กลายเป็นกระแสดราม่าสะเทือนวงการลิเก เมื่อมีข่าวลือว่า “มิตร มิตรชัย” น้องชาย “เอ ไชยา – แอน มิตรชัย” เปิดศึกสายเลือดฮุบกิจการคณะลิเก “มิตรชัย” ที่ทำมายาวนานกว่า 30 ปี และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นคณะ “มิตร – แป้ง” ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปใหญ่โต หนุ่ม “มิตร” ได้เปิดใจเคลียร์หมดเปลือกถึงเรื่องดังกล่าวกับ“พีพีทีวี” ดังนี้
มีข่าวลือว่า “มิตร” กำลังจะฮุบกิจการลิเก “มิตรชัย”
“คือจริงๆผม ไม่เรียกว่าฮุบนะ เรียกว่าสืบต่อจะดีกว่า เพราะว่าอย่างพี่เอกับพี่แอนก็สืบต่อคุณพ่อคุณแม่ พอในส่วนที่พี่เขางานล้มมือแล้ว ถ้าปล่อยไปมันก็ไม่มีใครทำตรงนี้ต่อ เรียกว่าโยนภาระจะเหมาะกว่า ( หัวเราะ ) เรามีการพูดคุยนะครับคือรับทั้งเป็นเซ็ทใหญ่และก็เป็นทั้งผมกับน้องแป้ง ( ลูกสาว เอ ไชยา ) แม่ยกก็เข้าใจครับ แต่ว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะก่อนเริ่มแรกเลยที่พอผมมาเต็มตัวกับน้องแป้ง ก็อาจจะมีความรู้สึกนิดหน่อยว่า อ้าว!! แล้วจะได้ดู “แอน – ไชยา” อีกรึเปล่า ซึ่งจริงๆแล้ว พอเวลาผ่านไป ทุกคนก็ยังได้ดูพี่เอกับพี่แอนในสไตล์ที่ทุกคนเรียกร้องไปก็เป็นไปตามเนื้องานที่เจ้าภาพจ้างไป”
กระแสข่าวค่อนข้างแรงเหมือนเปิดศึกสายเลือด
“จริงๆ มันก็แรงนะครับ แต่ว่าผมเจอข่าวแรงๆ มาพอสมควร ก็เลยมีความรู้สึกว่ามันก็โอเค เพราะว่าเราอยู่ตรงนี้ เราก็ต้องยอมรับทุกสถานการณ์ด้วย ผมไม่เครียดแต่แค่เป็นห่วงบางคน อย่างแฟนๆที่ตามเรามา มีคนโทรมาถามเยอะมากว่าเป็นยังไง บอกตรงๆว่าตั้งแต่มีข่าวยังไม่ได้คุยกับพี่เอกับพี่แอนเรื่องนี้เลย แต่พี่เอกับพี่แอนเข้าใจแน่นอนครับ เพราะว่าเขาเชื่อว่าการทำงานก็มีบ้าง ที่มันอาจจะต้องมีกระแสอะไรแบบนี้ตามมาเพราะผมเองก็มาเต็มตัวจริงๆในปีนี้ มันก็เลยมองเหมือนเราจัดการไปหมดเลย พวกเรารักกันครับ สายเลือดมันไม่ใช่ศึก..แต่มันเป็นความเหนียวแน่นครับ เราไม่ได้แย่งงานกันครับ เพราะว่าจะสองคณะหรืออะไรก็ดี ทุกอย่างจะมาจากแบรนด์ “มิตรชัย” ที่เป็นสำนักงานใหญ่ที่เดียว เราไม่ได้แย่งงานเนื่องจากเป็นความต้องการของเจ้าภาพเองเลย ก็มีบางคนที่จ้างไป 4 มิตรชัย เพราะว่าถึงเวลาเรางานชนกันก็มีรุ่นสองแยกออกไปด้วย จะได้รับงานได้ช่วยกันทำมาหากินได้ ผมลงทุนเกินหลักล้านไปแล้วครับ โดยปกติแล้วลิเกคณะอื่นก็จะเป็นที่ว่าของใครของมัน แต่อย่างมิตรชัยผมต้องการให้ทุกอย่างมันออกมาในแนวคอนเซ็ปเดียวกันไม่อยากให้มันแตกยอดไปมากเลยอาจจะต้องลงทุนเยอะหน่อย”
พี่ๆเห็นว่าโตแล้วเลยปล่อยทำแล้วตรงนี้ใช่ไหม?
