ส่วนโรมา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 10 สาขา เท่ากันนั้น มีเน็ทฟลิกซ์ (Netflix) เป็นผู้ถือสิทธิการจัดจำหน่าย และออกฉายตามเมืองใหญ่ๆ แค่ไม่กี่เมืองของสหรัฐ ในช่วงระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงกลางเดือนธันวาคมเท่านั้น และก็คาดว่าโรมาน่าจะทำเงินในช่วงนั้น ได้ราว 3 ล้าน 8 แสน ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการออกฉายในอาร์เจนตินา, ไอซ์แลนด์, นิว ซีแลนด์ และเกาหลีใต้ รวมอีกราว 2 แสน 9 หมื่น ดอลลาร์
ในฝั่งของหนังที่โกยเงิน แต่ไม่ได้กล่อง ในปีที่ผ่านมานั้น อเว็นเจอร์ส: อินฟินิตี้ วอร์ (Avengers: Infinity War) สามารถโกยเงินทั่วโลกไปกว่า 2 พัน 48 ล้าน ดอลลาร์ แต่เหล่ายอดมนุษย์อเวนเจอร์ส กลับคว้ามาได้เพียงไม่กี่รางวัล และก็เป็นรางวัลจากเวทีเล็ก อย่างเช่นรางวัลสมาคมนักวิจารณ์ ส่วนเวทีใหญ่อย่างลูกโลกทองคำ และบาฟตา (Bafta) รวมถึงออสการ์นั้น อินฟินิตี้ วอร์ ทำได้เพียงแค่ถูกเสนอชื่อเข้าชิง
แต่ทั้งนี้ก็ยังมียอดมนุษย์คนนึงที่ทั้งได้เข้าชิง และได้รางวัลมาครอง เขาคนนั้นก็คือ แบล็ค แพนเธอร์ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 7 รางวัล และก่อนหน้านี้ก็สามารถคว้ารางวัลจากเวทีใหญ่อย่างบาฟตา และแซก อวอร์ดส (SAG awards) มาแล้ว และนอกจากจะคว้ารางวัลมาครองได้แล้ว ก็ยังสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปได้มากถึง 1 พัน 3 ร้อย 47 ล้าน ดอลลาร์ เรียกได้ว่าได้ทั้งเงิน ทั้งรางวัล ผิดจากผองเพื่อนยอดมนุษย์คนอื่นๆ
ในขณะที่เจ้าของสถิติทำเงินสูงสุดตลอดกาล ณ ปัจจุบัน อย่างอวตาร (Avatar) ที่ทำเงินทั่วโลกได้มากถึง 2 พัน 7 ร้อย 87 ล้าน ดอลลาร์ และไทแทนิค (Titanic) ที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับสอง 2 พัน 1 ร้อย 87 ล้านดอลลาร์นั้น ล้วนก็เคยคว้ารางวัลมาแล้วมากมายก่ายกอง ทั้งจากเวทีเล็ก และเวทีใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงไม่แน่เสมอไป ที่ว่าหนังทำเงินจะไม่ได้รางวัล และหนังที่คว้ารางวัลจะไม่ทำเงิน