นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ “เคนโด้” พร้อมด้วย นายนาวิน เยาวพลกุล หรือ “นาวิน ต้าร์” ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีประเด็นดรามานักไลฟ์สดมีกริยาไม่เหมาะสมในห้องประชุม จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกออนไลน์ โดยระบุว่าครอบครัวได้มูฟออนจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว แต่จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังมีบางประเด็นถูกพูดถึงในรายการชื่อดังซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง
นายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวของนาวิน ต้าร์ และภรรยา “ไฮโซน้ำหวาน” ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ลดลง แต่กลับทำให้ทั้งคู่เข้าใจกันมากขึ้น สถานการณ์นี้ครอบครัวเขาผ่านกันมาแล้ว ไฮโซน้ำหวาน กับ นาวิน ต้าร์ มูฟออนแล้ว และไม่ได้อยากเอ่ยถึงประเด็นนี้อีก
แต่เมื่อวานมีการพูดถึงหลายประเด็น ที่สวนทางกับความจริง วันนี้เลยอยากเปิดคลิปจากในห้องประชุม เพื่อให้สื่อมวลชนได้ฟังข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนในประเด็นที่ถูกพูดถึงเกี่ยวกับการ “จับหน้าอก” นายเกรียงไกรมาศ ระบุว่า ได้เห็นคลิปแล้ว แต่ขอสงวนรายละเอียดเพื่อให้เกียรติฝ่ายผู้หญิง ตนดูคลิปแล้ว เรื่องการจับหน้าอก เราขอสงวนไว้ เพราะต้องให้เกียรติฝ่ายนั้นด้วย เขาอาจจะไม่รู้ตัว หรือเหตุการณ์พาไป ภาพที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกตีความ แต่เราขอไม่ลงรายละเอียด เพราะต้องให้เกียรติผู้หญิง
ขณะที่ นายนาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ ได้กล่าวขอบคุณ นายเกรียงไกรมาศ ที่ช่วยออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุว่าต้องการพูดเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของตนโดยตรง ตนอยากพูดครั้งเดียว เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะตัวเขา แต่กระทบต่อภรรยาด้วย ในฐานะสามีคนหนึ่ง
“ต้องบอกว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่ผม แต่มันกระทบภรรยาผมด้วย คำพูดและคำวิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อภรรยาผม ผมรู้สึกเจ็บปวด เพราะภรรยาผมไม่ใช่บุคคลสาธารณะ เขาไม่จำเป็นต้องมารับคำพูดเหล่านี้” นาวิน ต้าร์ กล่าว
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในห้องประชุมเพียงครั้งเดียว แต่ถูกนำไปคาดเดาและตีความหลากหลาย วันนี้จึงนำข้อเท็จจริงบางส่วนออกมาเปิดเผย เพื่อให้สังคมตัดสินจากข้อเท็จจริง ไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีหรือตอบโต้ใคร พร้อมชี้แจงถึงที่มาของการประชุมว่า เป็นการประเมินบุคคลที่จะมาช่วยสอนด้านการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะบริษัทต้องการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปในแพลตฟอร์มอื่น จึงมีการติดต่อคนที่จะมาช่วยสอนด้านนี้
แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ตกลงว่าจะจ้างหรือไม่ เป็นเพียงการประเมินก่อน สุดท้ายเราก็เห็นว่าเขาทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ จึงตัดสินใจว่าจะไม่ทำงานด้วย ระหว่างการแถลงชี้แจงมีการเปิดคลิปบางส่วนจากในห้องประชุม โดยมีบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ร่วมอธิบายว่า อีกฝ่ายรับทราบอยู่แล้วว่า นาวิน ต้าร์ จะเข้าร่วมประชุมด้วย ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเสียงที่ปรากฏในคลิป ซึ่งถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ นาวิน ต้าร์ ให้ความเห็นว่า สิ่งที่นักไลฟ์สดทำในห้องประชุมตรงนั้น ตนคิดว่าไม่เหมาะสม และรู้สึกว่าเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีกัน ห้องประชุมเป็นที่ที่เราควรมีความสุภาพและมารยาท แต่เขาใช้สถานการณ์ตรงนั้นเพื่อแสดงบางอย่าง พร้อมกล่าวย้ำว่า ในสิทธิของตน ตนรู้สึกว่าถูกละเมิด และถูกดูหมิ่น หลังจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า หลักฐานทั้งหมดรวมถึงคลิปเต็มอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย และจะนำเข้าสู่การพิสูจน์ตามขั้นตอน ยืนยันว่ามีหลักฐานอยู่จริง การที่ออกมาพูดวันนี้เพราะอีกฝ่ายบอกให้นำมาเปิด เราไม่มีปัญหา หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตามที่กฎหมายคุ้มครองเราได้
