"ครูเต้ย" ปล่อยโฮยกมือไหว้กลางรายการ ด้าน "ขนม" ขอโทษพร้อมข้อตกลง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สรุปดรามา "ครูเต้ย-ขนม" หลังออกรายการ "โหนกระแส" เปิดใจเคลียร์ทุกเรื่อง อึ้ง ! ต่างฝ่ายต่างเล่าพฤติกรรมที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน

หลังจากที่เรื่องราวความสัมพันธ์ในอดีตของนักร้องลูกทุ่งอินดี้ชื่อดัง ครูเต้ย อภิวัฒน์ และ ขนม ศศิกานต์ ถูกขุดคุ้ยออกมาอีกครั้ง จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล ล่าสุด (6 มิถุนายน 2568) ทางรายการ โหนกระแส จึงได้นำทั้งคู่พร้อมคนรอบข้างมาเปิดใจเคลียร์ต่อหน้ากัน โดยงานนี้กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างก็เล่าพฤติกรรมของอีกคนที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนผ่านที่สาธารณะ แต่ในที่สุดก็ตกลงจบเรื่องนี้ด้วยดี

ครูเต้ย-ขนม YT / โหนกระแส
สรุปดรามา "ครูเต้ย-ขนม"

ทั้งนี้ก่อนจะตกลงจบด้วยดี การเคลียร์กันในรายการร่วม 2 ชั่วโมง ต่างคนต่างก็ขุดเรื่องราวในอดีตช่วงที่ยังเป็นสามี-ภรรยากันขึ้นมาถกเถียง จนมีน้ำตาด้วยกันทั้งคู่ และได้มีการยกมือไหว้ขอโทษสำหรับเหตุการณ์นั้นๆที่เกิดขึ้น 

ขนม : ตอนนี้พี่อาจจะเจ็บปวด แต่ตอนนั้นหนูก็เจ็บปวด (ร้องไห้) เหมือนกัน ไม่เคยได้รับคำขอโทษเลยนะพี่เต้ย

ครูเต้ย : (ร้องไห้หนัก) พี่ยอมทุกอย่างที่ผ่านมา แต่ขออย่าพูดเรื่องลูก ที่เคยตกลงกันไว้ ทำไมหนูต้องเอาเรื่องนี้มาพูด พี่ไม่อยากให้เอาเรื่องนี้มาพูดในรายการได้ไหม วันหนึ่งเด็กมาเห็น เอาแค่เรื่องผู้ใหญ่ ไม่ใช่เอาเรื่องเด็กมาโหนทำร้ายกัน

ขนม : ไม่ได้เอาเรื่องเด็กมาโหน แต่พี่ไม่คิดเลยทำไมเขาถึงโกรธ ไม่เข้าใจบ้างคนรอบตัวเขาทำไมถึงโกรธพี่ ทั้งพ่อแม่ทุกคน

ครูเต้ย : ผมยอมรับผิด ช่วงเวลานั้น ผมมีความคิดแบบนั้น ขอโทษที่บอกว่า ทำไมต้องสร้างแต่ปัญหา วันนั้นเราทะเลาะกัน

ขนม : ไม่ได้ทะเลาะ หนูเลี่ยงไม่พูดเรื่องนี้หลายครั้ง แต่เหมือนเขาไม่สำนึกสิ่งที่เขาทำบ้าง หนูไม่เคยได้รับคำขอโทษจากเขาเลยสักครั้งเดียว

ครูเต้ย : พี่ขอโทษ ขนม ในแชทก็มี

ขนม : มันติดอยู่ในหัว วันที่มีน้องเดินไปบอกกลับได้คำตอบ ว่าสร้างแต่ปัญหา ไล่ให้ไปร้องไห้ที่อื่น

ครูเต้ย : วันนั้นเราทะเลาะกันมาก่อน กลับบ้าน อารมณ์มันดาวน์ ขอโทษ (ยกมือไหว้) วันนั้นที่หนูพูดแล้วพูดว่าสร้างแต่ปัญหาพอหลังจากนั้นเราก็คุยกันปรึกษากันจะเอายังไง เพราะก่อนหน้านี้เราคุยกันว่าจะมีลูกคนเดียว ตอนนั้นความคิดผมรักลูกคนแรกมาก เลยหาทางกัน ในแชทจริงเป็นคำพูดจริง ที่เราคุยกัน พี่ไม่ได้ไปบังคับ มันหาวิธี

ขนม : เขาถามหนูว่าจะไปทำที่โรงพยาบาล หรือซื้อยามาทำเอง หนูบอกว่าหนูไปโรงพยาบาลไม่ได้ เหมือนตอนนั้นหนูไม่มีทางเลือกอื่นเลย หนูบอกใครก็ไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เอา

