ทำเอาตกใจหลังจากมีภาพ “แจ๊ค เชิญยิ้ม” ซูบผอมเพราะป่วยวัณโรคปอด บวกกับหายหน้าหายตาจากวงการไปนานพอสมควร ทำให้มีข่าวลือต่างๆนานาออกมา หลังต้องเจอกับปัญหาสุขภาพมากมาย ล่าสุดหนุ่ม “แจ๊ค” กลับมาแข็งแรงพร้อมกลับมารับงานตามปกติ ซึ่งเจ้าตัวได้อัพเดทอาการป่วยของตัวเองและแฟนสาว “หญิง อภิสรา” ที่ป่วยเป็นโรคไตให้เราฟังดังนี้
หลังจากหายป่วยแล้ว กลับมารับงานอีกครั้งหนึ่ง
“จะบอกว่าหายป่วยก็ไม่ 100% ก็ยังนะครับ จริงๆแล้วเรากินยามาตั้งแต่เริ่มจนมาถึงตอนนี้ 6 เดือนพอดี ตามเกณฑ์โรคนี้ 6 เดือนจะหายขาด แต่แจ๊คนี่เชื้อมันน่าจะดื้อยาแล้วอาจจะต้องทานไปอย่างน้อยปีนึงถึงปีครึ่ง แล้วก็มันจะหายขาดเอง น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเอง ตอนนี้แข็งแรงมากๆอย่างที่บอกว่าเริ่มรับงานได้แล้ว เป็นเรื่องดี พอรับงานได้เดือนนึงก็มีผู้ใหญ่ทุกท่านที่อยากจะใช้งานเรา แล้วก็กรุณาเราขอบคุณมากครับ รายการเต็มเลย งานพิธีกร ซิทคอม หนัง คอนเสิร์ตของเราเชิญยิ้ม 39 ปี แล้วก็อะไรอีกเยอะแยะมากมาย โดยที่ยังไว้ใจเรา ยังให้งานเราอยู่บวกกับงานเก่าๆที่เราลาไป ตอนนี้ก็กลับมาทำงานได้ ซึ่งได้เริ่มจากการลองงานต่างๆเลยว่าภายในหนึ่งวันเราสามารถทำงานได้เยอะแค่ไหน อาจจะมีเหนื่อยบ้าง พูดเยอะ เดินเยอะ แต่ว่าน่าจะกลับมาประมาณสัก 80% เลย”
มีงานไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม
“พวกที่ต้องเคลื่อนไหวเยอะๆ กระโดดโลดเต้น แล้วก็กิจกรรมเยอะ มันจะทำให้เราเหนื่อยง่าย เหมือนคนไปวิ่งไปออกกำลังกายมา แต่เราจะเหนื่อยมากกว่าเขาหลายเท่า ก็ต้องมานั่งพักแปปนึง แต่ว่าก็ขนาดพูดไปจะเริ่มเหนื่อยละ”
อย่างนี้การที่ตอบรับงานไปเยอะๆมันไม่มีผลเสียเหรอ
“มีครับ จริงๆแล้วคุณหมอเขาอยากให้พักจนหายขาด จนกินยาต่อไปอีก แต่ด้วยในทุกวันที่เราป่วยพอมันเริ่ม 3 – 4 เดือนแล้ว ก็จะมีความกรุณาของผู้ใหญ่ ทุกค่ายทุกช่องโทรเข้ามา แล้วก็เป็นอย่างไรบ้างแจ๊ค บวกถึงงานเก่าเราที่เราลาไปพร้อมที่จะกลับมาทำงานหรือยัง เขายังรออยู่ บวกกับงานใหม่ที่เห็นเวลาเราไปถ่ายรายการอัพเดทอาการป่วย เขาเห็นเราเล่นมุกได้ สนุกสนาน หน้าตาเริ่มอิ่มเอิบขึ้น น้ำหนักเริ่มขึ้น เขาก็อยากจะใช้บริการงานเราอยู่ พอเขาโทรมาเยอะๆบางทีปฏิเสธไปเยอะๆเรายังไม่ไหวจริงๆงี้ จนเราอยากทำงาน จนเราไม่อยากปฏิเสธกับงานแล้ว แต่ก็ยังเลือกรับงานอยู่ที่มันไม่ต้องกระโดด ซึ่งงานทุกงานเขารู้ว่าจะต้องใช้งานเราเขาก็ไม่ได้เขียนบทอะไรเยอะ อย่างพิธีกรก็นั่งชิวๆไปเที่ยวอะไรแบบนี้งานจะไม่หนักมากเท่าไหร่ ซึ่งขอขอบคุณมากๆนะครับ”
เดือนๆนึงค่าใช้จ่ายเยอะไหม
