กลายเป็นประเด็นดราม่าเดือดทะลุโซเชียลตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับกรณีรูปและแชทหลุดระหว่าง “หมวยลี่ - พัชมน ธานีวัชรกุล” หรือ “หมวยลี่ เอเอฟ11” และพระเอกเนื้อหอม “โป๊ป - ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” โดยทางฝั่งนักร้องสาวได้เคยออกมาบอกว่า โดนแฮคไลน์และฝ่ายพระเอกหนุ่มก็ยืนยันสถานะเพียงพี่น้องเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีอดีตแฟนหนุ่มอย่าง “ปูน เอเอฟ11” และ “คิว เอเอฟ11” ก็ออกมาโพสต์แรงๆ ทำนองแฉ มิหนำซ้ำดาราหนุ่ม “เมฆ - จิรกิตติ์ ถาวรวงศ์ ก็โผล่แจมคอมเม้นท์สองแฟนเก่าแถมแท็กถึงสาวหมวยลี่ยาวเหยียดอีกด้วย
ล่าสุดสาว "หมวยลี่" ได้ออกมาตั้งโต๊ะเคลียร์ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า
มีอะไรอยากจะพูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นไหม
“จริงๆเมื่อกี้ได้พูดในรายการไปแล้วนิดนึง อยากให้สังคมช่วยมองเราใหม่หน่อย ลองฟังดูแล้วก็มองอีกมุมนึงที่ความเป็นลูกผู้หญิงของเราลองคิดดูว่าทุกคนเป็นหมวยจะเลือกออกมาทำแบบนี้ไหม ถ้าเรามีความสัมพันธ์หรือความรู้สึกดีๆกับใครสักคนนึง เราคงไม่ทำร้ายเขา คงไม่ออกมาทำอะไรแบบนี้ อยากให้ลองช่วยมองลองพิจารณาเราใหม่ อย่ามองแต่จากข่าวที่ออกไป จากภาพที่ออกไปโดยที่ตัวหมวยเองไม่ได้เป็นคนปล่อยออกไปด้วยซ้ำ ตัวหมวยเองยังไม่รู้เรื่อง บางข่าวผ่านไป 2 วันถึงเห็นด้วยซ้ำ”
หลายคนมองว่าแชทหลุดมาจากทางเรา
“ทางเราไม่ได้เป็นคนปล่อย ก็คือแชทหลุดอันนี้ไม่ทราบจริงๆว่าหลุดมาจากไหน มันเกิดเนื่องจากเราโดนแฮคไลน์ไปก่อน แล้วก็มีโดนแฮคไอจีไป ก็ได้เข้าไปแจ้งความแล้วเพราะว่ามันทำให้เราเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง มีการทักไปยืมเงินเพื่อน ซึ่งเพื่อนเราก็บอกว่าขอเลขบัญชีหน่อย แต่เขากลับกลายเป็นว่า True Money แทนได้ไหม เพื่อนก็ เอ้ย!!! แปลกๆแล้ว ก็เลยโทรมาคุยกับเรา เราก็เลยรู้ว่าโดนแฮค ก็ไปแจ้งความไว้ อยากบอกตรงนี้เลยละกันว่าไม่ได้เป็นคนปล่อย ไม่ทราบจริงๆว่าหลุดมาจากไหน อาจจะเป็นอะไรที่เราเคยส่งให้เพื่อนเราดูหรือเปล่า แต่เราก็ไม่ได้อยากจะโทษเพื่อนเรา จะบอกว่าไลน์มันแฮคยากอันนี้ก็ไม่ทราบอีกอยู่ดี เพราะว่าไม่ได้มีความรู้ด้านนี้เลย แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนปล่อยจริงๆ
แล้วได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญไหมเรื่องไลน์ว่ามันแฮคยากขนาดไหน
“มีถามเพื่อนที่เป็นโปรแกรมเมอร์ เพื่อนก็บอกว่าแฮคยากแต่แฮคได้ จริงๆรู้แค่อีเมล์ ประมาณนี้ค่ะ”
แล้วเราได้ส่งอะไรให้เพื่อนเราดู
“บางทีเราก็มีส่งฟีลแบบเพื่อนผู้หญิงคุยกัน เม้าท์กัน เราก็มีส่งแบบ เห้ย!! ดูนี่สิ”
ปกติเม้าท์อะไรอย่างนี้บ่อยไหม เพราะก่อนหน้านี้มันก็เคยมีกรณีแบบนี้ เรากลัวไหมว่าวันหนึ่งมันจะหลุด
“เราก็ไม่คิดค่ะ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะโดนอะไรแบบนี้ เราก็คุยกันตามประสาเพื่อน เพื่อนแต่ละคนที่คุยก็เพื่อนสนิททั้งนั้นเลย”
แล้วที่เราบอกว่าเราเม้าท์กับเพื่อนคือเม้าท์ถึงผู้ชายอีกคนนึงหรือเปล่า เพื่อนก็เลยออกมาแฉ
“อ่อ ไม่ค่ะ เป็นฟีลเหมือนแบบวันนี้ไปนี่นะ วันนี้อยู่นี่นะ”
รู้จักกับ”โป๊ป” เมื่อไหร่ ที่เริ่มถึงความสัมพันธ์เลย
“จริงๆแล้วก็ไม่อยากสร้างประเด็นเพิ่มเนอะ รู้จักมาสักพักนึงค่ะ คือรูปนั้นไม่ทราบนะคะ เพราะไม่ได้เป็นคนถ่าย”
แต่มันออกมาจากกล้องเรานะ
“ไม่ค่ะ ไม่ใช่”
ยืนยันว่าไม่ใช่คนถ่ายในห้องเชือด
“ไม่ใช่ค่ะ”
ความสัมพันธ์กับ “โป๊ป” เริ่มจากเมื่อไหร่
“ปีที่แล้วนะ แต่จำไม่ได้ว่าช่วงไหน
ตั้งแต่ที่เขาเป็นพี่หมื่นแล้วใช่ไหม หรือว่าก่อนหน้านั้น
“ตรงนี้ขอเป็นเรื่องส่วนตัวได้ไหม คือไม่อยากสร้างประเด็นเพิ่มแล้วจริงๆ วันนี้ที่ออกมาพูดเพราะต้องการให้ทุกอย่างมันจบ ไม่อยากสร้างอะไรเพิ่มแล้ว”
แล้วรู้จักได้ยังไง
“อย่างที่หนูบอกนะคะ ขอให้ตรงนี้เป็นเรื่องส่วนตัว”
เห็นว่าคุยกันมา 5 เดือนใช่ไหม
“ก็คุยกันค่ะ ตามที่บอกตามที่พูดว่ารู้จักกัน”
ความสัมพันธ์อยู่ขั้นไหน คนรู้ใจหรือว่าศึกษาดูใจ
“ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร ความรู้สึกดีๆละกัน ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องกัน ก็คือคุยปีที่แล้ว 5 เดือน”
เราตกใจไหมที่อยู่ดีๆเขามาคุยกับเราเพราะตอนนั้นเขาก็มีชื่อเสียง
“ก็ไม่ตกใจนะ คือหมวยคุยกับพี่เขาไม่ได้มองว่าเขาคือใคร เขาเป็นใคร ณ จุดๆนั้น ในตอนนั้น เรามองแค่ว่าเขาคือผู้ชายคนนึง เราดูแค่นิสัย เราไม่ได้มองว่าภาพลักษณ์ ชื่อเสียงอะไรต่างๆ ไม่ได้มองตรงนั้นเลย”
ระหว่าง 5 เดือนมีการจีบไหม
“ต้องขนาดนี้ไหมอะพี่ (หัวเราะ)”
แล้ว 5 เดือนที่บอกมีความรู้สึกดีๆอะ เราคิดไหมว่าพี่เขาจะจีบเราไหม จริงจังกับเราไหม
“เราคุยกับเขามา 5 เดือน ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยให้ อย่างนี้ดีกว่า หนูไม่ทราบว่าจะเรียกว่าสถานะแบบไหน ก็เป็นความห่วงใย ความรู้สึกดีๆที่มีให้กันเนอะ ( ได้ถามเขาไหม ) ไม่ได้ถามค่ะ หนูรู้สึกว่าเรื่องความสัมพันธ์ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตามมันขึ้นอยู่กับเวลา ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
