WAR PREMIUM คืออะไร? ทำไมสงครามทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง ไทยเสี่ยงแค่ไหน?
WAR PREMIUM คืออะไร? ทำไมสงครามทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง ไทยเสี่ยงแค่ไหน? เมื่อผลกระทบอาจลามถึงความมั่นคง และ ชีวิตของประชาชน
สงครามไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงความมั่นคงและชีวิตของผู้คนในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงตลาดพลังงานทั่วโลก แม้การผลิตน้ำมันยังดำเนินตามปกติ แต่ต่ราคาน้ำมันกลับปรับตัวสูงขึ้นได้ จากความกังวลของความต้องการทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า
ซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “War Premium” หรือส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความเสี่ยงจากสงคราม เมื่อเกิดความขัดแย้ง
โดยตลาดจะประเมินความเสี่ยงที่อาจทำให้การผลิตน้ำมันหยุดชะงัก หรือเส้นทางขนส่งพลังงานถูกปิดกั้น ส่งผลให้ผู้ค้าและนักลงทุนคาดการณ์ว่า อุปทานน้ำมันในอนาคตอาจลดลง จึงเกิดแรงซื้อและผลักดันราคาให้สูงขึ้น แม้ยังไม่มีภาวะขาดแคลนน้ำมันเกิดขึ้นจริง
ช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก
หนึ่งในเส้นทางที่ตลาดพลังงานจับตามองคือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ และเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2025 มีน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้เฉลี่ย 20.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 20% ของการบริโภคน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วโลก
หากเส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นหรือได้รับผลกระทบจากสงคราม ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมัน และอาจผลักดันราคาพลังงานทั่วโลกให้สูงขึ้น
ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันผ่านฮอร์มุซมากกว่าครึ่ง
สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงดังกล่าวมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคตะวันออกกลาง
ข้อมูลประเมินจาก Krungsri Research ระบุว่า ในปี 2025 ไทยนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 300,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นราว 58% ของปริมาณนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมด ใกล้เคียง LH Bank ประเมินสัดส่วนไว้ที่ประมาณ 54.2%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า น้ำมันดิบที่ไทยนำเข้ามากกว่าครึ่งหนึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเกิดการปิดกั้นหรือการขนส่งหยุดชะงัก ไทยจึงมีความเสี่ยงทั้งด้านปริมาณน้ำมันนำเข้าและต้นทุนการจัดหาพลังงาน
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนี้หมายถึงน้ำมันดิบที่นำเข้า ไม่ใช่สัดส่วนของน้ำมันทั้งหมดที่ประเทศไทยบริโภค
War Premium ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร?
1. ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการนำเข้าและพลังงานของประเทศสูงขึ้น
2. ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น ภาคขนส่ง การผลิต และอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากค่าเชื้อเพลิงที่แพงขึ้น
3. แรงกดดันเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้าและบริการ
4. ตลาดการเงินผันผวน นักลงทุนอาจลดความเสี่ยงในสินทรัพย์บางประเภท และเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ
5. ค่าครองชีพสูงขึ้น ประชาชนอาจได้รับผลกระทบผ่านค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน
ความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ก็สร้างต้นทุนได้
งานวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรื่อง Fear and Shortages: Identifying Geopolitical Risk and Supply Disruptions in Energy Markets (2026) อธิบายว่า ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถส่งผลต่อราคาพลังงานได้ แม้การหยุดชะงักของอุปทานยังไม่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้น War Premium จึงไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่ถูกเรียกเก็บโดยตรง แต่เป็นส่วนเพิ่มของราคาที่สะท้อนความกังวลและความเสี่ยงในตลาดพลังงาน
สำหรับประเทศไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าครึ่งหนึ่ง ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของคนไทยโดยตรง
เรียบเรียงจาก : reuters
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB