อนไปเมืองนอกและกับปัจจุบันก็ฟ้ากับเหวเลย เมื่อก่อนมันอาจจะไม่ได้หนักขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ดีมาก

แต่พอมองย้อนกลับไปก็ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้อยากรู้สึกว่าต้องแก้ไขอะไรเลย สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ มันคือประสบการณ์ที่อาจจะสั่งสอนให้ผมเป็นคนแบบนี้ ถึงจะเคยทำเรื่องแย่แต่ก็ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันช่วงชีวิตในช่วงวัยรุ่นที่เราผ่านโลกมาก่อน บางทีเราเห็นคนที่เพิ่งเป็นเหมือนเรา ก็ทำให้เห็นว่าทุกคนต้องเรียนรู้เองจริงๆ”

ชีวิตแฮปปี้?

“ผมแฮปปี้ตลอดๆ วันว่างๆ นอกเหนือจากถ่ายละคร ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้าน ตื่นมากินข้าว นอนเล่นโทรศัพท์ ให้อาหารปลา อาหารสุนัข ดูซีรีส์ ไปเจอเพื่อนบ้าง บางทีเพื่อนก็มาบ้านบ้าง ชีวิตประจำวันผมก็สบายๆ ไม่ได้หวือหวามาก ผมกินมังทุกวันพระมาเป็น 7 ปีแล้ว เริ่มจากแม่กินก่อนผมก็กินตาม ส่วนไปจัดทริปก็ต้องเช็คตารางงานถ้าว่างก็ไป”

แคร์ความรู้สึกคนรอบข้างมาก มีคนที่แคร์มากๆแล้ว?

“ด้วยอาชีพของคุณแม่ที่ต้องบริการคนอื่น ดูแลบริษัท แล้วด้วยความที่ผมอยากให้คนที่อยู่ด้วยมีความสุขที่สุด ถึงแม้วันที่ผมไม่มีความสุข แต่หน้าที่คือหน้าที่ แล้วคนที่มาอยู่ร่วมกับเราต้องไม่รู้สึกสิ่งที่เรารู้สึกไปด้วย ทำให้ทุกคนมีความสุขก่อนแล้วเรื่องแย่ๆ ค่อยจัดการด้วยตัวเราเอง ถามมีคนที่แคร์มากๆ หรือยังเหรอครับ (หัวเราะ) คุณแม่ครับ (นอกจากแม่?) มีอยู่แล้วนะ (ยิ้มหวาน)”

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” ตรี ภรภัทร
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

สัมภาษณ์พิเศษ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” IG/treporapat
ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา

6 มิ.ย.67! กฟน.ประกาศ “ดับไฟ” 6 พื้นที่ กทม.-สมุทรปราการ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