“ใช่ๆ คือเนื่องด้วยค่าใช้จ่ายของการป่วยมันเยอะอยู่แล้ว บวกกับแฟนเราด้วยเขาเป็นโรคไตด้วย เราเป็นโรคปอด บวกกับค่าใช้จ่ายประจำวันต่างๆ มันทำให้เราต้องใช้เงินแน่นอน การที่ได้รับงานซึ่งแจ๊คทำงานมาตลอด 20 ปี มีงานมาตลอด รายการประจำนู่นนี่นั่น มีมาตลอดทุกปีทุกวัน ทำให้มันจะไม่รับเลยก็คิดถึงการแสดงของเรา อยากมอบความสุข จะไม่รับเลยแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมารักษาอาการป่วยของเรากับแฟน ซึ่งมันจะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว คนธรรมดาที่ไม่ป่วยบางทีก็ต้องใช้เงินในการจ่ายรายเดือน เพราะฉะนั้นมันก็จะสำคัญไปซะทุกอย่างต้องบาลานซ์ให้ดีครับ พักผ่อน รับงาน คือเราเป็นมาก่อน มีคนเคยบอกแจ๊คว่าทำงานเยอะอย่างแจ๊คระวังจะเอาเงินไปรักษาตัวเองนะ เราไม่เชื่อหรอก คนถ้ายังไม่ป่วยจะไม่เชื่อว่า สุดท้ายเงินทั้งหมดต้องเอาไปรักษาตัวเองจริงๆ จนหมดเลยแบบนี้ เพราะฉะนั้นบาลานซ์ให้ดีแค่นั้นเอง”
เสียค่าพยายาบาล 2 คน เดือนนึงเกือบแสนไหม
“เยอะอยู่นะ เกือบๆนะ อยู่ที่การรักษาในแต่ละสัปดาห์ว่า แฟนฟอกไตไหม เราต้องเอ็กซเรย์ปอดไหม ต้องเจาะเลือด คือบางสัปดาห์ก็จะแค่ตรวจแล้วก็รับยา บางสัปดาห์ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากใช้จ่ายประจำวันแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว การได้ทำงาน มันก็เหมือนกับการที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสแล้วก็ให้ค่ารักษาเราด้วยเราก็ยังพอทำงานได้ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นทุกวันทำให้ทุกอย่างมันดี คือแจ๊คไม่คิดว่าจะกลับมารับงานได้เยอะแล้วก็ได้ไวขนาดนี้ ก็เลยรู้สึกดีว่าเรายังไหวแล้วก็พร้อม บวกกับทุกคนอยากดูอยู่”
การป่วยของทำให้เห็นธรรมะของชีวิตไหม
“จริงๆแล้วแจ๊คเห็นมาก่อนป่วยแล้ว เพราะว่าแจ๊คจะอยู่รอบข้างแจ๊คจะมีแต่คนป่วย ก็คือคุณพ่อศรีหนุ่มก็จะนอนป่วยอยู่แบบนั้น 9 ปี แฟนมาป่วยเป็นโรคไตต้องฟอกไตแล้วเปลี่ยนไตอยู่ 3-4 ปี จนวันหนึ่งเราไม่คิดว่าเราจะมาป่วยเหมือนกับทุกคนที่อยู่รอบตัวเรา มันทำให้มันเข้ามาเองในความคิดที่เป็นสัจธรรมให้เรามีความคิดว่าเราต้องอยู่ได้ด้วยหลักธรรมคำสอน ปล่อยวางไม่เป็นทาสเงิน หรือว่าคิด คิดบวก คือมันเข้ามาบางทีทำให้บางครั้งถึงเวลาที่คุณต้องแตะธรรมะ มันจะมีบางอย่างนำเราไปหาท่านเอง โดยที่เราไม่ได้ต้องบังคับจิตใจ หรือว่าต้องฝืนทำ มันจะมาเองโดยที่เราอยากจะรับ 100% ด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องดี อยู่ที่ใครจะไปถึงตรงนั้นได้เร็วกว่ากัน ซึ่งแจ๊คก็ถึงโดยที่ อายุยังน้อยอยู่ ซึ่งป่วยเป็นโรคดีไหม มองได้ 2 มุม อยู่ที่เราจะมอง เพราะฉะนั้นแล้วหาสิ่งที่มันเป็นบวกในความทุกข์ให้เจอแค่นั้นแล้วชีวิตจะเป็นสุข”
เราปรับชีวิตการใช้เงินไหมจากที่ผ่านมาเราอาจจะมีรายได้เยอะ