“ใช่ครับ เพราะว่าจริงๆแล้วพี่เอค่อนข้างจะปล่อยมาสักพักแล้ว แต่คนที่ยังไม่ปล่อยเลยคือพี่แอน เพราะว่าพี่แอนเป็นคนทำงานเก่งมา หนักมาก พี่เอด้วยความที่งานเยอะ ก็จะโยนเบื้องหลังทั้งหมดให้พี่แอน แล้วตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังพี่เอกับพี่แอนโยนให้ผมหมดเลยท มันก็เลยหลายเป็นว่ามันซึมซับจากพี่เอส่วนนึงพี่แอนส่วนนึง แต่ว่าปล่อยก็เหมือนไม่ปล่อยนะเพราะว่าทุกงานพอทำเสร็จแล้วผมต้องส่งให้ดูหมดเลย พี่เอมาดูพี่เอหายเหนื่อยแล้ว แต่บางงานเนี่ยพี่แอนจะไม่ปล่อยเลยนะ จะหาจุดติให้ได้ว่างานนี้ติดตรงไหน ( หัวเราะ ) ผมอยากจะสานต่อเพราะว่าเราทำมา 30 ปี แล้วมันก็ยังเป็นคุณภาพที่เวลาที่เจ้าภาพหาไปแพงแค่ไหน เขาไม่เคยพูดเลยว่าเสียดาย”
ต้องพิสูจน์อะไรกับแม่ยกบ้าง
“การพิสูจน์ตนเองผมมองว่ามันต้องทำอยู่ตลอดเวลานะครับ ผมมองว่าการพิสูจน์ตนเองคือการทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้คนก็มองภาพไม่ออก แต่พอเห็นรูปเห็นอะไร เห้ย!! มันเป็นลิเกแนวไหน แต่พอได้มาดูปุ๊บเค้าจะรู้เลยว่า โห!! ลิเกแท้ยังอยู่เลย แต่เพียงแค่ว่าเราใช้ยุคสมัยใหม่ที่มันเข้ามาช่วยตรงนี้เพิ่มขึ้นแค่นั้นเองครับ
ความแตกต่างเป็นยังไง
ด้วยยุคสมัยที่มันเปลี่ยน ทีนี้มันก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้ลิเกล้ำสมัยขึ้น แต่ยังอยู่ในคำว่าพอควร แล้วก็ควรจะเป็น เพราะว่าผมเองก็มีครูบาอาจารย์ที่ผมต้องให้เกียรติท่านด้วย ต้องคอยระวังอยู่เพราะว่าศาสตร์ของลิเกเนี่ยมันเป็นอะไรที่แตกต่าง ต้องไม่ควรจะไปเยอะมาก ทีนี้ผมก็เลยมีการนำศิลปะไทย เช่น การต่อสู้ คิวบู๊ หรือหนังแอ็คชั่นที่ผมชอบอย่างนี้ให้มาเกิดขึ้นจริงๆ บนเวทีลิเก มันก็จะมีโปรดักชั่นและเทคนิค เทคโนโลยีที่ช่วยให้ลิเกทันสมัยขึ้น เหมือนเวลาเราดูแบทแมนครับ มันฉายทุกยุคทุกสมัย แต่เราก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นหนังใหม่ตลอด เพราะเค้าเปลี่ยนโปรดักชั่น สิ่งที่ผมทำ คณะผมกับแป้งก็เป็นแบบนั้น คือทุกคนได้ดูกลิ่นอายลิเกแบบที่ได้ดูพี่เอกับพี่แอน แต่สิ่งที่มันจะมากไปกว่านั้นคือโปรดักชั่นใหม่ครับ"
แม่ยกเข้าใจไหม การที่นำความทันสมัยใหม่เข้ามาใส่