ก่อนที่ ครูเต้ย จะยกมือไหว้ และบอกว่า “ขอโทษที่ตอนนั้นมีความคิด ขอโทษ ขนม ขอโทษ แม่ยาย ที่มีความคิดแบบนั้น จากนั้นก็ตกลงจะมีเขาอย่างเต็มใจ รักเขาไม่แพ้พี่คนโต ออกมาวันนี้ไม่ได้อยากมาแก้ตัว แค่วันหนึ่งลูกมาเห็นข่าวพวกนี้ กลัวเขาเข้าใจผิดว่าไม่รักเขา ไม่ต้องการเขา ตอนนั้นผมผิดที่คิดตอนนั้น แต่หลังจากนั้นผมไม่มีความคิดนั้นอีกเลย ผมรักเขามาก ถ้า เติมเต็ม มาดูคลิปนี้ของพ่อ พ่ออยากขอโทษ ที่ตอนนั้นมีความคิดนั้น หลังจากนั้นมา พ่อก็รักหนูไม่แพ้เจเจ๊ พ่อสัญญาจะดูแลลูกสองคนให้เต็มที่และการกระทำของพ่อ” จังหวะนี้ครูเต้ยร้องไห้อย่างหนัก

สถานการณ์ยังคงดุเดือดอย่างต่อเนื่องเมื่อ ครูเต้ยขออธิบายคำว่ายังไม่พร้อมที่จะมีลูกคนที่ 2 ให้ทุกคนได้เข้าใจร่วมกันว่าเพราะอะไร โดยครูเต้ยเผยว่า ลูกคนแรกตนและขนมยังไม่มีเวลาให้เขาอย่างเต็มที่เลย ตนทำงานแทบทุกวัน เดือนหนึ่งเข้าบ้าน 3-4 ครั้ง คิดว่าลูกคนแรกยังมีแค่แม่ยายและอากงเป็นคนเลี้ยง ถ้าลูกคนที่สองถ้ามีจะขนาดไหน และขนมมีปัญหาเรื่องพอต ยังไม่เลิก ซึ่งครูเต้ยไม่ได้บอกว่าคนดูดพอตไม่ใช่คนไม่ดี แต่คุณเป็นแม่ยังไม่เลิกตรงนี้เลย เพราะเราเคยตกลงกันแล้วว่ามีลูกจะไม่ทำอันนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ตนไม่มั่นใจในตัวเขาในการที่จะมีลูกคนที่ 2 คือผมได้รับรู้ว่าเขาดูดพอตตอนที่ท้องอยู่ มีคนที่เล่าให้ฟัง ดูดพอตตอนที่ท้องอยู่พี่หนุ่มคิดว่ามันจะมีผลอย่างไรต่อลูก อย่างไรก็ตามทาง ขนม ได้ให้ครูเต้ยไปหาหลักฐานมาว่าตัวเองสูบพอตตอนที่ตั้งท้องลูก

ไม่จบเพียงเท่านั้นช่วงหนึ่งที่ ขนม บอกว่าลูกป่วยเข้าโรงพยาบาล 7 วัน แต่ ครูเต้ย โทรมาหาวันที่ 7 ก่อนหน้านั้นไปไหน ทำไมไม่ติดต่อลูกมาเลย และ ครูเต้ย ได้โต้กลับไปว่าลูกป่วยตนก็ไปหา แม้ไม่ได้โทรหาทุกวัน แต่ก็โทรตลอด ไม่ได้หายไปนานๆ แม้แต่ตอนที่อากง (พ่อของขนม) สูบบุหรี่จนทำให้ลูกอาเจียน ตนก็รู้

จังหวะนั้นเองพ่อของขนมที่นั่งอยู่หลังกล้อง ถึงกับลุกขึ้นมาโต้ทันที บอกว่า นั่งฟังมานานแล้ว ไม่อยากจะทนอีกแล้ว ตนเคยรักลูกเขยคนนี้มาก กางเกงในครูเต้ย ตนก็ซักมาแล้ว แต่วันนี้สิ่งที่ครูเต้ยออกมาพูด พ่อรับไม่ได้ ตนคาใจตั้งแต่เรื่องแต่งงานแล้ว เพราะมีลูกคนเดียว ตอนนี้ยืนยันว่าไม่ให้ลูกสาว แต่ลูกต้องการ โดยงานแต่งงานมีคนแค่ 56 คนเท่านั้น อันนี้ไม่ใช่ปิดบังหรือ ลูกของตนต้องอยู่ในบ้าน 1 ปีเต็มๆ หลานก็ออกมาไปข้างนออกไม่ได้ เพราะญาติครูเต้ยโทร.มาด่าเมียผม ฝั่งเรากดดันตลอด แต่ยอมเพื่อลูก ลูกเราไปกับครูเต้ย ต้องไปนอนหลังรถและใช้ผ้าคลุมไว้ อันนี้คือการแต่งงานหรือครับ เอาลูกผมไปต่างจังหวัด แต่งงานกันแล้ว ไล่ลูกผมไปนอนกับพื้น ไล่ลูกเราออกจากห้อง ผมไม่เคยทำกับลูกแบบนี้ ผมไม่เคยตีและด่าลูกผม วันที่จะเอาลูกผมไป ผมบอกแล้วว่าอย่าเอาลูกผมไป ลูกผมทำอะไรไม่เป็น ลูกของผมกำลังจะได้ขึ้นการบินไทย คุณมาทำชีวิตลูกผมพัง