แล้วช่วง 5 เดือนนั้นเรามีคบใครไหมคะ
“ไม่มีค่ะ”
ไปไหนมาไหนด้วยกันใช่ไหม
“ก็มีบ้างค่ะ แต่มีไปแบบเป็นกลุ่มอะไรอย่างนี้
( ไปกัน 2 คนมีไหม ) มีบ้างๆค่ะ”
พี่เขาโอนเงินให้จริงไหม ค่าอะไรหมื่นนึง
“ฝากซื้อของค่ะ ไม่ได้มีอะไร ไม่ใช่ค่าตัวนะ”
แล้วกระดาษทิชชู่นี่คืออะไร คนมองในแนวทางไม่ค่อยดีรู้สึกยังไง
“รู้สึกแย่เหมือนกันนะคะ พี่ลองนึกสภาพนะ คนมาถามแม่เรา ลูกเธอขายตัวเหรอ ลูกเธอทำอาชีพขายบริการเหรอ หนูต้องรู้สึกยังไง”
เราได้อธิบายครอบครัวเราว่ายังไงบ้าง
“คือคุณแม่รับรู้เรื่องราวที่ผ่านมาตลอดอยู่แล้วแหระ แล้วคุณแม่ก็รับทราบมาตลอดว่ามันเป็นยังไง ส่วนเงินหมื่นนึง พี่หนูบอกตรงๆเลยนะ มันไม่ได้เยอะเลยอะ คือพี่เขาแค่ฝากซื้อของแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไร ( นึกว่าฝากซื้อกระดาษทิชชู่ ) ไม่ค่ะ ไม่มีอะไร พี่อย่าคิดมาก มันคือก็แค่ฝากซื้องของ”
แล้วเอาไปให้ที่ไหน
“ก็เหมือนแบบจะเจอกันนี่แหละ เขาก็แบบฝากซื้อหน่อย”
มีฝากซื้อของแล้วเอาไปให้ที่บ้านไหม
“ไม่ขนาดนั้น”
แล้วเขามาบ้านเราไหม
“ไม่ๆ นัดเจอข้างนอก เจอที่สาธารณะนี่แหละ”
อย่างเราคุยกับเขา 5 เดือน คนรอบข้างรู้ไหม
“มีบางส่วนที่รู้ค่ะ เป็นเพื่อนสนิท คุณแม่ ก็บอกคุณแม่ว่าคุย พี่เขาน่ารักนะ เวลามีอะไรที่น่ารักๆเราก็กลับมาเล่าให้คุณแม่ฟังแค่นั้นเอง”
คุณแม่เป็นห่วงไหม
“ห่วงค่ะ ห่วงด้วยว่าพี่เขาก็เป็นคนของสังคม มันก็อาจจะมีผลกระทบกับเราในอนาคต อย่างวันนี้ที่เกิดขึ้นเป็นต้น กระทบค่อนข้างหนักเหมือนกัน”
อย่างแชทไลน์ที่หลุดออกมาทำให้คนมองเราค่อนข้างไม่ค่อยดี เรารู้สึกยังไง
“รู้สึกแย่นะ เพราะว่าถ้ามันออกมาแค่ระลอกแรกที่ออกมาว่ามีข่าวกับพี่เขา มันคงไม่พังขนาดนี้ เรารู้อยู่แล้วว่าถ้าเราทำอะไรแบบนี้ออกไป คือมันจบมันพังแน่ๆ แล้วเราก็ไม่ได้คิดจะทำด้วย คือไม่ทราบว่าใครที่เป็นคนทำ อาจจะมีคนไม่พอใจอะไรแบบนี้หรือเปล่า เราก็ไม่ทราบ ก็ไม่รู้ไปขัดขาใครไว้หรือเปล่า ยังไงก็ขอโทษไว้ตรงนี้เลยนะคะ”
มีคนมองว่าเราทำอย่างนี้ เพราะว่าต้องการจะเกาะกระแสเขาดัง
“ไม่ค่ะ รอดูได้เลยค่ะ ตอนนี้ไม่ได้รับงานในวงการเลย มีติดต่อเข้ามาก็ไม่รับ รายการไหนเชิญไปก็ไม่ไป เพราะว่าไม่อยากให้คิดด้วยว่าเป็นกระแสตรงนี้เราถึงกลับมาทำงานในวงการบันเทิงได้ แล้วบอกตรงๆค่ะ ว่าไม่ได้อยากจะทำงานตรงนี้แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น เราก็คงพายามอะไรมากกว่านี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เราเงียบหายไป”