จริงๆ เขาเข้าใจครับ เพราะเมื่อดูเนื้องานแล้วความเป็นไทยจริงๆ มันไม่หาย ร้อง รำ ทุกสิ่งทุกอย่างมันครบจริงๆครับ แต่มันไม่มีกำแพงที่กั้นแล้วว่าลิเกต้องเป็นแค่ลิเก ลิเกเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะอย่างพี่แอนเองก็จะนำความเป็นลิเกไปสู่การโกอินเตอร์ แต่ไม่เคยทิ้งรากของความเป็นลิเก สิ่งที่ผมอยากจะทำก็คือให้คนที่รุ่นเดียวกับผมรู้สึกว่าลิเกมันไม่ได้ปิดกั้น แต่ว่ามันต้องทำในแบบพอดีเท่านั้นเอง คือเริ่มทำรุ่นสองคณะผมและน้องแป้ง 2 ปีที่แล้ว แต่มาปีนี้ที่เต็มจริงๆครับ กระแสตอบรับดีครับ เจ้าภาพบอกว่าตอบโจทย์เพราะว่าตอนนี้บางที่อย่างวัด ไม่ได้มีงบมากก็สามารถหาผมและน้องแป้งไปได้ ทีนี้มันก็ยังเป็นแบรนด์มิตรชัย แต่ถ้าเกิดว่าที่ไหนมีงบมากหน่อย อันนี้ก็จัด 4 มิตรไชย ครบทีมเลย แต่อันนี้อาจจะต้องจองคิวกันข้ามปีเพราะว่าพี่เอกับพี่แอนกว่าจะรวมคิวกันได้บนเวทีเดียวกันค่อนข้างยาก เจ้าภาพเคยซื้อตั๋วให้พี่แอนกลับจากอินเดียขอให้มาเล่นเลยเพราะว่ายังอยากเป็นพี่เอกับพี่แอน แล้วมิตรก็คู่กับแป้งครับ”
กลัวว่าลิเกมันจะหายไป?
“คือกลัวว่าลิเกจะหายไป ไม่ได้กลัวว่าคณะลิเกมันจะหมดไป แต่กลัวลิเกแท้จะหายไป คือลิเกเนี่ยมีมากมายหลายคณะ แต่ถ้าถามว่าจริงๆว่า ลิเกแท้ๆคืออะไร ตรงนี้ผมก็เลยอยากจะทำให้ตรงนี้มันชัดเจนว่าคำว่าลิเกแท้มันคืออะไร คือการแสดงทุกอย่างเนี่ยมันต้องยืดพื้นมันไม่ใช่ว่าใครจะเล่นอะไรก็เล่นได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ ทุกอย่างมันจะต้องอยู่ในขอบเขตของการเล่นลิเกจริงๆ อย่างการสืบวัฒนธรรม คุณพ่อเคยบอกไว้ รุ่นครูเคยบอกไว้ว่าสำนวนไทย สำนวนลิเกเป็นสิ่งสำคัญ แต่เพียงแค่เราตีหัวเข้าบ้านคือใช้เทคโนโลยีใหม่มามันเลยดูล้ำสมัย แต่จริงๆมันคือลิเกโบราณครับ
ผลงานของมิตรตอนนี้มีอะไรบ้าง ?
“ผมปล่อยซิงเกิ้ลเพลง “คาถาปราบผี” ออกมาเมื่อช่วงปีที่แล้ว ทีนี้ผมจะเริ่มมีเดินสายร้องเพลงสลับกับลิเก พอหยุดลิเกปุ๊บก็ไปร้องเพลง พอหยุดร้องเพลงก็ไปลิเกครับ”
อัพเดตข่าวบันเทิงได้ในรายการ ET Thailand ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.30 น. และ เสาร์ 18.20 น. และรายการ POP NEWS วันอาทิตย์เวลา 18.20 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36
หรืออ่านข่าวประเด็นฮอตวงการบันเทิงได้ทาง //www.pptvhd36.com/news/ข่าวบันเทิง