“แจ๊คเป็นคนใช้เงินน้อยอยู่แล้ว เป็นคนไม่ค่อยอยากได้อะไร วันไอยู่แต่กองถ่าย อยู่แต่ในสตู กินข้าวกอง เต็มที่ก็อาจซื้อบ้าน ซื้อแล้ว ซื้อรถ ซื้อแล้ว เสื้อผ้าบ้างนิดหน่อย ปีนี้สิ่งที่จะต้องเพิ่มมาในความคิดแจ๊คเราต้องมีเวลาไว้สำหรับการออกไปดูโลกบ้าง หมายความว่าเดือนนึงไปต่างจังหวัดบ้าง ได้ให้เราได้ไปเห็นนู่นเห็นนี่บ้าง ในขณะที่ 20 ปี แจ๊คทำงานมาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นการที่รู้ไวแบบนี้มันทำให้เรามีชีวิตที่จะบาลานซ์ให้มันไปเที่ยวได้อีกนาน อย่างที่บอกว่าแบ่งเวลานอกเหนือจากงานไปเที่ยวกับครอบครัว ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าจริงๆแล้วเราจะได้อยู่บนโลกนี้นานแค่ไหน แล้วเรามีโรคของเรากับแฟนด้วย แล้วพ่อที่เป็นแบบนั้น การันตีได้พี่เจี๊ยบ ( เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ) ก็ออดๆแอดๆด้วย ตอนนี้เป็นโรคอะไรสักอย่างและเป็นความดันด้วย ไม่รู้ใครจะไปก่อนใครผมกับพี่เจี๊ยบ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วมันหนีไม่พ้นการทำงาน แต่เราต้องหาความสุขของเราที่มันขาดหายไปจริงๆบ้าง เพราะฉะนั้นแล้วเรามีการออกไปเที่ยวบ้างเริ่มต้น”
น้ำหนักขึ้นมากี่โลแล้ว
“จากลดไปเกิน 10 กิโลกรัม แต่ลงมา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ขึ้นมา 5 กิโลกรัม ซึ่งมันจะขึ้นมากกว่าเดิมถ้านานขึ้นไป เราต้องคุมเอง ตอนแรกจาก 68 มันลงมาเหลือ 55 เมื่อประมาณแค่ครึ่งเดือน แจ๊คก็ซีเรียสมากเรื่องน้ำหนักตัวว่าจะเอายังไงดี แล้วเราก็ซีเรียสเรื่องการแต่งตัว หุ่นเรา ความมั่นใจ เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพอถึงเวลา 6 เดือน 9 เดือน มันจะขึ้นเองเพราะว่าหมอไม่ได้ห้ามกินอะไร เวลากินยา พอยามันเริ่มรักษาในร่างกายเราดีขึ้นแล้ว ร่างกายมันเริ่มอิ่มตัวแล้วมันก็จะดีขึ้นทั้งอาการและรูปแบบไขมัน อันนี้ขึ้นมาแล้ว 5 โล ตอนนี้ 60 กว่าแล้ว แจ๊คเริ่มออกกำลังกายได้แล้วโรคนี้มันเป็นโรคที่รักษาหายขาด คนเป็นเยอะ มีคนที่เคยเป็น เขาเคยเป็นพี่น้องเคยเป็น แล้วหายขาด”
มันเกิดจากอะไร
“นี่ไง...เราหายใจเข้าไปทุกวันนี้ ฝุ่น ควัน เชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อไวรัสทุกอย่างก่อนที่จะมีฝุ่น ทีนี้ในตัวของคนเรามันมีเม็ดเลือกขาว มันจะอ่อนแรง มันจะไม่ทำงาน มันจะไม่ขับเชื้อโรคออกจากตัวต่อเมื่อเราภูมิต้านทานน้อย ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย แจ๊คทำงานมาตั้งแต่เด็ก ม.3-ม.4 นอนในสตู ดรายไอซ์ เชื้อโรคอยู่ข้างนอก หายใจเข้าไป เราคอยมีเม็ดเลือดขาวคอยกำจัดออกแต่พอมันอ่อนแรงมันก็เกาะปอดจนมันเต็ม”
มันเป็นสาเหตุที่พบเจอในทั่วไป
“ถูกครับ คนเป็นได้เยอะ เด็กตัวเล็กๆก็เป็น เรียกว่าวัณโรคปอด”