ด้านนายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือโต้ตอบกันในสังคม วันนี้ทั้งสองคนตั้งใจพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อให้สื่อและประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริง ไม่ได้ต้องการให้เป็นสงครามโซเชียล หรือโต้ตอบกันไปมา
ขณะที่ นาวิน ต้าร์ ยืนยันว่า หลังจากนี้จะให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และเชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม ทั้งนี้ นาวิน ต้าร์ ย้ำว่าการแถลงครั้งนี้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองและครอบครัวเท่านั้น พร้อมระบุว่าขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลความรู้สึกของครอบครัว และขอให้สังคมเคารพพื้นที่ส่วนตัวในช่วงเวลาที่ต้องปรับความเข้าใจกัน
นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า ตนคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือขอพื้นที่ตรงนี้ ช่วยเคารพครอบครัวตนด้วย เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องเยียวยาซึ่งกันและกัน ตนต้องคุยกับภรรยาและปรับความเข้าใจกันในหลายเรื่อง ตนยืนอยู่ตรงนี้เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของภรรยา เนื่องจากทนไม่ได้ที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ หรือพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับภรรยา “คนที่พูดถึงเขา ก็ควรเกรงใจผมด้วย”
ด้านนายเกรียงไกรมาศ กล่าวอีกว่า วันนี้อยากให้พี่ๆ สื่อมวลชนมองในมุมความรักของครอบครัว ไฮโซน้ำหวาน กับ นาวิน ต้าร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมาจากความรัก ถ้าไม่รักกันก็คงไม่ห่วงกันขนาดนี้ ทั้งสองคนปกป้องกันมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาเหมือนเดิม
นาวิน ต้าร์ ยืนยันถึงความสัมพันธ์กับภรรยายังคงเหมือนเดิม “เรายังอยู่ด้วยกัน ยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ครับ” แต่ยอมรับว่าหลังเกิดกระแสข่าว มีความคิดเห็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ที่สร้างความรู้สึกไม่ดี แต่ไม่ต้องการลงรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความละเอียดอ่อน ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมาย นาวิน ต้าร์ ยืนยันว่าหลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและทีมทนายความ
นาวิน ต้าร์ กล่าวว่า การออกมาชี้แจงต่อสื่อครั้งนี้ เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่กล่าว “ผมมาที่นี่เพื่อยืนยันว่าผมมีหลักฐาน และสิ่งที่ผมพูดทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ไม่มีอะไรบิดเบือนไปเลย”
ขณะเดียวกัน ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าว เผยว่า บรรยากาศในที่ประชุมมีความไม่เหมาะสมบางประการ จนทำให้การประชุมต้องหยุดเป็นระยะ ในมุมของทีมงาน มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และทำให้บรรยากาศในการประชุมเสียไป เพราะเรามาทำงานแบบมืออาชีพ แต่เหตุการณ์นั้นทำให้การประชุมต้องหยุดหลายครั้ง
นายเกรียงไกรมาศ กล่าวว่า จริงๆ พี่ต้าร์เป็นสุภาพบุรุษมาก ไม่ชอบออกมาพูดหรือโต้เถียงกับใคร แต่วันนี้ที่ออกมาชี้แจง เพราะต้องการปกป้องคนที่เขารักที่สุดคือภรรยา พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวเวลาพาดหัวข่าว อยากให้ใช้คำว่า ‘ชี้แจง’ มากกว่าคำที่ทำให้ดูเหมือนการปะทะหรือฟาดกัน เพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น
นาวิน ต้าร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ครอบครัวได้ก้าวผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และต้องการเดินหน้าต่อไป โดยปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป