จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ม้า อรนภา กฤษฎี ศิลปินและนางแบบชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ลงใน Instagram ระบายความในใจว่า ถูกคนร้องเรียนกับคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. เนื่องจากแผงขายห่อหมกของตน ซึ่งอยู่ที่ศูนย์การค้าภายในซอยสุขุมวิท 26 ไม่ได้ติดป้ายราคา โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ 1 คน ทำทีมาซื้อห่อหมก ก่อนที่จะนำเจ้าหน้าที่อีก 5 คน มาตรวจสอบพร้อมปรับในราคา 200 บาท ซึ่ง ม้า อรนภา ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ และเหตุใดเรื่องแค่นี้ถึงต้องมากันเหมือนจับโจร
ล่าสุด ม้า อรนภา ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น โดย ม้า อรนภา ยอมรับว่า ตัวเองสะเพร่าเองที่ไม่ได้ติดป้ายราคาสินค้า และศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียด ตนเป็นเพียงแค่แม่ค้าชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง และเติบโตมากับตลาดที่ทุกคนก็ไม่ได้มีการติดป้ายราคา เราจะไปซื้อของเดินตลาด ก็รู้กันว่าราคาเท่าไหร่ หากราคาสินค้าขึ้นก็คุยกันได้ว่าขึ้นเพราะอะไร
ซึ่งตนเองก็ขายห่อหมกมาแล้ว 6 ปี ตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด-19 โดยสาเหตุที่ไม่ได้แปะป้ายราคาห่อหมก เพราะตัวห่อหมกนั้นทำจากใบตองและร้อน ตนก็ไม่รู้ว่าจะแปะป้ายตรงไหน ที่ผ่านมาจะมีแต่ลูกค้าประจำที่รู้ราคา และบางทีก็จะมีลูกค้าใหม่มาถามทั้งหน้าร้าน และในโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนก็ตอบไปตามปกติและทำแบบนี้มาเป็นประจำ เลยไม่ได้ติดป้ายราคาแต่อย่างใด
ส่วนสินค้าอย่างอื่น เช่น น้ำพริก หรือกับข้าวอย่างอื่นนั้น ยอมรับว่าติดป้ายบอกราคา เพราะมีเป็นจำนวนมาก และบางครั้งตนก็ขี้เกียจบอกราคาสินค้าอย่างอื่น ที่ไม่ใช่ห่อหมก เวลามีคนมาถามสินค้าเหล่านั้นก็ให้ดูป้ายเอา
โดย ม้า อรนภา เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ว่า มีเจ้าหน้าที่จาก กกร. 1 คนมาซื้อห่อหมก ในลักษณะของการล่อซื้อ ซึ่งตนก็ขายไปและไม่ได้สังเกตอะไร สักพักมีเจ้าหน้าที่จาก กกร. 5 คน เดินทางมาที่แผง ก่อนที่จะแจ้งกับตนว่า ตนถูกผู้ไม่ประสงค์ออกนามร้องเรียนว่า ไม่ติดป้ายราคาขายห่อหมก
ตนยอมรับว่าตอนนั้นเกิดอารมณ์โมโห และไม่พอใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีคนมาร้องเรียน รวมทั้งรู้สึกว่า พอมีเจ้าหน้าที่มาเยอะ ก็เปรียบเสมือนว่าตนเองเป็นโจรผู้ร้าย เจ้าหน้าที่จึงบอกให้ตนใจเย็น ๆ และค่อย ๆ อธิบายว่า มีคนร้องเรียนมาทาง กกร. เรื่องไม่ติดป้ายราคาสินค้าห่อหมก พร้อมกับมีข้อความร้องเรียนระบุว่า ตนเองเป็นผู้มีชื่อเสียงและเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการบันเทิง ต้องดำเนินการทางกฎหมาย
นั่นจึงทำให้ตนตั้งข้อสงสัยว่า คนที่มาร้องเรียนอาจจะจงใจกลั่นแกล้งตนหรือไม่ เพราะถ้าคนที่หวังดีจริง ๆ เพียงแค่เดินมาบอกหน้าร้านให้ตนติดราคา ตนก็รับฟังแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาร้องเข้าระบบแบบนี้ พอตนถามว่าใครเป็นผู้ร้องเรียน ทางเจ้าหน้าที่ก็สงวน บอกว่าไม่สามารถระบุได้ว่าใคร เพราะเป็นความลับ ซึ่งตนก็เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ถ่ายป้ายราคาสินค้าตัวอื่นเป็นหลักฐานด้วย