ตอนมีคนลือว่าเป็นเอดส์ตกใจไหม
“ไม่ค่อยซีเรียส แจ๊คไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องที่มันไม่ใช่ เพราะแจ๊คก็ไม่รู้ว่าแจ๊คจะไปแคร์เขาทำไม ไม่รู้จะไปแก้ข่าวทำไม เพราะว่าถึงเวลาวันนึงเขาก็จะรู้เองว่าสิ่งที่เขาคิดมันไม่ใช่ ก็จบแล้ว ด้วยการรักษาของเราพอมันดีขึ้นภาพที่เขาเห็นมันจะฟ้องเองว่าสิ่งที่เขาคิดมันไม่ใช่ ซึ่งแจ๊ครู้สึกว่าแจ๊คมีกำลังใจในการหายวันหายพรุ่ง เพราะคนมาบอกว่าเป็นเยอะแล้วหายๆ”
กำลังใจเราดี
“ใช่ กับครอบครัว แม่ ทุกคนและงาน พอกินยาทุกวัน มันดีขึ้นทุกวัน มันเริ่มจะไม่เหนื่อยมากแล้ว พอยิ่งทำงานได้มันยิ่งรู้สึกดีเพราะเราเป็นคนชอบทำงานอยู่แล้ว ซึ่ง 3-4 เดือนลางาน”
รายได้หายไปเยอะไหม
“ก็หลายอยู่ ก่อนที่จะป่วยมีประมาณ 4 - 5 รายการ ซิทคอม พิธีกร ก็ลาเขาหมดเลยเงินก็หายไป แต่โชคดีที่เรามีเงินเก็บอยู่แล้วบวกกับมีผู้ใหญ่หลายท่านที่คอยช่วยเหลือว่าไปโรงพยาบาลนี้สิ เขารู้จักกับคุณหมอคนนี้ซึ่งรักษาโรคแจ๊คสายตรงเลย ก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆจน สุดท้ายแจ๊คว่าพอจิตใจมันดี เราอยากจะทำงานมันเห็นคนอื่นทำ สุดท้ายพอเขาให้งานมันกลายเป็นเราไม่ได้ไร้ค่า ทุกคนอยากจะจ้างอยู่เหมือนเดิม สภาพไหนก็เอา โอเคเขาก็ช่วยเหลือเราด้วยหนึ่ง พอเราเล่นได้เขาก็ดีดิ่ งานอื่นเขาเห็นก็เอาเราไปเล่น”
ที่พูดว่ามีคนเตือนไม่ให้ทำงานเยอะเดี๋ยวจะเอาเงินมารักษาหมด ตอนนี้เราเห็นกับประโยคนี้เราเบางานลงไหม
“คิดอยู่กับตัวเองอยู่แล้วว่า ถึงแจ๊คจะหาย 100% แจ๊คก็จะรับให้มันน้อยลงกว่าเดิม แจ๊คคิดแบบนั้นแต่แฟนยังต้องใช้เงิน คือเราไม่ได้ต้องการใช้เงินเยอะขนาดนั้นแต่ด้วยงานที่มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆด้วยความที่งานน่าสนใจ แล้วความกรุณาของงานผู้ใหญ่ ถ้าเป็นรายการรับเชิญถ้าอะไรที่เราพักได้ก็จะยังไม่รับ แต่งานที่เข้ามานี่มันเป็นรายการประจำทั้งหมด ซึ่งมันยากมากที่ตลกแต่ละคนจะมีรายการประจำ มีพิธีกร แล้วแต่ละงานที่เข้ามามันก็จะเป็นแบบนี้ทั้งหมดซึ่งเราก็ลองดูสภาพของเราแล้วว่าเราไหวนะ เดี๋ยวเหนื่อยก็พัก พอมันมีงานดีๆเข้ามา”
ที่ผ่านมาใช้ชีวิตคุ้มไปแล้ว
“ใช่ๆ แจ๊คว่าเราโชคดีที่เรามาป่วยตอนวัยรุ่นอยู่ มันทำให้เราหายไว”
คือเลิกทุกอย่าง
ปกติแจ๊คก็จะไม่สูบบุหรี่อยู่แล้ว ไม่เคยสูบเลย เมื่อก่อนดื่ม เดี๋ยวนี้ทิ้งเลย เพราะว่าไม่ไหวจริงๆ แต่เมื่อก่อนตอนวัยรุ่นดื่มถึงเช้าเลย ซึ่งเมื่อก่อนความที่เราไหวอยู่ วัยรุ่นเราก็เต็มร้อย มันก็สนุก เห้ย!! เราเคยอยู่ยันตี 1 ตี2 แล้วตื่นมาทำงานก็ยังไหว แต่ตอนนี้แค่นอนดึกนิดเดียวอีกวันนึงก็จะแย่แล้ว ความเป็นผู้ใหญ่ของเรามันเข้ามามันทำให้เราต้องปรับตัวแล้วมีวินัยในการใช้ชีวิตมากขึ้นมีสติให้มากขึ้น”