มีข่าวเม้าท์มาว่าเราถึงขั้นออกจากงาน
“ใช่ค่ะ มีการเรียกไปตักเตือน ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ทำให้เสียชื่อเสียงบริษัท ไม่รู้ว่ามีสำนักข่าวไหนที่เขียนหรือเปล่าว่าทำงานที่ไหน หนูก็ไม่เห็นเหมือนกัน แต่ว่าก็เข้าใจบริษัท เป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ เราก็เลยโอเค ลาออกเองดีกว่า”
หลังจากนี้ความสัมพันธ์กับ “โป๊ป” จะจบเด็ดขาดเลยไหมหรือจบกันมาก่อนหน้านี้แล้ว
“จบมาก่อนหน้านี้ไหม ไม่ค่ะไม่ ยอมรับว่าข่าวตรงนี้ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการเข้าใจผิด”
ตอนนี้ยังคุยกันอยู่หรือเปล่า
“ไม่ได้คุยค่ะ”
พยายามอธิบายไหม ว่าเราไม่ได้เป็นคนปล่อย
“อธิบายแล้วค่ะ แต่เข้าใจว่าภาพที่ออกมามันค่อนข้างยากที่จะเชื่อ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่คือเราก็ได้พูดไปแล้ว”
ตอนที่เราพูดอธิบายเขาดูรับฟังเราไหม
“ก็ฟังนะ แต่เชื่อไหม เชื่อไม่เชื่ออันนี้หนูก็ไม่ทราบเหมือนกัน”
เราติดต่อไปหาพี่เขาเหรอ
“เปล่าค่ะ พี่เขาติดต่อมา”
ประโยคแรกที่เขาพูดคืออะไร
“ก็เป็นประมาณนั้นว่าแบบ ทำไม เราก็บอกว่าพี่ไม่ใช่นะ ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ทำนะ เขาก็แบบ เข้าใจแหละว่ามันเชื่อยาก หนูเชื่อเลยพี่ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้กี่เปอร์เซ็นกันที่เชื่อหนู”
เพื่อนในเวทีเดียวกันก็ออกมาแฉเราอีก อยากจะชี้แจงตรงนี้ว่ายังไงบ้าง พอทราบข่าวบ้างไหม
“พอทราบค่ะ พึ่งทราบเมื่อวันก่อนนี้เอง อย่างที่พูดไปในรายการกับคนกลุ่มนั้น หมวยไม่ได้มีการติดต่อนานแล้ว เราเลิกกันมานานแล้ว เราจบกันไปนานแล้ว ไม่ได้มีการถามสารทุกข์สุกดิบกันด้วยซ้ำ แต่พอมีข่าวนี้ออกมา เขาออกมาหมวยไม่ทราบจริงๆว่าต้องการอะไร อย่างที่บอกว่าถ้าเคยทำให้ไม่พอใจ ทำอะไรให้เสียใจหรือไม่ถูกใจก็ขอโทษตรงนี้เลย ก็ขอให้ทุกอย่างมันจบ หมวยเชื่อว่าทุกคนเคยไม่ดี เคยมีอดีตที่ไม่ดีมาก่อน แต่วันนี้เราพยายามทำชีวิตเราให้ดีที่สุดแล้ว เราไม่เข้าไปยุ่งกับพวกเขาแล้ว แล้วก็หมวยก็ขอให้พวกเขาใครก็แล้วแต่ อยากที่จะต้องการออกมาแฉหรืออะไรก็แล้วแต่อยากจะทำอะไรก็ทำเลย”
วันนี้คิดว่าเราออกมาพูดทุกอย่างจะจบไหม
“ไม่รู้ว่าคนอื่นจบไหม แต่หมวยจบค่ะ”
แล้วความสัมพันธ์กับ “โป๊ป” จบแล้ว
“ก็ถ้าพี่เขาได้ดูวันนี้แล้วเชื่อขึ้นมาบ้างก็คงได้เคลียร์กัน แต่ถ้าพี่เขายังคิดเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไรค่ะ เราถือว่าได้เคลียร์ตัวเอง”
ยังรักเขาอยู่ไหม
“ตามนั้นค่ะ”
ตามนั้นคือยังรักเขาอยู่
( พยักหน้า )