ทางเจ้าหน้าที่จึงระบุว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย มีโทษปรับถึง 10,000 บาท แต่เนื่องจากกรณีของตนเป็นแผงลอยและเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก จะพิจารณาให้ปรับ 200 บาท ซึ่งจะส่งหนังสือใบค่าปรับมาให้ภายหลัง
ม้า อรนภา กล่าวต่อว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ตนก็คงจะทำป้ายราคามาติด ทั้งที่แผงลอยและร้านที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งตามปกติตนก็จะมีราคาบอกอยู่ในช่องทางขายทางออนไลน์ และเวลาผู้ใช้โซเชียลมีเดียสอบถามตามช่องคอมเมนต์อยู่แล้ว
ส่วนประเด็นที่ว่า เป็นเพราะราคาห่อหมกแพงจึงไม่ติดป้ายราคานั้น ม้า อรนภา ระบุว่า ห่อหมกของตนแพงตรงไหน เนื่องจากห่อหมกของตนมีคุณภาพ มีวัตถุดิบที่ดี คัดวัตถุดิบที่มีคุณภาพและสะอาด รวมทั้งพิถีพิถันในการทำ ซึ่งเป็นห่อหมกสูตรโบราณของแม่ ให้ไปถามลูกค้าประจำได้เลย ทุกคนก็ต่างชื่นชอบและติดใจในรสชาติห่อหมกของตน แม้ทุกวันนี้ราคาวัตถุดิบจะแพงขึ้น แต่ตนก็ไม่ขึ้นราคา ไม่สามารถขึ้นได้
- ห่อหมกธรรมดาจะมีราคา 80 บาท
- ห่อหมกมีพุงหรือหัวผสมก็จะเป็นราคา 180 บาท
- ห่อหมกมีอกหรือคางผสมก็จะราคา 150 บาท
- ห่อหมกปลากระพงมีราคา 150 บาท
- ห่อหมกแซลมอนราคา 200 บาท ซึ่งเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด
โดยม้า อรนภา กล่าวย้ำหลักการว่า อาหารที่อร่อย วัตถุดิบต้องดี รวมทั้งต้องยืนยันด้วยวิธีการทำที่สะอาด และมีคุณภาพ ตนไม่ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะพวกเขาทำตามกฎหมาย เพียงแต่ตกใจอยู่ว่าทำไมต้องมากันเยอะขนาดนี้ ส่วนจะสืบหาคนที่ร้องเรียนหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ทำ เพราะเป็นเรื่องไร้สาระ และเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือของพ่อค้าแม่ขายในศูนย์การค้าเดียวกัน เนื่องจากทุกร้านต่างก็เป็นมิตรกันกับตน อัธยาศัยดี และในศูนย์การค้าก็มีร้านตนร้านเดียวที่ขายห่อหมก แต่เชื่อว่า ผู้ที่ร้องเรียนอาจกลั่นแกล้งด้วยเหตุมีแนวคิดทางการเมือง ที่ต่างกันหรืออาจหมั่นไส้ตนเป็นการส่วนตัว
ส่วนตัวจึงรู้สึกไม่ท้อ แม้ว่าจะยังคงถูกกลั่นแกล้งก็ตาม ตอนนี้ตัวเองก็ถอยออกมาจากวงการบันเทิง มาเป็นแม่ค้าขายห่อหมก และไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว ย้ำว่าไม่ได้อยากดังหรือสร้างกระแส ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตเงียบมากพอแล้ว ไม่ได้เป็นไปตามที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าตนมาหาแสง ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าต่อไป เดินหน้าลุยไฟแม้ข้างหลังจะมีแผลเหวอะหวะก็ตาม เพราะสุดท้าย คนที่คิดไม่ดีกับตนก็จะแพ้ภัยตัวเองไป
ม้า อรนภา กล่าวทิ้งท้ายว่า ยังคงมีชาวบ้านบางรายที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้ และก็ไม่ได้ติดป้ายราคาสินค้า เพราะขายกันแบบบ้าน ๆ แต่อุทาหรณ์ของเรื่องนี้ ก็คงจะให้พ่อค้าแม่ขายติดป้ายราคาสินค้าด้วย แต่มองว่าหลายรายที่ไม่ถูกร้องเรียน อาจเป็นเพราะไม่ได้มีชื่อเสียงและถูกหมั่นไส้แบบตน จึงถูกร้องเรียนอย่างที่เป็นข่าว