การประกวดเวทีนางงามจักรวาลครั้งที่ 74 “Miss Universe 2025” รอบตัดสิน หรือ 74th Miss Universe Final Show สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย โดย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล หรือ “บอสณวัฒน์” เผยถึงงานนี้ว่า แม้จะต้องทำงานหนักต่อเนื่องกว่า 20 วันเต็ม ทั้งกายและใจ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้รู้สึกคุ้มค่า
คนดูชื่นชอบโปรดักชันและบรรยากาศโดยรวม ซึ่งทีมตั้งใจรักษากลิ่นอายความเป็น Miss Universe พร้อมกับ แสง สี เสียง CG และการบล็อกกิงให้ได้มาตรฐานระดับโลก
จนทีมงานต่างชาติยังเอ่ยปากชมว่า “ฝีมือของไทยทำได้อย่างมืออาชีพ” โดยโปรดักชันแทบทั้งหมดสร้างสรรค์โดยคนไทยล้วน
เมื่อพูดถึงผลงานของวีนา บอสณวัฒน์ ยืนยันว่าในมุมของเขา “น้องไม่มีพลาด” ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งการเตรียมตัว การตอบคำถาม มีสมาธิ ทำตามข้อแนะนำ และการทำให้ตัวเองดูเป็นธรรมชาติบนเวที จุดแข็งเหล่านี้ทำให้วีนาเดินมาถึงตำแหน่งรองอันดับ 1 ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งจากคนไทยและสื่อต่างประเทศ เขายอมรับว่าแอบเสียดาย แต่ก็เคารพผลการตัดสิน
บอสณวัฒน์ เล่าว่า ก่อนประกวด เชื่อว่าวีนาจะต้องเข้ารอบลึกอย่างน้อย 5 คน หรือ 3 คนสุดท้าย ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด แม้สุดท้ายจะได้ตำแหน่งรองอันดับ 1 แต่เราก็ได้พิสูจน์ว่า เราก็มีผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้คนรักวีนามากขึ้น
ในด้านธุรกิจ บอสณวัฒน์ เล่าว่า ปีนี้เป็นครั้งแรกที่การจัดงานไม่ขาดทุน รายได้จากสปอนเซอร์ บัตร และกิจกรรมต่าง ๆ ทำได้ตามเป้า แม้กำไรจะไม่เยอะเพราะค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่พิสูจน์ว่าทีมไทยมีศักยภาพจัดงานระดับโลกได้จริง
เมื่อถูกถามถึงโอกาสการเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง บอสณวัฒน์ ตอบว่าตอนนี้ยังไม่ได้คิด แต่ไม่ปิดโอกาสในอนาคต หลังจากนี้จะโฟกัสงาน Miss Universes และ Miss Grand Thailand และโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังพิจารณา พร้อมเตรียมเดินสาย Roadshow ร่วมกับผู้ชนะ Miss Universes 2025 เม็กซิโก ไทย และ เวเนซุเอลา เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ถึงวันที่ 4 ธันวาคม 2568
ท้ายที่สุด บอสณวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานในปีนี้ทำให้เขาเรียนรู้การอดทน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น สิ่งที่ยึดมั่นมาเสมอ คือ หลักการที่ว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน และการประคับประคองสถานการณ์ให้ทุกอย่างเดินหน้าได้โดยที่ประเทศไม่เสียหาย หลายอย่างเป็นเงื่อนไขที่ต้องยอมเพื่อให้งานสำเร็จ
นอกจากนี้ บอส ณวัตน์ ยังได้ขอบคุณแฟนนางงามทั้งไทยและต่างประเทศที่สนับสนุน พร้อมฝากว่า แม้จะมีสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ทีมไทยทำได้คือ “เต็มที่ที่สุด” และหวังให้ทุกคนจดจำความสุขจากเวทีปีนี้ต่อไป