ผมไม่เคยว่าครูเต้ยเลย ผมบอกลูกของผมผิดตลอด คุณจะมาบอกว่าลูกผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเป็นคนทำแทนลูก ทั้งซักผ้า ถูบ้าน ซักกางเกงใน ซักถุงเท้า ผมทำทุกอย่าง เพราะรู้ว่าลูกผมทำอะไรไม่เป็น ผมต้องยอมทิ้งงานมาเลย แล้วยังมีข่าวว่าผมโกงกินอีก ผมมีบิลทั้งหมด มี 1 บิลคือ ใบกัญชา คุณมาถามว่าคืออะไร ครูเต้ยต้องการทะเบียนรถ ผมก็ให้เด็กไปเอาให้และหลายครั้งให้ไปเอาของให้ พอเด็กเอามาให้ที่บ้าน ก็ไม่ได้ให้เงิน เลยถามเด็กต้องการอะไร เลยให้เงินไปซื้อกัญชา เพราะมีขายทั่วไป เด็กก็เอาบิลมาเบิก เพราะเราไม่มีรายได้

จากนั้น ครูเต้ย ก็แจงว่า ตั้งแต่คบกันมา เรารักขนม และพ่อแม่ของขนมมาก โดยฝั่งพ่อแม่ของขนมอยากไปอยู่ต่างจังหวัด เราก็ถามว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ก็มีค่าบ้านค่ารถ เราก็จัดการให้ มีหนี้ก็จัดการให้ พ่อแม่ของขนมบอกจะเอาที่มาให้ เราก็บอกให้เก็บไว้ให้หลาน จากนั้นพี่ซัพพอร์ตทุกอย่าง โดยไม่ต้องหาเงิน ที่บอกว่า 2 ปี พ่อแม่ของขนมไม่เคยได้อะไรจากผมเลย ต้องถามว่าจริงมั้ย ทุกเทศกาลเราให้ทั้งทองและเงิน

ด้านพ่อของขนม เผยว่า ตนไม่ได้เอาเงินมาฟรีๆ เพราะต้องไปขับรถให้ เคยขับรถหนีเอฟซีก็มีมาแล้ว ตนขอพูด สิ่งที่ครูเต้ยพูดไม่ใช่เลย โดยเราแค่อยากเคลียร์ให้ปัญหาจบ

ทั้งนี้บางช่วง ขนม ได้ระบายความในใจอีกว่า ครูเต้ยเคยหงุดหงิดและด่าตนว่า โง่ ไม่มีสมอง โดย ขนม รับรู้ว่าครูเต้ยเป็นซึมเศร้า มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตลอด ก็รู้สึกอึดอัด อยากให้เขาไปหาหมอ จะได้อยู่ด้วยกันได้ แต่เหตุการณ์คำนี้มันมีมาเรื่อยๆ ตลอด แต่สุดท้าย ขนม บอกว่าธงวันนี้ คือ อยากให้ครูเต้ยสนใจและใส่ใจลูกมากกว่านี้เหมือนกับเมื่อก่อน แล้วต้องมีข้อตกลงเรื่องลูก พร้อมกับมีความสำนึกที่ทำผิดไป ขนม ยังขอให้ครูเต้ยยืนยันคำเดิม ว่าทรัพย์สินที่หามาได้ในช่วงที่อยู่ด้วยกันต้องให้ลูก เพราะกลัวว่าครูเต้ยจะเอาไปให้คนอื่น หลังจากนี้ถ้าจะสร้างใหม่ไม่ขอยุ่ง และต่อจากนี้เราทั้งคู่ไม่ต้องมายุ่งกันอีก ขอให้คนรอบข้างของทั้ง 2 ฝั่ง ต่างคนต่างต้องหยุด ไม่มีการโพสต์แซะโพสต์ว่ากัน

ด้านครูเต้ยบอกยินดีส่งเสียแต่ขอเป็นแบบบิลจ่ายตามจริง เพราะอยากมีปฏิสัมพันธ์กับลูก แต่จะให้ตีเงินเป็นวงเงินเลย ว่าสามารถจ่ายได้เท่าไหร่ ครูเต้ยบอกว่าไม่มั่นใจเรื่องรายได้ในอนาคตว่าจะสามารถจ่ายได้เท่าเดิมหรือไม่ เพราะกลัวว่าอาจจะไม่มีงาน ซึ่งขนมก็บอกว่าเป็นเรื่องในอนาคตก็ค่อยว่ากันไป

ท้ายสุดทั้งสองฝ่ายขอโทษซึ่งกันและกัน และบอกว่าจะทำตามข้อตกลงที่ให้กันไว้ ขอให้จบกันด้วยดี

ครูเต้ย-ขนม FB / Toey Apiwat Boonanak
สรุปดรามา "ครูเต้ย-ขนม"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